ชาตรามือ รายได้เท่าไร ? เจาะกลยุทธ์แบรนด์เก่าที่กลับมาเก๋า กรณีศึกษา ชาตรามือ, ศรีจันทร์ และห่านคู่

ธุรกิจแบรนด์ไทยที่อยู่คู่สังคมมานาน บางธุรกิจ จากรุ่นสู่รุ่น แบบเงียบๆ จากการมองว่า “ก็ขายได้อยู่แล้ว” และบางธุรกิจก่อนเปลี่ยนมือ อาจจะเป็นธุรกิจที่เริ่มหมดอายุ จากการหมดความนิยมของผู้บริโภค และนิวเจนไม่อยากขอไปต่อ

แต่ในโลกของธุรกิจ บางครั้งการเปลี่ยนมือจากรุ่นบุกเบิก สู่นิวเจน กลับถูกปลุกให้กลับมาคืนชีพอีกครั้ง และเป็นการคืนชีพที่ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความเป็นรุ่นใหม่ ที่โดนใจผู้บริโภคจนกลายเป็นกระแสการพูดถึง หรือแนะนำให้ซื้อกันปากต่อปากอีกด้วย

มาในวันนี้ เราจะขอพูดถึง 3 แบรนด์ที่สามารถปลุกตัวเองขึ้นมาให้สว่างไสวอีกครั้ง

นั่นก็คือ ชาตรามือ, ศรีจันทร์ และ ตราห่านคู่ แบรนด์ที่มีอายุในวันนี้เลยวัยแซยิดมาแล้ว แต่วันนี้แบรนด์ทั้ง 3 แบรนด์ ดูเด็กลงกว่าเดิม จนใครๆ ก็ถามว่า ไปทำอะไรมา ทำไมดูเด็กลง

บอกเลยว่า ที่เด็กลงนั้นเพราะทายาทรุ่นที่ 3 ของทั้ง 3 ที่ปลุกคืนชีพธุรกิจที่อายุมากกว่า 70 ปี ให้กลับมา 17 อีกครั้ง

 

เรามาดูกันว่า แต่ละแบรนด์เขาทำตลาดอย่างไร ถึงพลิกฟื้นแบรนด์ให้กลับมา

ชาตรามือ ผู้พลิกธุรกิจจากชาหลังร้านขายน้ำสู่ชาขึ้นห้างที่คนรุ่นใหม่ต้องดื่ม

ชาตรามือ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2488 เป็นเพียงแค่ร้านชาแห่งหนึ่งในถนนเยาวราชที่ผลิตและขายส่งชาตามออเดอร์

ตลอด 70 กว่าปีที่ผ่านมา ชาตรามือได้ทำธุรกิจ ในรูปแบบ B2B เสียส่วนใหญ่ โดยเน้นการขายส่งไปยังร้านชาทั่วประเทศ ในฐานะ แบรนด์ชาหลังร้าน ยอดนิยมของร้านชาข้างทาง และชาตามห้างบางแห่ง

ทำให้ชื่อชาตรามือเป็นชื่อชาที่คนรุ่นใหม่แทบจะไม่ค่อยรู้จัก

จนเมื่อปี 2560 แบรนด์ชาตรามือได้กลับมาดูเด็กลง และเป็นแบรนด์ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ มาจากทายาทรุ่นที่ 3 ของชาตรามือ ได้ปรับธุรกิจของตัวเอง จากการขายส่งสู่ธุรกิจรีเทล เปิด Kiosk ชาตรามือ ชงชาขายเป็นแก้วให้กับลูกค้าตามสถานีรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน

การเปิดตัวสู่รีเทลของชาตรามือ ไม่ใช่แค่เพียงการเปิดร้านชงชาขาย แต่มีการคิดค้นชาสูตรใหม่ๆ เพื่อสร้างจุดแตกต่างจากร้านขายเครื่องดื่มชาร้านอื่นๆ พร้อมกับใช้กระแสโซเชียลมีเดียในการโหมกระแสให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

โดยชากุหลาบ เป็นเครื่องดื่มที่ได้ชื่อว่า แจ้งเกิดให้กับชาตรามือ จากจุดเด่นของชาที่เป็นยาระบายอ่อนๆ ไปจนถึงยาระบายหนักๆ สำหรับผู้ที่ธาตุไม่แข็งแรง

และใช้การตลาดด้วยการโปรโมตผ่านโซเชียลด้วยสื่อของชาตรามือเอง และอินฟลูเอนเซอร์ออนไลน์มาช่วยรีวิวอานุภาพของชาชนิดนี้ ที่มาพร้อมกับรสชาติที่หอมอร่อย

ซึ่งอานุภาพของการระบายนี้เองทำให้ชาตรามือได้ถูกพูดถึงในหมู่ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการระบายให้เข้ามาลองของและบอกต่อถึงการทำลายล้างที่ได้รับจากชานี้ในโลกโซเชียล จนในช่วงเวลานั้นชากุหลาบขายดีจนผลิตไม่ทัน

เมื่อชากุหลาบทำให้ชาตรามือเกิด ทายาทรุ่นที่ 3 ของชาตรามือไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงสูตรชาใหม่ๆ และของรับประทานอื่นที่ทำมาจากชา เช่น ไอศกรีมชา น้ำแข็งไสชา ออกมาต่อยอดความสำเร็จอีกด้วย

จนในวันนี้ชาตรามือไม่ได้รับความนิยมเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศถึง 7 ประเทศ และมีสาขาในประเทศไทยมากกว่า 60 แห่งเลยทีเดียว

ศรีจันทร์ แบรนด์ที่อยู่หลังร้านโชห่วยที่หาซื้อแสนยากสู่แบรนด์ที่อยู่ติดในกระเป๋าผู้หญิง

เมื่อปี 2557 ถือเป็นปีที่แจ้งเกิดแบรนด์ศรีจันทร์ จากผงหอมศรีจันทร์แบรนด์ที่กำลังใกล้หมดลมหายใจให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

โดยก่อน ที่รวิศ หาญอุตสาหะ จะเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจผงหอมศรีจันทร์ เขาได้พบว่าสินค้าผงหอมศรีจันทร์ เป็นสินค้าที่ดี แต่ไม่มีใครกล้าใช้ เพราะแบรนด์มีความโบราณ เชยแสนเชย และแพ็กเกจไม่สวย เวลาที่จะใช้จะต้องแอบใช้เพราะกลัวคนเห็น

ทำให้แบรนด์ศรีจันทร์ในก่อนหน้านั้นไม่สามารถหาลูกค้าใหม่ๆ ได้ แถมลูกค้าเก่าก็เริ่มลดลงตามกาลเวลา

จนเมื่อรวิศได้ศึกษาตลาดและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ เพื่อปลุกแบรนด์ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ผ่านการรีเสิร์ชหาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

โดยแบรนด์ศรีจันทร์ได้พาตัวเองแจ้งเกิดอีกครั้งได้ในปี 2557 ด้วยโฆษณาศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนท์ พาวเดอร์ ที่ใช้นางแบบและคำพูดในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และแพ็กเกจใหม่ที่มีความสวยงามน่าใช้มากขึ้น พร้อมคงคุณสมบัติของผงหอมศรีจันทร์คือควบคุมความมัน

และหลังจากที่ศรีจันทร์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวิศได้ใช้ตัวเองเป็นเหมือนแบรนด์แอมบาสเตอร์ ช่วยโปรโมตแบรนด์อีกทางหนึ่งด้วยการเขียนบทความ และ Podcast ให้ความรู้ต่างๆ เพื่อลิงก์ตัวเจ้าของแบรนด์ไปกับแบรนด์ศรีจันทร์ เพื่อเมื่อผู้บริโภคเห็นรวิศก็จะคิดถึงแบรนด์ศรีจันทร์ขึ้นมา

นอกจากนี้แบรนด์ศรีจันทร์ยังมีการขยายกลุ่มฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ เช่น ศรีจันทร์ฟอร์เมนในกลุ่มผู้ชาย และศศิ เครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น เพื่อให้พอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์ หรือแม้แต่การจับมือกับแบรนด์ต่างๆ เช่น ศรีจันทร์ X อาซาวา เพื่อให้แบรนด์มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น

และทำให้ในปี 2560 ศรีจันทร์มีรายได้ที่แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ไว้ที่ 320,380,036.71 บาท

ตราห่านคู่

ตราห่านคู่เสื้อซับในสีขาวสู่เสื้อหลากสีที่ขายดีกว่าเดิม

ในปีที่ผ่านมา เสื้อตราห่านคู่ มี รายได้ 631,968,081.37บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ในนามบริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง

การที่ตราห่านคู่ได้กลายเป็นแบรนด์ที่มีรายได้ที่น่าสนใจมาจากทายาทรุ่นที่ 3 ที่มีการปรับเปลี่ยนแปลงธุรกิจห่านคู่ จากแบรนด์ที่อยู่ตามร้านห้องแถวที่เจาะกลุ่มคนรุ่นเก่าสู่แบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ก็ใช้กัน

เริ่มจากปี 2553 ที่ตราห่านคู่เริ่มเปลี่ยนแนวทางการจำหน่ายสินค้าตราห่านคู่ จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียว เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นผู้กระจายสินค้าไปยังร้านขายส่ง ร้านขายเสื้อผ้าห้องแถว และแผงขายเสื้อผ้าในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไปสู่ช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ

เช่น ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด คอนวีเนียนสโตร์ และออนไลน์ จากการมองเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าผ่านโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้า

รวมถึงมีการเพิ่มสีของเสื้อตราห่านคู่จากเดิมมีเพียงสีขาว เป็นสีต่างๆ ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 12 สี ไม่รวมสีใหม่ๆ ที่มีการจับมือกับพาร์ตเนอร์ผลิตออกมาจำหน่ายเฉพาะกิจ อย่างเช่นการจับมือกับไทยโทน สีไทย ออกสีเสื้อที่มีชื่อเรียกตามสีที่คนไทยโบราณเรียกกัน

และยังมีการเพิ่มดีไซน์และเพิ่มขนาดเสื้อขนาดใหม่ๆ เข้ามา เช่น เสื้อยืดผ่าอกติดกระดุม เสื้อไร้ตะเข็บข้าง เสื้อไซส์คอวี เสื้อไซส์เล็กสำหรับผู้หญิง และเสื้อเด็ก เพื่อขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น

เพราะตราห่านคู่เชื่อว่า ถ้าเสื้อยืดที่มีคุณภาพใส่สบาย ใครๆ ก็อยากใส่กัน และถ้าใส่กันมากๆ นั่นหมายถึงรายได้ที่ตามมา

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่จะพาแบรนด์ที่มีความโบราณ ปัดฝุ่นเป็นแบรนด์รุ่นใหม่ ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ทั้งหมด แต่ควรที่จะคงจุดเด่นของแบรนด์ที่ในอดีตรุ่นบุกเบิกได้ทำมาดีแล้วเอาไว้ แต่ใส่ความเป็นคนรุ่นใหม่เข้าไปเพื่อให้แบรนด์ที่ดูเก่าและเชยมีความ Fresh อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นความ Fresh ที่ช่วยให้แบรนด์เก่าเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer