สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fast and Furious Presents : Hobbs & Shaws เข้าฉายสัปดาห์แรกพร้อมตัวเลขรายได้ในสหรัฐฯ และทวีปอเมริกาเหนือ 60.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,885 ล้านบาท) ครองแชมป์หนังทำเงินสูงสุดเรื่องใหม่ พร้อมเบียด The Lion King และ Once Upon A Time In Hollywood แชมป์และรองแชมป์ของสัปดาห์ก่อน ลงไปอยู่ที่ 2 และ 3 ด้วยตัวเลขรายได้ 38.2 และ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,184 และ 620 ล้านบาท) ตามลำดับ 

ภาคแยกเรื่องแรกของหนังชุด The Fast and the Furious ยังได้กระแสตอบรับดีจากคอหนังระดับนานาชาติ โดยทำเงินนอกสหรัฐฯ ไป 120 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,720 ล้านบาท) รวมเป็นตัวเลขรายได้ทั้งหมดทั่วโลก 180 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,580 ล้านบาท) 

ซึ่งถือเป็นข่าวดีของค่ายหนัง Universal เพราะนี่คือการรับประกันว่า หนังชุดนี้ยังคงเป็น ’แบรนด์แกร่ง’ แม้ 18 ปีที่ผ่านมามีออกมา 8 ภาคแล้วก็ตาม

ตัวเลขรายได้ของหนังที่นำแสดงโดย Dwayne “The Rock” Johnson และ Jason Statham ซึ่งอีกเพียง 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 620 ล้านบาท) ก็จะคุ้มทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,200  ล้านบาท)

สร้างความอุ่นใจให้ค่ายหนัง Universal ว่าในอนาคตภาคแยกเรื่องต่อๆ มาจะไม่ทำรายได้ผิดหวังเหมือน Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald ภาคแยกของ Harry Potter และ Solo ภาคแยกของ Star Wars 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตว่า ความสำเร็จของหนังตระกูล The Fast and the Furious ในตลาดนอกสหรัฐฯ ทวีความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากสัดส่วนเพียง 30% ของตัวเลขรายได้ภาคแรก 207 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,624 ล้านบาท) 

เมื่อมาถึงในภาค 8 ปี 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 81% จากตัวเลขรายได้ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 37,200 ล้านบาท) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ภาคต่อๆ ไป ฉากของเรื่องจะขยายไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น ยืนยันได้จากภาค 9 ซึ่งเพิ่งมาถ่ายทำในแถบจังหวัดติดชายทะเลทางภาคใต้ของไทย/cnn, boxofficemojo



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน