ชีวิตจะก้าวหน้า ถ้าเลิกทำแบบนี้

มีปัจจัยอะไรบ้างที่สามารถส่งใครสักคน ประสบความสำเร็จได้มากกว่าอีกคน ไม่ว่าจะตั้งเป้าอะไรไว้ก็สมหวังได้ตลอด ชัดเจนสุดคือการที่ฝ่ายแรกมีความก้าวหน้ามากกว่าฝ่ายหลัง เปรียบเทียบง่ายๆ คงไม่ต่างจากการแข่งกันระหว่างกระต่ายกับเต่า ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าสัตว์หลังติดกระดอง ผิดจากที่คาดกันว่าสัตว์ขนปุยหูยาววิ่งได้เร็วกว่าจะคว้าแชมป์

นิทานเรื่องดังของอีสปยังสามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบัน เพราะทุกคนล้วนอยากมีความก้าวหน้าทั้งเรื่องชีวิตและการทำงานโดยหากตัดนิสัยต่อไปนี้ออกไป ความก้าวหน้าจะมาหาต่อเนื่อง และความสำเร็จจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ผัดวันประกันพรุ่ง : ทางไกลหมื่นลี้ ย่อมเริ่มที่ก้าวแรกฉันใด งานใหญ่ก็ต้องเริ่มที่การลงมือทำฉันนั้น ดังนั้นนิสัยเสียอย่างแรกที่ควรกำจัดก่อนเลยถ้าอยากมีความก้าวหน้า คือการผัดวันประกันพรุ่ง เอาแต่พูดว่า “เดี่ยวก่อนๆ เอาไว้ก่อน” จนติดปาก นอกจากนี้ยังรวมถึงการเลื่อนกำหนดออกไปก่อนและมัวแต่ดูฤกษ์ยาม ผ่านข้ออ้างว่า “มีอารมณ์แล้วค่อยทำ” โดยวิธีจัดการนิสัยนี้คือสร้างกรอบเวลาและเริ่มลงมือทำ

ถอยทันทีเมื่อมีงานยาก : ให้เลือกเดินทางราบเรียบ ไม่สูงชัน ไร้ขวากหนาม กับทางขรุขระ เต็มไปด้วยหลุมบ่อ และต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะไปถึงเป้าหมาย คนส่วนใหญ่คงเลือกอย่างแรก ซึ่งเหมือนกับการทำงานที่ไม่ต้องปาดเหงื่อมาก แต่คงมีบางครั้งที่เราเจอกับ Fight บังคับ ท่ายากเท่านั้นที่จะทำให้งานเสร็จลุล่วง จึงมีไม่น้อยที่ถอดใจกลางทาง โดยทางแก้นิสัยใจฝ่อ คือให้เตือนตัวเองว่าผลเสียที่จะตามมาหากงานไม่เสร็จ เช่น หากเป็น Project ใหญาอาจกระทบถึงทั้งบริษัท และคิดตลอดการทำงานว่าเป็นการเพิ่มพูนทักษะ พร้อมสร้างความภาคภูมิใจและความมั่นใจให้ตัวเอง

ไม่อยากก้าวต่อเมื่อพลั้งพลาด : ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่ทำงานยาก ความเสี่ยงที่จะล้มเหลวย่อมมีมากกว่างานทั่วไปที่คุ้นเคย นี่จึงกลายเป็นเหตุให้ใครก็ตามที่เคยล้มเหลวมาแล้ว ไม่กล้าจับงานยากอีกเลย แต่ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นนิสัย ในระยะยาวจะปิดโอกาสในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ จนท้ายที่สุดทำอะไรแทบไม่เป็น พลาดโอกาสทำงานสำคัญ และถูกปลดออกจากงาน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทุกครั้งเมื่อเจองานยาก ให้มองว่าเป็นความท้าทาย และทำให้สุดความสามารถ เพราะอย่างน้อยหากล้มเหลวก็ยังได้ประสบการณ์ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า

ขาดการตั้งเป้าหมาย : หากอยากก้าวหน้า ที่นิสัยเสียอีกอย่างที่ต้องตัดคือการทำงานโดยไม่รู้จุดมุ่งหมาย เหมือนการเดินทางไกลแต่กลับขับไปเรื่อยๆ โดยไร้จุดหมาย กรอบเวลาและอุปกรณ์ต่างๆ เพราะไม่ใช่แค่งานไม่เสร็จ แต่ยังทำให้เปลืองกำลัง สติปัญญา และงบประมาณโดยใช่เหตุอีกด้วย ดังนั้นหลังคิดแล้วว่าจะทำอะไร ควรกำหนดกรอบเวลาและวางแผนให้ดี

ตกม้าตายเพราะความประมาท : “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” เป็นสุภาษิตไทยบอกถึงนิสัยเสียอีกอย่างในการทำงาน ที่แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ผลกระทบที่ตามมาก็ไม่ใช่น้อย เพราะประสบการณ์อาจหลอกตา และพาให้พลาดได้กับเรื่องง่ายๆ ดังนั้นเพื่อความก้าวหน้าควรมีความรอบคอบและใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำงาน

พลาดหวังหลังตั้งเป้าสูงไป : ถ้าความไม่ประมาทช่วยให้ไม่พลาดกับเรื่องง่ายๆ การรู้จักประมาณตนก็เป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้คุณเผชิญความล้มเหลวครั้งใหญ่จากการตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินไป จริงอยู่การท้าทายตัวเองด้วยงานยาก ช่วยให้ได้พัฒนาฝีมือและฝึกปรือทักษะ แต่การทำอะไรที่เกินตัว ความเสียหายอาจมากเกินรับได้ ดังนั้นเพื่อความก้าวหน้าในระยะยาวการควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป และระมัดระวัง / psychologytoday

%d bloggers like this: