บ้านหรูทำเลใหม่ บนความต้องการของตลาดไฮเอนด์

ในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ลูกค้ากลุ่มกลางถึงล่างของธุรกิจที่อยู่อาศัย (ยูนิตละ1-4 ล้านบาท  )ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง การปรับพอร์ตสินค้าในมือของผู้ประกอบการเลยโฟกัสไปยังที่อยู่อาศัยแนวราบระดับ Premium  (บ้านเดี่ยว,ทาวน์เฮ้าส์, ทาวน์โฮม) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ากลางบนมากขึ้น เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้และขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆเพื่อลดความเสี่ยง  

เป็นทางออกของนักลงทุนและยังเป็นความต้องการของลูกค้าที่มีเงิน

 ข้อมูลจากบริษัทเน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง ระบุว่าตลาดบ้านแนวราบระดับ Premium จากปี 2558 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีอุปทานผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่ และรายย่อย 42โครงการ จำนวน 1,554 ยูนิต โดยในปี 2560 มีที่อยู่อาศัยแนวราบระดับ Premium มีการเปิดตัวเข้าสู่ตลาดประมาณ 400 กว่าหน่วย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบ้านระดับ Premium ที่มีอย่างต่อเนื่อง

 โดยทำเลที่น่าสนใจหลักเรียงตามความหนาแน่นของโครงการที่เปิดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่  สุขุมวิท (พร้อมพงษ์-เอกมัย),  ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์,  พระรามเก้า-ศรีนครินทร์-พัฒนาการ, ราชพฤกษ์ และสาทร พระราม 3

สาทร พระราม 3 ทางเลือกใหม่ของบ้านหรู

จุดเด่นของการขยายตัวมาในย่านนี้เป็นเพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับกลางสูงถึง Hi-end มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่แออัดเกินไป  แต่อยู่ติดกับย่านธุรกิจการค้า CBD  มีทางขึ้น – ลง ทางด่วน รวมถึงใกล้ทางเข้า-ออก สู่ต่างจากหวัด

ย่านพระราม 3 ในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมานั้นทาวน์โฮมถือว่ามีการตอบรับจากผู้ซื้อสูงมาก สามารถขายได้เกือบ 100% ทุกโครงการ (จากจำนวนทาวน์โฮมประมาณ 2,700 หน่วย   บ้านเดี่ยวมี 200 หน่วย โดยในพื้นที่มีจำนวนหน่วยเหลือขายน้อยมาก)         

เมื่อปี 2558 ราคาทาวน์โฮมในย่านนี้จะเริ่มต้นที่ 7-8 ล้านบาท บนเนื้อที่ประมาณ 28 ตร.วา  แต่ปัจจุบันราคา เริ่มต้นที่ราคาประมาณ 14 ล้านบาทขึ้นไป จนถึง 20-30 ล้านบาท  

บิ๊กเนม บิ๊กแบรนด์ ตบเท้าลงไปแข่งขัน

ถ้าไล่เรียงชื่อเจ้าของโครงการในย่านนี้จะเห็นรายชื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ เข้าไปพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่น  

ค่ายอนันดาไปเปิดตัวโครงการอาร์เด้น พระราม 3 เป็นทาวน์โฮม3 ชั้นครึ่ง และ 4 ชั้นครึ่งในสไตล์โมเดิร์น บนเนื้อที่ กว่า 7 ไร่ จำนวน 68 ยูนิต  ราคา 12.9 ล้านบาทขึ้นไป

ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้   โครงการ Jade สาทร-พระราม 3 เป็นทาวน์โฮม 4 ชั้นครึ่ง 20 ตร.วา ราคา14.5 -18 ล้าน บนเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่  จำนวน 72 ยูนิต

ส่วนเอพี ไทยแลนด์ ได้เข้าไปพัฒนาโครงการบ้านกลางกรุงและบ้านกลางเมืองในย่านนี้มาประมาณ 7 โครงการ ทั้งหมดปิดการขายไปแล้ว แต่ผู้บริหารบอกว่าเป็นทำเลหนึ่งที่อยู่ในความสนใจและกำลังรอจังหวะหากได้ที่ดินมาก็ลงมือทำทันที เพราะเป็นย่านที่ลูกค้าคุ้นเคยกับแบรนด์อยู่แล้ว

แอลพีเอ็น เลือกพระราม 3 จับบ้านหรูเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี

จากฉายาเจ้าพ่อคอนโดมิเนียมราคายูนิตละประมาณ 1-3 ล้านบาทมานานถึง 29 ปี   ปีนี้เป็น Year of Change ของแอลพีเอ็น โดยปรับทุกสินค้าในมือเป็นระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น และต้องการให้มีสัดส่วนรายได้ตลาดเดิม 40% ตลาดพรีเมี่ยม 60% ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้ภายใน 2 ปี (2560-2561)

แอลพีเอ็นเลือกถนนพระราม 3  เพื่อเปิดตัวโครงการ  BAAN 365 By LPN ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นตัวสร้างรายได้ตามแผนใหม่ โดยประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 3 ชั้น 41 หลัง เริ่มที่ราคา 35-60 ล้านบาท บนที่ดิน 56-100 ตร.วา (ตามลำดับ)  และ ทาวน์โฮม 4 ชั้นครึ่ง จำนวน 58 หลัง ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท บนที่ดิน 26 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 310-320 ตร.ม.  มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท  

จากกลุ่มเป้าหมายเดิมของแอลพีเอ็น คราวนี้ โดยโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เจ้าของธุรกิจ ครอบครัวขยาย และคนทำงานในเมืองที่มีรายได้สูง  

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) ให้ความเห็นว่า การถือครองที่ดินและขนาดที่ดินบริเวณนี้มีจำนวนไม่มากทำให้ไม่สามารถหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการบ้านแนวราบขนาดใหญ่ได้

สำหรับราคาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในย่านนี้ จะตกอยู่ที่ราคา 3.5-4แสนบาทต่อตารางวา

ดังนั้น รูปแบบการพัฒนาจึงเป็นการพัฒนาโครงการขนาดย่อม จำนวนหน่วยไม่มากนัก และส่วนมากเป็นการพัฒนาทาวน์โฮม ทำให้ความต้องการบ้านแนวราบย่านพระราม 3 ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีราคาสูงก็ตาม

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline