สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์   จุดไฟครั้งใหม่ให้ “พีพีทีวี”  ติดหรือไม่ติด

 จะฝ่าวิกฤติของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล และกอบกู้สถานการณ์ด้านรายได้ ให้ได้ก็ต้อง “กล้าทุ่ม”  ผังรายการใหม่ของพีพีทีวี หลายรายการจึงประกาศว่าต้องเป็นระดับเวิลด์คลาส

Key message สำคัญที่ สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ต้องการสื่อให้ทุกคนรู้ก็คือภายใต้การบริหารงานของเขา พีพีทีวี ช่อง36 จะเติบโตภายใต้คอนเซ็ปต์  “PPTV World Class TV”

พีพีทีวี ในมือสุรินทร์ จะเปลี่ยนไปอย่างไร

ประสบการณ์การทำงานที่เคยเป็นผู้บริหารในองค์กรยักษ์ใหญ่หลายแห่งเช่น ยูนิลิเวอร์,    เป๊ปซี่ – โคล่า ไทย รวมทั้งตำแหน่งล่าสุดคือผู้บริหารของช่อง 3 นั้นจะช่วยเขาได้หรือไม่

จุดประกายใหม่ ด้วยเวิลด์คลาสเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาการสร้าง Positioning & Character ของช่องพีพีทีวี ถูกทำผ่านรายการกีฬาฟุตบอลและรายการข่าวเป็นหลัก

แต่จากเรตติ้งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า 2 รายการนี้ท่าจะเอาไม่อยู่  การผ่าตัดผังรายการครั้งใหญ่เลยเกิดขึ้น

โดยรายการใหม่ๆ อย่างเช่น Entertainment , Documentary, Movie, Lifestyle และ  Sports   จะค่อยๆปรับเปลี่ยนเข้าไปทดแทนรายการเดิม เฟสแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม 2561   ซึ่งสุรินทร์บอกว่าจะทำให้หน้าตาของพีพีทีวีเปลี่ยนไปจากเดิมแน่นอน โดยจะเน้นเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นหลักและเป็นตัวจุดประกายให้ช่องเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สำหรับรายการใหม่ที่เป็นไฮไลต์ในกลุ่มรายการบันเทิงเช่น  ET Thailand ที่ซื้อลิขสิทธ์มาจากประเทศอเมริกา และร่วมมือในการผลิตระหว่างกันตนา เอฟโวลูชั่น และทีมข่าวบันเทิงของพีพีทีวี   รายการนี้อาจจะทำให้รายการข่าวบันเทิงช่องอื่นๆต้องปรับตัวครั้งใหญ่  เพราะมีการยกทีมเอา 8 สาวมั่นและหนุ่มหล่อจากเวที THE FACE THAILAND และ THE FACE MEN THAILAND มาเป็นพิธีกรประจำรายการ

ส่วนรายการ เรียลลิตี้  “The Real Housewives of Bangkok” ซื้อสิขสิทธิ์มาจากอเมริกา จากรายการเรียลลิตี้ “The Real Housewives” ที่ตามติดชีวิตกลุ่มแม่บ้านเซเลบริตี

นอกจากนั้นยังทุ่มเม็ดเงินไปกับการซื้อภาพยนตร์จากต่างประเทศ ในหลายๆเรื่อง เช่น  Legends of the Fall, I Know What You Did Last Summer, Sleepless in Seattle   และภาพยนตร์จากอีกสองค่ายยักษ์ นิวรีเจนซี่ และไลออนส์เกต ได้แก่ The Revenant, Gone Girl, และ In Time เป็นต้น

สำหรับกลุ่มของภาพยนตร์นั้นจะอยู่ในเส้นเวลาไพร์มไทม์ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 – 22.00 น.

ฟุตบอลระดับเวิล์ดคลาสยังมีพรีเมียร์ลีก จากประเทศอังกฤษ บุนเดสลีกา จากประเทศเยอรมนี ลา ลีกา จากประเทศสเปน กัลโช่ เซเรีย อา จากประเทศอิตาลี ลีก เอิง จากประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก และยูฟ่า ซูเปอร์คัพ

ปีนี้ทางพีพีทีวี ยังได้คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ คือ MotoGP และ Moto2 ทุกสนามจากทั่วโลก รวมทั้งการแข่งขันครั้งแรกในประเทศไทยของ MotoGP จากสนามแข่งขันจังหวัดบุรีรัมย์ด้วย

เราต้องยอมทุ่มยอมลงทุนมากกว่าที่ผ่านมา ที่เคยมีแต่รายการฟุตบอลกับรายการข่าว เป็นหลัก  รายการข่าวที่นี่เขาก็ไม่ได้เน้นตัวพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นคนอ่านข่าว แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องความถูกต้องและเรื่องข้อมูลมากกว่า  แต่ต่อไปเราต้องทำให้ทันสมัยขึ้น เน้นทั้งคนที่เป็นพรีเซ็นเตอร์และคุณภาพข่าว “

“พิชาพัฒน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์” หรือ “แดนนี่” จากช่องวันที่มาทำโชว์ข่าวเช้านี้  เป็นตัวอย่างหนึ่งในการปรับเปลี่ยน

อย่างไรก็ตามสุรินทร์มองว่าเรื่องของข่าวเรตติ้งเป็นที่น่าพอใจค่อยๆปรับกันไป แต่จะไปเน้นในเรื่องรายการอื่นที่ยังเป็นจุดอ่อนมากกว่า

“ตอนนี้เป็นช่วงของการลงทุนเพื่อดึงให้คนมาดูทีวี และคุ้นเคยกับช่องเรา ผมเชื่อว่าทีวี ต้องยอมใช้เงินในเรื่องนี้  เพราะเมื่อได้ฐานคนดูเข้ามาเยอะ เราจะได้เงินคืนจากการลงทุนนั้นแน่นอน ”

 

สร้างฐานคนดูกลุ่มใหม่  โฟกัสผู้หญิงและวัยรุ่นมากขึ้น

เมื่อบุคลิกของช่องถูกสร้างผ่านรายการกีฬา และข่าว ที่ผ่านมาคนดูส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ชาย  อายุประมาณ 30-49 ปี แต่ต่อไปด้วยรายการบันเทิง ภาพยนตร์  รายการเกมโชว์ ใหม่ๆเช่น“The Hunter Game” หรือ “เกมล่าท้ารวย” และรายการเรียลลิตี้ต่างๆ จะทำให้คนดูเปลี่ยนเป็นผู้หญิงมากขึ้นในช่วงอายุ 20-24  ปีและ 25-29 ปี เป็นคนกรุงเทพหัวเมือง มีรายได้ปานกลางไปจนถึงระดับบน

ในขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19ปี  ก็จะเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ทางช่องต้องการผ่านทางรายการ “King of Gamers” เรียลลิตี้เกมส์โชว์ที่เป็นการแข่งขัน eSports มืออาชีพ เฟ้นหาสุดยอดเกมเมอร์ของประเทศไทยสู่การแข่งขันโปรลีก ประเดิมซีซั่นแรกด้วยเกมสุดฮิต RoV ชิงเงินรางวัลสูงสุด 1,000,000 บาท

“หลายรายการใหม่ที่น่าจะเป็นแมกเน็ตในการดึงคนดู และสร้างเรตติ้งได้อย่างรวดเร็วรายการที่ส่วนตัวผมชอบ และตั้งความหวังเช่น  ET Thailand   เรียลลิตี้เกมโชว์   King of Gamers   ซึ่งรายการเหล่านี้ถ้าประสบความสำเร็จ โปรไฟล์ของคนดูจะเปลี่ยนไป ซึ่งจะดีกับอนาคตของช่อง เพราะคนดูที่หลากหลาย จะง่ายในการแพลนโฆษณาสินค้าของเอเยนซี่ที่มีสินค้าในมือหลายตัว และเป็นโอกาสในการแย่งเค้กกับช่องหลักด้วย”

เขากล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้ช่องเก่ากับช่องใหม่ ช่องว่างไม่ได้ห่างกันมากเหมือนในอดีต ปัจจุบันมีหลายช่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้จะเป็นช่องเล็ก แต่ถ้ารายการดีจริงๆ คนก็ตามมาดู  แล้วเดี๋ยวนี้พฤติกรรมของคนที่ขายสินค้า  หรือเอเยนซี่ก็เปลี่ยนไปเขายึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ดูว่าแต่ละรายการโปรไฟล์คนดูเป็นอย่างไร มีคนดูมากน้อยแค่ไหน รายการไหนตอบโจทย์เจ้าของสินค้าหรือเอเยนซี่ได้ ก็มีโอกาสในการได้เม็ดเงินโฆษณา ซึ่งต่างจากในอดีตที่สู้กับเน็ทเวิร์กใหญ่ได้ยากมาก

เงินทุนไม่ใช่ปัญหา แต่ อยู่ที่ทำรายการอย่างไรให้ “โดน” และ “ปัง”

“วันนี้เราอยู่อันดับ10-11 ขึ้นลงประมาณนี้ ขึ้นอยู่กับคู่ฟุตบอลที่เราถ่ายทอดในอาทิตย์นั้นๆ ถ้าคู่ใหญ่อันดับก็ขึ้น ผมหวังว่าเราจะขึ้นเทียร์ 2 (อันดับ6-10) ได้หลังเดือนพฤษภา  เมื่อรู้แนวทางชัดเจนเราก็ค่อยวางแผนใหม่เพื่อขึ้นไปเทียร์1  (1-5)”

นอกจากนั้นการที่พีพีทีวี วางกลยุทธ์การลงทุนในทุกๆรายการหลายประเภท ทำให้ได้ข้อมูลว่าคนต้องการดูรายการแบบไหนเรียลลิตี้ เกมโชว์ ภาพพยนตร์ หรือกีฬา  จะทำให้สามารถใส่เงินไปได้ถูกทางในระยะยาว

“ปีนี้เรามั่นใจในคอนเทนต์แล้ว แต่ฟีดแบ็คจากคนดูจะเป็นตัวตัดสินอีกที ว่าเราควรจะทำรายการแบบไหนกันแน่”

สุรินทร์ยังให้ความเห็นว่า ในธุรกิจทีวีดิจิทัล ปัญหาหลักตอนนี้อาจจะไม่ใช่ เรื่องเงินทุน  แต่เป็นเรื่องของการคิดค้นสร้างสรรค์รายการของทีมงานว่าจะนำเสนอรายการอะไรให้ถูกใจคนดูมากกว่า ดังนั้นใครที่มีทีมครีเอทีฟที่เก่งจะมีความได้เปรียบ

ส่วนอนาคตทีวีดิจิทัลเขายอมรับว่า 22 ช่อง มากเกินไป  และไม่รู้ว่าปีนี้ผู้บริหารช่องไหนจะถอดใจไปก่อน

“เมื่อเป็นทีวีเพื่อการพาณิชย์ กำไรต้องมีพอสมควร  แต่ตอนนี้เรายังมีช่องที่ขาดทุนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนช่องที่กำไรก็กำไรไม่เยอะ ในความคิดผมๆว่าจำนวนประมาณ 10-12 ช่องกำลังเป็นตัวเลขที่ดี”

จากการเป็นผู้บริหารของช่องทีวีอันดับต้นๆ มาบริหารช่องทีวีที่ยังไม่ติดทอป10 นั้นสุรินทร์บอกว่าไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ

“ข้อแตกต่างสำหรับการเป็นเบอร์ 1 กับ เบอร์ 11 คือการเป็นเบอร์ 1 คนรู้จักเราเดินมาหาเรามีโอกาสได้รู้จักคนๆนั้นก่อนคนอื่น ผมมาอยู่ที่นี่คนรู้จักเราน้อย ผมก็แอคทีพขึ้นเดินไปหาเขาก็แค่นั้นเอง”

เขาย้ำว่า  วันนี้แลนด์สเคปในการทำทีวีเปลี่ยนไปเยอะมากแล้ว ความคล่องตัวในการทำงานของช่องหลักก็น้อยกว่าช่องใหม่ๆ  โดยช่องรองมีความยืดหยุ่นมากกว่า มีทั้งไทม์แชร์ริ่ง ซื้อรายการ และจ้างผลิต  โอกาสในการไต่อันดับเลยมีมากกว่าเดิม

 

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer