“SCG” เทรนด์พนักงาน รับยุคเทคโนโลยี รายงานความคืบหน้าสตาร์ทอัพ “AddVentures by SCG” ลงทุนไปแล้ว 13 ราย เผยกลยุทธ์ ปี 62-63 ร่วมลงทุนสตาร์ทอัพต่างประเทศ คาดปีนี้ 4-6 ราย

ดร.จาชชัว แพส ผู้อำนวยการกลุ่ม SCG Corporate Innovation และกรรมการผู้จัดการ AddVentures by SCG กล่าวว่า ธุรกิจยุคปัจจุบันได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาดิสรัป (Disrupt) แบ่งเป็นปัจจัยหลักๆ เช่น พฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยีราคาถูกลงทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และการเติบโตของเทคโนโลยี

“เอสซีจีต้องปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่” ดร.จาชชัวกล่าว

กลยุทธ์ด้านดิจิทัลของบริษัทคือ ‘ปรับวิธีคิดของพนักงานในองค์กร’ และ ‘ลงทุนในสตาร์ทอัพ’

ด้านการปรับเปลี่ยนแนวคิดขององค์กร ดร.จาชชัว อธิบายว่า บริษัททำโครงการพัฒนาสตาร์ทอัพชื่อ “HATCH-WALK-FLY” โดยมี “ZERO TO ONE by SCG” ที่เน้นการสร้างธุรกิจในรูปแบบสตาร์ทอัพจากไอเดียใหม่ๆ ให้เป็นผู้พัฒนาสตาร์ทอัพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early stage) และแบ่งระยะของการผลักดันสตาร์ทอัพตั้งแต่ระยะฟักไข่ (Hatch) คือช่วงทำความเข้าใจลูกค้า ต่อมาระยะเดิน (Walk) เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้า และระยะบิน (Fly) คือการขยายฐานลูกค้าเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด

ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพซึ่งเป็นพนักงานเอสซีจีผ่านเข้าร่วมโครงการ “HATCH-WALK-FLY” มากกว่า 50 ทีม โดยมีสตาร์ทอัพที่อยู่ในระยะ Walk 7 ทีม และระยะ Fly 4 ทีม

“การพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้พนักงาน เป็นสิ่งที่เอสซีจีให้ความสำคัญ ทั้งการใช้ Data Analytics รวมทั้งการประยุกต์ใช้ AI (Artificial Intelligence), ML (Machine Learning), AR (Augmented Reality), VR (Virtual Reality) และ Blockchain” ดร.จาชชัวเสริม

ส่วนการลงทุนในสตาร์ทอัพ บริษัทมี “AddVentures by SCG” ซึ่งเป็น Corporate Venture Capital หรือ CVC เข้าไปเสริมศักยภาพและร่วมลงทุนในดิจิทัลสตาร์ทอัพ ทั้งในไทยและภูมิภาคอื่นๆ

ดร.จาชชัวกล่าวอีกว่า ตลอด 2 ปีของ AddVentures by SCG ได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพ (Fund of Fund) และการลงทุนตรงในสตาร์ทอัพ (Direct Investment) ทั้งหมดรวม 13 ราย แบ่งเป็นการลงทุนผ่านกองทุน 2 ราย และการลงทุนตรงในสตาร์ทอัพ 11 ราย

รวมถึงการสร้างความร่วมมือแบบธุรกิจร่วมทุน (Joint venture partnership) กับสตาร์ทอัพที่อยู่ในระยะเติบโต (Growth stage) เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ให้เอสซีจี โดยนำเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมาใช้ในไทย โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเจรจาและทดลองตลาดกับสตาร์ทอัพ 6 ราย

ดร.จาชชัวกล่าวอีกว่า ในปี 2562-2563 บริษัทจะสร้างเครือข่ายกับสตาร์ทอัพทั่วโลก โดยเน้นไปที่การลงทุนผ่านกองทุนและสตาร์ทอัพในภูมิภาคใหม่ อาทิ จีน อิสราเอล สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ตลอดจนประเทศไทย และคาดว่าปีภายในปี 2562 จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 4-6 ราย

ส่วนการสร้างความร่วมมือแบบธุรกิจร่วมทุน บริษัทร่วมกับ ZERO TO ONE by SCG เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของตลาดและปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยปีนี้คาดว่าจะสามารถสร้างธุรกิจใหม่จากสตาร์ทอัพในกลุ่มนี้ได้ 4-6 ราย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer