“บุรีรัมย์” จากเมืองร้าง สู่ เมืองท่องเที่ยว “หมื่นล้าน”

ถึงแม้ตอนนี้ทุกคนทั้งในไทยและทั่วโลกต่างรู้จัก “เมืองบุรีรัมย์” จาก “ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ” แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า 10 ปีที่แล้ว บุรีรัมย์เป็นเมืองทางผ่าน ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเพียง “ปราสาทหินพนมรุ้ง” และยังเป็นเมืองที่ไม่มีแม้กระทั่งที่พักให้นักท่องเที่ยว

“บุรีรัมย์ ตำน้ำกิน สุรินทร์ กินน้ำตำ” ประโยคนี้ได้สะท้อนถึงความเป็นอยู่ของชาวบุรีรัมย์เมื่อ 10 ปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ว่ามีความลำบากขนาดไหนในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิต และด้วยลักษณะเมืองของบุรีรัมย์เองที่ทุกคนเรียกว่า “เมืองทางผ่าน” ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอย่างนครราชสีมา หรือขอนแก่น ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวนั้น “ไม่ตายแต่ไม่โต”

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ปราสาทหมื่นล้านของ บุรีรัมย์

หากย้อนกลับไปสัก 10 ปี ในปี 2008 บุรีรัมย์มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยไม่ถึง 500,000 คนต่อปี มีการใช้จ่ายเพียงคนละไม่กี่ร้อยบาทต่อการท่องเที่ยว และทั้ง 5 แสนคนนั้นไม่เคยนอน หรือพักผ่อนที่บุรีรัมย์ เพราะ “บุรีรัมย์ไม่มีโรงแรมให้นอน”

แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อขึ้นปี 2009 บุรีรัมย์ ได้ให้กำเนิดบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ทีมมหาอำนาจของวงการฟุตบอลไทย และเป็นแชมป์มากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีใครเป็นได้มาก่อน

“บุรีรัมย์ยูไนเต็ดใช้เวลา 8 ปี (2009-2017) มีแชมป์ในมือถึง 23 แชมป์ และเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกถึง 5 สมัย”

ขณะเดียวกันการมาของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด นั้น ได้ส่งผลให้การท่องเที่ยวของ บุรีรัมย์นั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก โดย 2 ปีแรก ของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ได้สร้างนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จาก 5 แสนคน เป็น 1 ล้านคนต่อปี มีการใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยบาทเป็น 2,000 บาท ต่อคน ทำให้บุรีรัมย์มีรายได้เพิ่มขึ้นตกปีละ 2,000 ล้านบาท

แต่ถ้ามามองตัวเลขในปี 2017 บุรีรัมย์มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยกว่า 3 ล้านคน เฉลี่ยการใช้จ่ายคนละ 3,000-3,500 บาท ส่งผลให้บุรีรัมย์มีรายได้หมุนเวียนภายในจังหวัดถึง 10,000 ล้านบาท ติดอันดับจังหวัดที่รายได้เยอะที่สุด ลำดับต้นๆ ของ ประเทศไทย

ทั้งยังส่งผลให้การค้าขาย การขยายตัวของโรงแรมต่างๆ มีเพิ่มมากขึ้นจนเห็นได้ว่าตอนนี้ บุรีรัมย์ มีโรงแรมเยอะมากในตัวจังหวัด แต่ก็คงยังไม่เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวถ้า บุรีรัมย์ยูไนเต็ด มีแมตซ์ใหญ่ๆ หรือ มีการแข่งรถรายการสำคัญ จะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติอีกด้วย

เมืองสามปราสาท สร้างจากศูนย์ สู่เมืองศูนย์กลางของฟุตบอลไทย 

อดีตให้มาแค่ปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทหินเมืองต่ำ เพียงแค่นั้นไม่สามารถเลี้ยงคนทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ ด้วยเหตุนี้ บุรีรัมย์ยูไนเต็ดจึงถือกำเนิดขึ้นมา และเป็นปราสาทสายฟ้า ปราสาทแห่งที่ 3 ทั้งยังเป็น New Landmark ของเมืองบุรีรัมย์ ที่มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมในแต่ละวันมากกว่า 1 หมื่นคน

ไม่ได้มีเพียงแค่นั้นบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ยังเริ่มจากความชอบและความรักในฟุตบอลของประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ด้วยความคิดที่ว่ากีฬาฟุตบอล คือ กีฬาที่เข้าถึงทุกคนทุกวัย ทำให้การเริ่มสร้าง บุรีรัมย์ยูไนเต็ด นั้น ต้องประกอบไปด้วย แนวคิด 3 อย่างดังนี้  1. ตัองทำอะไรที่ Unseen 2. Unseen ไม่พอ ต้อง อลังการ อย่างสนาม Chang Arena 3. Unseen และ อลังการไม่พอ ต้องยั่งยืน และ สิ่งที่ต้องมีคือ Standard บน World standard

และความยั่งยืนนั้น บุรีรัมย์ได้สร้างให้เห็นคือ สนามเหย้า ของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด หรือชื่อสนาม Chang Arena ที่สามารถบรรจุคนได้ 32,600 ที่นั่ง และเป็นสนามฟุตบอลที่ไม่มีลู่วิ่ง เป็นสนามบอลแบบ World Standard สร้างขึ้นด้วยมาตรฐาน Fifa Standard เช่นเดียวกับสนามบอลตามสโมสรใหญ่ๆ ในประเทศอังกฤษ ทั้งยังได้รับมาตรฐาน AFC Standard อีกด้วย

สำหรับสนาม Chang Arena สนามเหย้า ของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ทั้งปีมีผู้ชมเข้าชมเฉลี่ย 20,000 คนต่อแมตส์ นับว่ามากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสโมสรอื่นๆ ในไทย และ ด้วยไทยพรีเมียร์ลีกถึง 5 สมัย อย่างที่ไม่เคยมีทีมไหนทำได้จึงนับได้ว่า บุรีรัมย์ นั้นคือศูนย์กลางของฟุตบอลไทยที่แท้จริง

นอกจากนี้บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ยังได้เปิดสนาม Chang Arena และ Chang International Circuit สนามแข่งรถมาตรฐานโลก ให้เข้าชมฟรีเมื่อให้คนไทยได้เห็นถึง World Standard ได้ไม่ยึดติดกับ Thailand Standard โดยวันธรรมดาจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมเฉลี่ยวันละ 1 หมื่นคน

เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

ปัจจุบัน บุรีรัมย์ ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวเพียงแค่ 2 ปราสาทอีกต่อไป แต่ยังมี Chang International Circuit สนามแข่งรถมาตรฐานโลก และมี BURIRAM CASTLE Family Mall สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของเมือง ซึ่งจะจำลองปราสาทหินพนมรุ้ง ให้นักท่องเที่ยวที่มาดูบอลแต่ไม่มีเวลาไปเยี่ยมชมของจริง ได้ถ่ายรูปอีกด้วย

ด้านสื่อประชาสัมพันธ์บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ได้สร้างชื่อในไทยพรีเมียร์ลีก ด้วยการคว่าแชมป์ในสมัยแรก ทำให้ชื่อของเมืองบุรีรัมย์นั้นเริ่มมีการติดตามมากขึ้น โดยเฉพาะทาง Social Media ทาง บุรีรัมย์ฯ ได้เห็นช่องทางนี้แถมยังเป็นพื้นที่ Free Media จึงได้ทำการสร้าง Fanpage ผ่าน Facebook ในชื่อ BURIRUM UNITED ขึ้นมา จนปัจจุบัน มีคนติดตามกว่า 1.5 ล้านคน

สำหรับรายได้ของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในปี 2017 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 900 ล้านบาท มาจากสปอนเซอร์ 200 ลบ, เสื้อ 400 ลบ และค่าผ่านประตู, เงินรางวัลจากการเป็นแชมป์, ให้เช่าพื้นที่ และอีเว้นท์ต่างๆ อีก 300 ล้านบาท

ปีหน้าเราจะได้เห็น บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ด้วยเจตุจำนงของประธานสโมงสรที่อยากให้ บุรีรัมย์ยูไนเต็ดอยู่ได้ด้วยระบบ ไม่ใช่อยู่ในมือเพียงคนคนเดียว และต้องการให้แฟนๆ ของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด มาร่วมเป็นเจ้าของ 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer