ท่ามกลางสงครามการค้าที่กลับมาปะทุและมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย จนทำให้เหล่าผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อรับแรงกระแทกจากหลายๆ ด้าน เมื่อธุรกิจการค้าเจอกับคำว่า “ยุ่งยาก” มากขึ้นเรื่อยๆ อะไรที่เป็นตัวช่วยผ่อนแรงให้ “ง่าย” ขึ้น “รักษาผลประโยชน์” ให้มากขึ้น คงจะดีไม่น้อย

ทีเอ็มบี เข้าใจสถานการณ์และ Pain point ของผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกตรงนี้ดี จึงพัฒนาเครื่องมือเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาโดยตลอด ล่าสุดได้เปิดตัว “บัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน” หรือ “Multi-Currency Account” สำหรับธุรกิจส่งออก ที่รวมสกุลเงินหลัก 6 สกุลไว้ในบัญชีเดียว ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจส่งออกบริหารจัดการธุรกรรม “ง่าย” ขึ้น

ปัญหาการรับ-จ่ายเงินสกุลต่างประเทศที่ซับซ้อน

ปัจจุบันปริมาณการส่งออกของไทยแต่ละปีอยู่ที่ 8.09 ล้านล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 53 ของ GDP ประเทศไทย โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกจำนวน 43,000 รายเป็นตัวขับเคลื่อน

ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่งออกทั้ง 43,000 รายนี้ มีช้อยส์หลักๆ ในการบริหารจัดการธุรกรรมสกุลเงินต่างประเทศอยู่ 2 วิธี คือ ใช้บัญชีสกุลเงินต่างประเทศ (FCY) ของธนาคาร และเปิดบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) ของตัวเอง แน่นอนว่าทั้ง 2 วิธีมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน

โดยวิธีแรก การใช้บัญชีสกุลเงินต่างประเทศ (FCY) ของธนาคาร ในการรับเงินสกุลต่างประเทศจากลูกค้า โดยผู้ประกอบการเพียงแค่เปิด ‘บัญชีเงินบาท’ อย่างเดียวเท่านั้น ข้อดีคือ ง่ายต่อการแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ทันที และไม่ต้องเปิดบัญชี FCD เอง แต่มีข้อเสียคือ เมื่อได้เงินจากลูกค้าแล้วไม่สามารถโอนให้คู่ค้าได้ทันที กล่าวคือ เมื่อโอนเงินสกุลต่างประเทศเข้ามาผู้ประกอบการต้องแลกเป็นเงินบาทก่อน แล้วจึงจะสามารถแลกสกุลเงินและโอนออกไปยังประเทศนั้นๆ ได้ ที่สำคัญธุรกรรมทั้งหมดนี้ “ไม่ได้รับดอกเบี้ย” และ “ไม่มี Statement” ให้เช็ก

ส่วนอีกวิธีคือ เปิดบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ (FCY) ของตัวเอง (FCD) นั้น คือการที่ผู้ประกอบการเปิดบัญชีสกุลเงินนั้นๆ ด้วยตัวเอง หมายความว่าหากต้องรับเงิน 3 สกุล ก็ต้องเปิด 3 บัญชี และหากต้องแลกเงินบาท “ต้องไปทำธุรกรรมที่สาขาเท่านั้น” แต่ก็มีข้อดีคือ วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ประกอบการจะได้รับดอกเบี้ยและสามารถเช็ก Statement ได้สบายๆ

ครั้งแรกในไทย Multi-Currency Account จัดการทั้งหมดได้ในบัญชีเดียว

ทีเอ็มบี ได้ทลายขีดจำกัดการทำธุรกรรมแบบเดิมๆ ไม่ต้องเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศหลายบัญชี เพื่อรองรับการรับโอนเงินหลายสกุล ลดความยุ่งยากในการเปิดบัญชี และสามารถบริหารจัดการธุรกรรมได้คล่องตัวขึ้น ด้วยการเปิดให้บริการ บัญชีมัลติเคอร์เรนซี่ (Multi-Currency Account) ที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 6 สกุลเงิน

ศรัณย์  ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบี อธิบายว่า “บัญชี Multi-Currency Account เป็นบัญชีที่ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจส่งออกบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้คล่องตัวขึ้น เพราะสามารถทำธุรกรรม 6 สกุลเงิน คือสกุล บาทไทย (THB), ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และ เยน (JPY) ได้ในบัญชีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การรับ-โอนเงิน การแลกเปลี่ยนเงิน (Convert) หรือการเรียกดู eStatement ก็ทำได้ตลอดเวลา ผ่านแอป TMB Business Click บนสมาร์ทโฟน”

ศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบี

“นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถแลกเปลี่ยน (Convert) เงินในบัญชีสกุลต่างประเทศเป็นสกุลบาทไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ โดยเลือกจัดการได้เองทันทีเมื่อพอใจกับอัตราแลกเปลี่ยน ที่สำคัญจะ “ได้รับดอกเบี้ย” ตามแต่ละสกุลเงิน ทั้งสกุลบาทไทยและสกุลต่างประเทศทันที เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชี”

สำหรับผู้ประกอบการส่งออกไทย นับเป็นเรื่องที่ดีที่ในช่วงเวลาของการปรับตัวครั้งใหญ่นี้ ธนาคารออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

แต่สำหรับทีเอ็มบีแล้วนั้น นับเป็นการตอกย้ำ การเป็นธนาคารที่เข้าใจและ  Make THE Difference โซลูชันใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer