ทักษะ ที่บริษัทต้องการมากที่สุด ปี 2018

สิ่งที่เป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับ HR หรือ ผู้จัดการ ก็คือการหาคนเข้ามาทำงาน เพราะบางคนอาจจะมีคุณสมบัติตรงตาม Requirements ทุกอย่าง แต่เวลาทำงานจริงแล้ว กลับมีทักษะที่จำเป็นมากกว่าที่สอนกันในชั้นเรียน

มาดูกันว่า Soft Skills และ Hard Skills ที่กำลังเป็นที่ต้องการ มีอะไรบ้าง

 

Soft Skills ที่ต้องมี

1.ความเป็นผู้นำ (Leadership)

ทักษะการเป็นผู้นำนั้น ไม่จำเป็นต้องมีในหัวหน้าเท่านั้น หากผู้ตามมีทักษะผู้นำ ก็จะเกิดความคิดริเริ่มอะไรใหม่ๆ และไม่รอคอยคำสั่งเพียงอย่างเดียว

2.การสื่อสาร (Communication)

ใครจะไปคิดว่า การสื่อสาร ที่มนุษย์ทุกคนควรจะทำเป็นอยู่แล้ว กลับเป็นเรื่องยากในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างหัวหน้า-ลูกน้อง ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ระหว่างบริษัท-ลูกค้า สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคในที่ทำงานอย่างมาก เพราะการสื่อสารผิด หมายถึงงานที่ทำก็ผิดด้วย

3.ความร่วมมือ (Collaboration)

ไม่ว่างานอะไรก็แล้วแต่ หากจะสร้างสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ทุกคนในองค์กรก็ต้องทำงานร่วมกันให้ดีที่สุด ฉะนั้นทักษะการร่วมมือจะช่วยทำให้ ศักยภาพในการทำงานของทีมดีขึ้นด้วย

4.การจัดการเวลา (Time Management)

เวลาเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ฉะนั้นใครที่มีทักษะนี้ หมายความว่า สามารถจัดการงานที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ทักษะอย่างการปรับตัว (Adaptability), ศักยภาพในการเติบโต (Growth potential) และการลำดับความสำคัญของงาน (Prioritization) ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ ที่หัวหน้างานส่วนใหญ่พิจารณาเวลารับคนเข้าทำงาน

 

Hard Skills ที่บริษัทต้องการมากที่สุด

แน่นอนว่า Hard Skills คือสิ่งที่นิยามว่าเราเป็นอะไร นักบัญชี วิศวกร สถาปนิก หมอ ซึ่งงานเหล่านี้ก็ยังจำเป็นอยู่ และมีตำแหน่งเปิดรับทุกปี แต่ในยุคดิจิทัล บริษัทที่กำลัง Transform ตัวเองนั้น ต้องการบุคลากรที่มี Hard Skills ในด้านเหล่านี้

1.Cloud and Distributed Computing

Cloud Computing เป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้กับทุกธุรกิจ โดย Cloud พื้นฐานที่สุด ก็คือ การเก็บข้อมูลของธุรกิจต่างๆ ไว้ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งระบบเหล่านี้หากไปซื้อมาใช้ตลอดก็จะเสียค่าใช้จ่ายบานปลาย บริษัทใหญ่ๆ จึงต้องมี Platform Engineer หรือ Cloud Architect ในองค์กร

2.Statistical Analysis and Data Mining

เมื่อมีข้อมูลจาก Cloud แล้ว งานต่อไปก็คืือ การตีความ การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นออกมา และนำมาวางแผนต่อ เพื่อให้ธุรกิจอยู่เหนือการแข่งขัน

ตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง : Business Analyst, Data Analyst และ Statistician

3.Web Architecture and Development Framework

เว็บไซต์ คือ หน้าตา และความน่าเชื่อถือของบริษัท ฉะนั้นอาชีพ Web Developer ก็ยังสำคัญอยู่ แต่ในบางธุรกิจ ที่ทำธุรกิจบนออนไลน์ และต้องการการปรับแต่งขั้นสูง ก็จะต้องใช้ Web Developer ที่ค่าตัวแพงขึ้น

4.User Interface Design

ประสบการณ์ของผู้บริโภค เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ ฉะนั้นการออกแบบ User Interface ที่ดี จะทำให้เมื่อผู้บริโภคเข้ามาหาบริษัทแล้ว ได้รับความรู้สึกที่ดีกลับไป ลองสังเกตดูได้เลย App ไหน ที่ดูรกๆ ใช้ยากๆ คุณก็ไม่อยากใช้มันอีก

ตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง UX/UI Designer

5.Data Presentation

ในบางครั้งข้อมูลที่มีมหาศาล เมื่อนำมาสรุปแล้วก็ยังเยอะอยู่ดี การมีนักออกแบบ นักตัดต่อ มาช่วยในการ Present เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะช่วยให้คนที่รับข้อมูล เช่น ลูกค้า รับข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง : Data Scientist, Graphic Designer และ Business Consultant

 

6. SEO/SEM Marketing

Digital เป็นช่องทางการทำตลาด ที่ทุกแบรนด์จำเป็นต้องมีส่วนร่วม และหนึ่งในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักก็คือ การทำ SEO ฉะนั้น คนที่เก่งเรื่อง SEO/SEM หรือ Google Adwords ก็ยังมีงานรองรับต่อเนื่อง

7. Mobile Development

‘Mobile is Everything’ เป็นความจริงที่คุณต้องเจอ ปัจจุบันผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าอุปกรณ์อื่น ฉะนั้นนักพัฒนาแอป หรือเว็บไซต์ บน Mobile Devices เป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก

8. Network and Information Security

ข้อดีของธุรกิจที่อยู่บน Cloud คือความเร็ว และความสะดวก แต่เมื่อไหร่ที่ Hacker ตัดสินใจเพ่งเล็งบริษัทของคุณ โอกาสที่คุณจะโดน Hack ในทางใดทางหนึ่งนั้นมีสูงมาก อาชีพที่เกี่ยวกับ Cyber Security กำลังได้รับความนิยม อย่างในอิสราเอลผู้นำเรื่องเทคโนโลยี Startup ที่เกี่ยวกับ Cyber Security ก็มีสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่นเช่นกัน

9. Marketing Campaign Management

การตลาดในปัจจุบัน ไม่สามารถพึ่งการทำ Ads เพียง 1-2 ชิ้น แล้วหวังว่า แบรนด์ จะเป็นที่รู้จักได้ แต่ต้องทำงานเป็น Project ฉะนั้นนักการตลาดที่สามารถทำเรื่องนี้ได้ ก็จะได้เปรียบคนอื่นในด้านการจัดการ

10. Data Engineering and Data Warehousing

ไม่มีประโยชน์อะไร หากธุรกิจของคุณมีข้อมูลเยอะ แต่คุณไม่ได้มีระบบจัดเก็บที่ดี

ฉะนั้นการดีไซน์ข้อมูล คลังข้อมูลต้องพึ่งพาอาชีพเหล่านี้ Software Engineers, Data Analyst และ Database Developer

 

เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น

1.งานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเติบโตสูง

ขอย้ำอีกสักรอบว่า อาชีพที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีมีโอกาสเติบโตสูงมาก ในยุคที่ Digital เข้ามามีบทบาทกับเราทุกเรื่อง ในประเทศที่พัฒนาแล้ว รัฐบาลมีการสนับสนุนให้เด็กเข้าใจภาษาคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน เพราะสามารถนำไปต่อยอดกับเรื่องอื่นๆ ได้

2.Soft Skills สำคัญไม่แพ้ Hard Skills

ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน แต่ถ้าไม่สามารถทำงานเป็นทีม รับคำสั่ง และช่วยให้องค์กรไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ก็ยากที่บริษัทจะต้องการตัวคุณ อย่าลืมว่าคนที่เก่งมีอีกมากในท้องตลาด แต่คนที่ทำงานดี หาไม่ได้ง่ายๆ

3.งานที่เกี่ยวกับลูกค้า ยังสำคัญอยู่

หากไม่มีลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็ไปไม่รอด ฉะนั้นคนที่เรียนด้าน มนุษย์ศาสตร์ จิตวิทยา หรือ วิชาชีพที่เกี่ยวกับคน ควรต้องยกระดับความสามารถเหล่านี้ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการสอน Programmer ให้เป็น Sales นั้นง่ายกว่า การฝึก Sales ให้เป็น Programmer

4.ไม่มีทักษะไหน ที่อยู่คงกระพัน

คนที่มีทักษะเหล่านี้อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะจากงานวิจัยของ LinkedIn ไม่มีใครที่ประกอบอาชีพเหล่านี้ รู้เลยว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร เมื่อ 5 ปีที่แล้ว Data Scientist ยังมีคนรู้จักน้อยมากด้วยซ้ำ

 

เพราะฉะนั้น คนทำงานทุกคน ควรหมั่นติดตามเทรนด์ และ หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอด้วยนะ

 

ที่มา : LinkedIn