“เซ็นทรัล” เปิดทิศทาง ‘สิ่งแวดล้อม’ ผ่านแคมเปญ “Central Group Love the Earth” (เซ็นทรัลกรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ) รณรงค์และรักษาสิ่งแวดล้อมผ่าน 3 โครงการหลัก ลดขยะ-ปรับภูมิทัศน์ และฟื้นฟูผืนป่า เผยลูกค้าปฏิเสธถุงเกือบ 5 ล้านใบภายใน 4 เดือนแรกปี 62 ส่วนปี 61 ลดการใช้หลอดถึง 13.6 ล้านหลอด

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และที่ปรึกษา Central Group Sustainability กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ PEOPLE (บุคลากร),  PLANET (สิ่งแวดล้อม), PROSPERITY (การพัฒนาความมั่งคั่ง) และ PEACE & PARTNERSHIPS (สันติภาพและความร่วมมือ)

มิติบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ ‘สิ่งแวดล้อม’ เพราะนอกจากจะกระทบต่อธุรกิจแล้ว ยังเป็นการสร้าง ‘ความยั่งยืน’ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม

“เซ็นทรัล” จึงกำหนดกรอบการดำเนินงานใน 4 ด้าน คือ (1) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), (2) การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ (Resource Efficiency), (3) การบริหารจัดการขยะมูลฝอย (Waste Management) และ (4) การบริหารห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Management) ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การสหประชาชาติ 4 ข้อ (SDGs)

โดยแสดงออกผ่านแคมเปญ “Central Group Love the Earth” (เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ) 

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ขยายความว่า ในปี 2562 บริษัทมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังผ่านแคมเปญ เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งในระดับองค์กร ระดับชุมชน และระดับมหภาค ผ่าน 3 โครงการหลัก คือ

(1) Journey to Zero-การลดขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญไปกับการลดขยะมูลฝอย และลดปัญหามลพิษด้วยพลังงานสะอาด

โครงการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรณรงค์ ‘ลดใช้ถุงพลาสติก’ ผ่านแคมเปญ Say No To Plastic อาทิ ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, การลดการใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว, โครงการงดให้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของทุกเดือน, การลดการใช้หลอดพลาสติกในร้านอาหารของเครือซีอาร์จี, การใช้หลอดข้าวโพดแทนหลอดพลาสติก ในท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, และการใช้ภาชนะทดแทน เป็นต้น

รวมถึง การจัดการคัดแยกขยะ (Waste Segregation) โดยติดตั้งถังขยะที่มีสัญลักษณ์และสีเป็นเอกลักษณ์ให้ครอบคลุมทุกศูนย์การค้าในเครือ และลดการสร้างขยะอาหาร (Food Waste) โดยบริษัทร่วมมือกับมูลนิธิเอสโอเอส  Scholar of Sustenance (SOS) ในการส่งต่ออาหารที่เหลือจากในเครือให้ถึงมือเด็กในมูลนิธิบ้านพระพรและบ้านราชาวดี ส่วนอาหารที่ไม่สามารถรับประทานได้ บริษัทกำลังหาแนวทางในการแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์และก๊าซชีวภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังติดตั้งแผงพลังงานโซลาร์เซลบนหลังคาศูนย์การค้าในเครือ (Solar Rooftop) ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 5,800 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง และสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger) ทั้งหมด 12 สาขา 20 จุด เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ , เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล พลาซา ศาลายา และมีแผนที่จะติดตั้งเพิ่มให้ครบทุกศูนย์การค้า

(2) Central Green–การปรับภูมิทัศน์โดยรอบศูนย์การค้า ด้วยการจัดทำสวนสาธารณะ การบูรณาการพื้นที่ริมคลอง

(3) Forest Restoration–ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูผืนป่า ได้แก่ โครงการปลูกป่าบางขุนเทียน บนพื้นที่ 36 ไร่, โครงการคุ้งบางกะเจ้า 23 ไร่, โครงการ “สร้างอาหารยั่งยืน…ฟื้นคืนป่าน่าน” รณรงค์ปลูกป่าจำนวน 200 ไร่ร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ณ จังหวัดน่าน และโครงการส่งเสริมการปลูกกาแฟอินทรีย์รักษาป่าภูชี้เดือน ณ จังหวัดเชียงราย พื้นที่กว่า 500 ไร่  เป็นต้น

พิชัยกล่าวอีกว่า ในอนาคตยังตั้งเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนให้ “เซ็นทรัล” ลดการใช้ถุงพลาสติกจนเหลือศูนย์ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความเป็นไปได้ และปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย แรงจูงใจ และจิตสำนึก

(1) ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของ “เซ็นทรัล”

– การรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกผ่านแคมเปญ Say No To Plastic อาทิ ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในปี 2561 สามารถลดใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 45 ล้านใบ

– การลดการใช้หลอดพลาสติกในร้านอาหารของเครือซีอาร์จี โดยในปี 2561 สามารถลดได้ถึง 13.6 ล้านหลอด

– ช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม–30 เมษายน 2562 มีลูกค้าปฏิเสธไม่รับถุงพลาสติกถึง 4.8 ล้านครั้ง

– บริษัทสามารถสร้างมื้ออาหารได้มากกว่า 100,000 มื้อ คิดเป็นการลดปริมาณขยะอาหารถึง 34 ตัน ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิเอสโอเอส  Scholar of Sustenance (SOS) ในการส่งต่ออาหารให้ถึงมือเด็กในมูลนิธิบ้านพระพรและบ้านราชาวดี

(2)

สถิติขยะ-มลพิษ ในประเทศไทย

– ปี 2561 ประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกเป็นจำนวนกว่า 2 ล้านตัน

– กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ เป็นอันดับ 23 ของโลก และอันดับ 1 ของจังหวัดในประเทศไทยที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมอีกด้วย

– ขยะมูลฝอยเฉพาะในปี 2558 กรุงเทพฯ มีปริมาณขยะมูลฝอยสูงถึง 27 ล้านตัน โดยมีเพียง 31% เท่านั้นที่ได้รับการจัดการขยะอย่างถูกวิธี



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer