Grazia gelato and coffee ร้านกาแฟในซอยลึกที่ดึงดูดด้วยความเป็นอิตาเลียนขนานแท้

14:00 นาฬิกาของวันธรรมดา คือช่วงเวลาที่ร้านค้ามักจะเงียบเหงา เพราะคนส่วนใหญ่กำลังวุ่นอยู่กับการเรียนและการทำงาน

แต่น่าแปลกว่า 14:00 นาฬิกาที่ Grazia gelato and coffee ร้านกาแฟและเจลาโต้ที่อยู่ในซอยลึกย่านนครอินทร์ ไม่ติดกับสิ่งอำนวยความสะดวก และไม่มีรถสาธารณะผ่าน กลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

มาก… จนทำให้เจ้าของร้านที่เรานัดคุยกันวันนี้ต้องกล่าวขอโทษอยู่หลายครั้ง เพราะต้องลุกขึ้นไปช่วยพนักงานต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แม้ร้านจะเปิดมาได้เพียงแค่เดือนกว่าๆ และยังไม่เคยใช้เงินไปกับการทำโฆษณาเลยก็ตาม

และเจ้าของร้านที่เรากำลังพูดถึงนี้ก็คือ เกรซ-ธนมาศ อัษฎมงคลพันธ์ หญิงสาววัย 25 ที่ชอบกินเจลาโต้เป็นชีวิตจิตใจถึงกับบินไปเรียนทำเจลาโต้ที่ประเทศต้นกำเนิดอย่างอิตาลี และนั่นก็ทำให้เธอบังเอิญได้พบกับ นิโคลา เอเบร์เล่ บาริสต้าชาวอิตาเลียนที่กลายเป็นหุ้นส่วนของร้านและคนรักในเวลาถัดมา

ความน่าสนใจของ Grazia gelato and coffee ไม่ใช่แค่บรรยากาศภายนอกที่สวยงามจนทำให้เราเห็นภาพคนถือกล้องพอๆ กับถือแก้วกาแฟและถ้วยเจลาโต้เท่านั้น

แต่ยังรวมไปถึงแง่มุมในการทำธุรกิจกับความคิดที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีร้านเป็นของตัวเองเหมือนหญิงสาวทั่วไป

เพราะสิ่งที่เกรซกำลังฝันควบคู่ไปกับการลงมือทำอยู่มีอะไรมากกว่านั้น

ส่วนจะเป็นอะไร ขอชวนทุกคนมาลิ้มลองรสชาติของ Grazia gelato and coffee ได้ที่บทสนทนาระหว่างเรากับเกรซด้านล่างนี้

จุดเริ่มต้นจากร้านเจลาโต้ของคุณลุงที่อยู่หลังที่พัก

หลังเรียนจบปริญญาตรีที่ไทย เกรซตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน Entrepreneurship ที่อิตาลี กับความฝันที่อยากจะกลับมาเปิดแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองและสานต่อธุรกิจที่บ้าน

และด้วยความที่ชอบกินขนมหวานเป็นทุนเดิม เมื่อไปถึงดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของเจลาโต้อย่างอิตาลี เกรซจึงกินมันบ่อยมาก บ่อยจนอาจจะรู้จักร้านขายเจลาโต้มากกว่าคนท้องถิ่นบางคนด้วยซ้ำ

แม้ร้านเจลาโต้ที่เคยลิ้มลองมาจะให้รสสัมผัสที่ทำให้รู้สึกดี แต่กลับไม่มีร้านไหนทำให้เกรซรู้สึก ‘ตาวาว’ ได้มากเท่ากับร้านเล็กๆ ของคุณลุงที่อยู่หลังที่พัก

“คำแรกที่กินเข้าไปความรู้สึกมันคือตาวาวเลย แล้วพอรู้ว่ามีร้านนี้เราก็ไปแทบทุกวัน เลิกเรียนก็รีบเดินจากมหาวิทยาลัยไปร้านเพื่อกินให้ได้

จนวันหนึ่งที่เดินผ่านหน้าร้านตอน 5 ทุ่ม นั่นคือเวลาที่คนต้องนอนแล้วนะ แต่น่าแปลกว่าที่ร้านของคุณลุงกลับมีคนมารอต่อคิวยาวไปหมด ก็เลยมารู้ทีหลังว่าจริงๆ ร้านนี้เขาดังแบบเงียบๆ มานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ทำการตลาด ลูกค้าที่มาส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่มาซื้อซ้ำอยู่เรื่อยๆ

พอวันที่ใกล้เรียนจบเตรียมจะกลับบ้าน ก็เลยลองติดต่อกับคุณลุงเจ้าของร้านขอซื้อแบรนด์เขาไปเปิดในไทย ให้โฮสต์มาช่วยคุยอยู่ 2-3 รอบก็ยังไม่ได้ เลยต่อรองไปว่างั้นถ้าคุณลุงไม่เชื่อใจ กลัวเราไปทำแบรนด์เขาเสียหาย เราขอซื้อแค่สูตรแล้วเดี๋ยวเอาไปทำแบรนด์เป็นของตัวเองก็ได้

สุดท้ายก็ยังไม่ได้อีก ตื๊ออยู่ตั้งนานกว่าเขาจะยอมใจอ่อน อาจจะเห็นว่า เออ…ไอ้เด็กหน้าเอเชียคนนี้มันมีความตั้งใจ

แต่ความใจอ่อนที่ว่าก็ไม่ใช่จดสูตรมาให้เราเลยนะ เขาไล่เราไปเรียนทำเจลาโต้ ให้ไปเริ่มนับตั้งแต่ 0 เหมือนกับเขา และสิ่งที่คุณลุงหวังก็ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือคำพูดที่บอกกับเราว่าไม่ได้อยากจะให้สูตรแล้วเอาไปเปิดแบบส่งๆ แต่อยากจะเห็นว่าวันหนึ่งเราจะทำเจลาโต้จากใจจริงๆ และอาจจะทำได้ดีกว่าเขาเลยด้วยซ้ำ

จากตอนแรกที่อยากเอาไปเปิดเพราะแค่เห็นโอกาสทางธุรกิจ พอได้ยินประโยคนี้ของคุณลุงกลายเป็นว่า Passion ที่อยากจะทำจากใจจริงๆ มันมาจากไหนก็ไม่รู้”

ตัดสินใจรวบรวมความกล้า บอกป๊าว่าขอกลับไปอิตาลีอีกรอบ

แม้จะกลับมาไทยได้สักระยะ ลองไปสมัครทำงานประจำ แต่ความคิดที่อยากทำเจลาโต้ยังไม่หายไปจากใจ เกรซตัดสินใจรวบรวมความกล้าไปบอกพ่อว่า “ป๊า อยากกลับไปเรียนทำเจลาโต้”

ที่ต้องใช้คำว่ารวบรวมความกล้า เพราะรู้ดีว่ามุมมองของใครหลายคนที่มีต่อเธอในตอนนั้นคือเด็กที่ไม่ได้จริงจังอะไรกับชีวิต เหมือนเด็กนอกที่เรียนจบกลับมาแล้วก็เที่ยวเล่นไปวันๆ และการขอกลับไปเรียนในครั้งนั้นก็ยังเป็นการเรียนทำเจลาโต้ที่ฟังดูแล้วเหมือนของเล่นมากกว่าที่จะมาทำเป็นธุรกิจอย่างเป็นจริงเป็นจังได้

แต่เมื่อลูกสาวอธิบายให้เห็นถึง Passion จนสัมผัสถึงความตั้งใจที่มีอยู่ข้างใน ‘ป๊า’ จึงเชื่อใจและยอมส่งลูกสาวกลับไปเรียนทำเจลาโต้ที่อิตาลีอีกครั้ง

ซึ่งการกลับไปเรียนในครั้งนั้นเกรซบอกกับเราว่ามันไม่เหมือนกับสิ่งที่เธอคิดไว้ ไม่ใช่แค่การชั่ง ตวง เทส่วนผสมแล้วใส่เครื่องลงไป แต่เป็นเหมือนกับการเรียน Food Science ที่เธอต้องจำนมให้ได้ทุกชนิด ต้องคำนวณส่วนผสมให้ได้เป๊ะๆ ตามสูตรที่ตั้งไว้ หากขาดไปเพียง 1-2% ก็ไม่อาจทำให้มันขึ้นรูปเป็นเจลาโต้ได้

กลายเป็นความยากที่เด็กซึ่งเคยสอบเลขได้ 0 เต็ม 40 ในช่วงมัธยมอย่างเกรซเกิดความเครียด แต่เธอก็บอกว่ามันก็เป็นเรื่องน่าแปลก เพราะถ้าเป็นการคำนวณในวิชาเลขเธอจะแค่เขียนชื่อบนหัวกระดาษแล้วฟุบหลับบนโต๊ะ แต่หากเป็นการคำนวณส่วนผสมของเจลาโต้เธอกลับอยากที่จะพยายามค้นหาคำตอบใหม่ๆ กับมันอยู่ตลอดเวลา

และการพยายามหาคำตอบนั้น ก็นำมาสู่การที่เกรซสามารถคิดค้นเบสเจลาโต้เป็นของตัวเองขึ้นมาได้ เป็นส่วนผสมที่ทำมาจากไฟเบอร์ของผัก-ผลไม้ 5 ชนิด มีความออร์แกนิก ไม่มีสารเคมี ไม่มีสารทำให้คงตัว

ซึ่งความออร์แกนิกนี้ก็ทำให้เกรซกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเจลาโต้ของเธอละลายเร็ว

โลเคชั่นไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป

หลังจากไปเรียนและหาประสบการณ์เกี่ยวกับเจลาโต้ได้สักระยะ ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาไทยเพื่อหาโลเคชั่นของร้าน ที่ในตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะอยู่แถวสยามหรือไม่ก็อารีย์

แต่ด้วยค่าเช่าที่แพง และบวกกับตัวเองเป็นคนที่ชอบแต่งร้านเยอะ ในวันที่หมดสัญญาเช่าแล้วต้องคืนพื้นที่ให้กับเจ้าของก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่สามารถเอาเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดออกมาได้

เกรซจึงตัดสินใจนำบ้านเก่าที่ปล่อยร้างไว้นานมารีโนเวตใหม่ ที่แม้ร้านจะอยู่ไกลไม่ติดกับสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ แต่เธอมองว่าหากทำการตลาดดีๆ รักษาคุณภาพของสินค้าให้คงที่ แล้วใช้บรรยากาศความเป็นอิตาลีที่สามารถมานั่งได้เรื่อยๆ ไม่ใช่แค่มาเช็กอินตามเทรนด์ไม่กี่ครั้งแล้วก็ไป

โลเคชั่นที่ว่าไกลก็สามารถดึงให้คนตั้งใจเดินทางมาได้เหมือนกัน

ไปอิตาลีอีกครั้ง และกลับมาพร้อมบาริสต้าที่ยืนอยู่ข้างกันจนถึงตอนนี้

ในช่วงเริ่มต้นที่ร้านยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เกรซต้องบินไปกลับระหว่างไทยกับอิตาลีอยู่บ่อยๆ เพราะวัตถุดิบและอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้เป็นสิ่งที่ยังไม่มีในไทยและต้องนำเข้า

แต่การไปอิตาลีในครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่เคยผ่านมา เพราะสายตาที่ดันไปสบกับบาริสต้าอย่างนิโคลาระหว่างที่นั่งพักดื่มกาแฟโดยบังเอิญ และนี่ก็คือครั้งแรกที่ทั้งสองได้มาพบกัน แม้เกรซจะกินกาแฟร้านนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน และนิโคลาจะเป็นบาริสต้าที่ร้านนี้มานานแล้วก็ตาม

Animated GIF - Find & Share on GIPHY

“ถึงจะเพิ่งเคยเจอกันแต่นิโคลามีอะไรที่คล้ายกับเรามาก เราอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เขาก็มามิลานเพื่อหาประสบการณ์เพราะฝันว่าวันหนึ่งจะมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองเหมือนกัน เราชอบอะไรที่คล้ายกัน จูนกันติดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ

แต่พอมาเจอได้แค่แป๊บเดียวเราก็ต้องกลับไทย เลยบอกเขาว่าเราไม่มีเวลามาเล่นเยอะนะ เรามีสิ่งที่เราต้องทำ เขาก็บอกว่าเขาไม่มีเวลาเล่นเหมือนกัน สุดท้ายนิโคลาก็ตัดสินใจไปทำพาสปอร์ตตามเรามาตั้งแต่เดือนสิงหาปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับเลย”

ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็นบาริสต้า แต่นิโคลายังรับหน้าที่ในการดูแลส่วนของกาแฟทั้งหมด ซึ่งกาแฟก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยดึงลูกค้าให้เข้ามาที่ร้านได้มากกว่าการมีเจลาโต้ขายเพียงอย่างเดียว

นอกจากนั้นแล้วนิโคลายังเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเกรซในฐานะการเป็น Distributor ที่นำเข้าเมล็ดกาแฟจากอิตาลีมาจำหน่ายต่อในไทย ที่อนาคตอันใกล้เตรียมจะเปลี่ยนพื้นที่ชั้น 2 ของร้านให้เป็นบูทีคกาแฟของแบรนด์ดังกล่าว

Grazia gelato and coffee

เตรียมพร้อมในวันที่กระแสของร้านเริ่มลดลง

แม้ร้านจะเปิดมาได้เพียงแค่เดือนกว่าๆ โดยที่ยังไม่ได้ใช้เงินไปกับการทำโฆษณาเลยสักบาท แต่ Grazia gelato and coffee ก็กลายเป็นกระแสที่ผู้คนตั้งใจขับรถมาลิ้มลองจนทำให้เจลาโต้ที่ทำไว้กว่า 20 กิโลหมดแทบทุกวัน ยังไม่นับรวมยอดขายจากกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ และเบเกอรี่ที่วางไว้อยู่ตรงมุมเล็กๆ ของเคาน์เตอร์

เกรซดีใจกับผลตอบรับดังกล่าว แต่ดีใจได้ไม่นานเธอก็ต้องรีบวางแผนเผื่ออนาคตไว้ ว่าหากถึงวันนึงที่กระแสหมดไปจะต้องทำอย่างไรให้ยังมีลูกค้าหมุนเวียนมาที่ร้านอยู่เป็นประจำ

และแผนที่เกรซวางเอาไว้ ก็คือการที่ต้องรักษาคุณภาพของสินค้าให้ดีอยู่เสมอ เจลาโต้จะต้องทำสดใหม่ทุกวันไม่มีเก็บค้าง และอาจมีการเพิ่มเมนูของคาวเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องไม่มากเกินไปจนทำให้ Operation วุ่นวายที่ยอดขายเพิ่มแต่กำไรเท่าเดิม

รวมไปถึงการทำธุรกิจแบบ B2B ทั้งการเป็น Distributor จำหน่ายเมล็ดกาแฟและการผลิตเจลาโต้ในรูปแบบ OEM เพื่อขายให้กับคนที่สนใจอยากทำแบรนด์เป็นของตัวเอง โดยที่ทุกอย่างไม่ใช่ความฝันแต่คือสิ่งที่เธอกำลังวางแผน เพื่อเตรียมจะทำจริงภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

“หลายคนปรามาสไว้เยอะว่าคนอย่างเราเนี่ยนะจะทำธุรกิจได้ พอมาถึงวันนี้ที่ภาพมันชัดมากขึ้นเราก็ดีใจ แต่ความดีใจจะกลายเป็นความภูมิใจได้ก็ต่อเมื่อในวันที่ร้านไม่ได้เป็นกระแส แต่ก็ยังมีลูกค้าเข้ามาอยู่อย่างเสมอ

แล้วเราก็จะทำให้ตัวเลขมันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะใช้ความพยายามและความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมาต่อยอดความโชคดี ให้ความดีใจกลายเป็นความภูมิใจได้มากกว่านี้

ส่วนเราจะเป็นอย่างที่หลายคนปรามาสไว้ไหม ก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer