จากจุดเริ่มต้นที่รุ่นบุกเบิกอย่าง “ฐิติพร ตรีสุขเกษม” ทำธุรกิจห้องเย็นซีฟู้ด สั่งสมประสบการณ์มากว่า 22 ปี และทำติ่มซำมา 18 ปี ในโรงงานของญาติ หลังจากเรียนจบ “มนัสสิทธิ ตรีสุขเกษม” หันมาทำธุรกิจติ่มซำแช่แข็งอย่างเต็มตัว เป็นตัวแทนหาติ่มซำส่งตามโรงแรมใหญ่ และผลิตขายเองจนมาเป็น “ติ่มซำ อาหลง” แบรนด์ติ่มซำที่รสชาติอร่อยถูกปากของลูกค้าที่ได้ลิ้มลอง
“มนัสสิทธิ์ ตรีสุขเกษม” ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอ็ม เอ พี ฟู้ด จำกัด รีแบรนด์สร้างมาตรฐานรสชาติติ่มซำแช่แข็งในระดับภัตตาคาร และเทียบเท่ามาตรฐานส่งออกโลก ด้วยการตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่ผลิตติ่มซำทุกประเภทอย่างได้มาตรฐาน
มนัสสิทธิ์ ระบุถึงจุดแข็งของติ่มซำ อาหลง คือเรื่องของ “รสชาติ สไตล์ฮ่องกง และปริมาณของสินค้า” ที่ถึงแม้จะเป็นติ่มซำแช่แข็ง แต่รสชาติและคุณภาพยังคงเดิม
สำหรับ “ติ่มซำ อาหลง” มีผลิตภัณฑ์ในไลน์รวมทั้งหมดเกือบ 100SKU แบ่งเป็น
ของนึ่ง-ขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า ฯลฯ
ของทอด-เปาะเปี๊ยะกุ้ง เปาะเปี๊ยะแฮมชีส ฯลฯ
สุกี้ชาบู-สาหร่าย ลูกชิ้น เกี๊ยวกุ้ง
ready meal และ แป้งปอเปี๊ยะ-ห่อเกี๊ยว

และเมนูพิเศษที่คิดค้นเสร็จ คือ “หมูเคาหยก” อาหารเหลาสูตรฮ่องกงที่เตรียมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้
ปัจจุบัน “ติ่มซำ อาหลง” มีขายทางออนไลน์ ผลิตแบบ OEM ให้แก่ธุรกิจกลุ่ม Horeca ซึ่งปัจจุบันผลิตส่งโรงแรม 38 โรงแรมทั่วประเทศ
มนัสสิทธิ์ยังระบุอีกว่า ติ่มซำ อาหลง จะมีหน้าร้านในปีหน้า และเตรียมทำเป็นแฟรนไชส์ สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้นั้นจะเน้นผลิต OEM และวางจำหน่ายในร้านทั่วไปมากขึ้น
โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท และคาดว่ามีกำไร 9 ล้านบาท
ทั้งนี้เอ็ม เอ พี ฟู้ด แบ่งแบรนด์และเกรดสินค้า เพื่อส่ง OEM ครอบคลุม 2 หลักคือ แบรนด์ “อาหลง” สำหรับธุรกิจกลุ่มพรีเมียม และ แบรนด์ “ฮาว ยิ่ว โตว” สำหรับธุรกิจที่ต้องการสินค้ากลุ่มเซฟวี่ ไลฟ์สไตล์



