หลังชัดเจนแล้วว่าอินโดนีเซียจะย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตาไปจังหวัดกาลิมันตันตะวันออก ตามนโยบายของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด้ คนในประเทศก็มีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน โดยผลสำรวจของ KedaiKopi จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ปรากฏว่า 35.6% เห็นด้วย 39.8% ไม่เห็นด้วย ซึ่งในกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยเกือบทั้งหมดเป็นชาวจาการ์ตา ที่ยังไม่ทราบอนาคตของเมืองที่อาศัยอยู่ และกังวลที่รัฐบาลยังไม่มีแผนในการเยียวยาผลกระทบต่างๆ ที่แน่ชัด
ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด้
ผลการสำรวจดังกล่าวยังระบุว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ในจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะมั่นใจว่าจะส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจของพื้นที่จากทั้งการพัฒนา ผู้คน และสินค้าที่หลั่งไหลเข้ามา
การจราจรติดขัดในจาการ์ตา
ความคิดเห็นที่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจนนี้ ยังกลายเป็นประเด็นถกเถียงผ่าน Social Media โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการย้ายเมืองหลวง มีการติด Hastag บน Twitter วิจารณ์ว่า เป็นโครงการที่มีข้อกังขาและอาจมีนายทุนอยู่เบื้องหลัง
สำหรับการย้ายเมืองหลวงของอินโดนีเซีย รัฐบาลให้เหตุผลว่าเกิดจากปัญหาที่รุมเร้ามากมายเกินเยียวยา ทั้งการจราจรติดขัดรุนแรง ป้องกันไม่ให้เมืองที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและน้ำท่วมบ่อยต้องจมน้ำในอนาคตอันใกล้
น้ำท่วมกรุงจาการ์ตา
โดยเป็นโครงการมูลค่า 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีหน้า หลังผ่านการรับรองของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งพรรครัฐบาลครองเสียงข้างมาก

ส่วนจังหวัดกาลิมันตันตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตาถึง 2,000 กิโลเมตร โดยรัฐบาลต้องสร้างขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นป่า โดยหลังโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จในปี 2023 และเปิดใช้งานในปี 2024 ตั้งเป้าให้เป็นเมืองหลวงด้านการปกครองบนพื้นที่ราว 250,000 ไร่ จะประกอบไปด้วย อาคารที่ทำการรัฐบาลทั้งหมด
พื้นที่ส่วนใหญ่ของกาลิมันตัน ตะวันออกที่ยังเป็นป่า
เช่น อาคารรัฐสภา ทำเนียบประธานาธิบดี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีคนอาศัยอยู่ราว 1.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ 200,000 คนเป็นข้าราชการ ส่วนจาการ์ตาจะเปลี่ยนให้เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ/nikkei, bbc, bloomberg
–
