สวนจตุจักร มาทำความรู้จักและวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของตลาดนัดที่เป็นสวรรค์ของนักช้อปทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดชื่อดังของเมืองไทย ที่รู้จักไปทั่วโลก และเป็นจุดปักหมุดแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย
ก่อนที่จะมาเป็น สวนจตุจักร ตลาดแห่งนี้เคยอยู่ที่สนามหลวงมาตั้งแต่ปี 2491 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ในปี 2525 โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานคร เป็นผู้บริหารจัดการดูแลตลาดนัดจตุจักร หลังจากเป็นหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระยะเวลาหนึ่ง

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยให้ตัวเลขว่าตลาดนัดสวนจตุจักร ในวัน-เสาร์อาทิตย์ มีคนเดินประมาณ 2 แสนคน และคาดว่าจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเพราะเครือข่ายของรถไฟฟ้าทื่ไปได้ไกลขึ้น ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นเช่นกัน
โดย 70% เป็นคนไทยอีก 30% เป็นชาวต่างชาติ อันดับ 1 ยังเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน รองลงมาคือกลุ่มอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และอันดับ 3 คือกลุ่มชาวยุโรป
เสน่ห์ของจตุจักร คือการเป็นตลาดกลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่มีสินค้าหลากหลายโดนใจกลุ่มลูกค้าตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 15-16 ปี ไปจนถึงผู้ใหญ่ เลยวัย 60 ปีขึ้นไป ราคาสินค้ามีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหมื่น ที่สำคัญสินค้าในแต่ละประเภทมีมากมายให้เลือกอย่างจุใจ แถมราคายังต่อรองได้ด้วย
บางร้านเป็นมากกว่าร้านค้า แต่เป็นเสมือนที่พบปะของเพื่อนฝูงที่มีรสนิยมในงานศิลป์เดียวกันนัดมาพูดคุยกัน รอบๆ ตลาดนัดยังมีอีเวนต์ย่อยๆ เช่น การแสดงเปิดหมวก น่ารักๆของเด็กๆ วัยรุ่นให้ดูกันเพลินๆ ทั้งวันอีกด้วย
ส่วนสินค้าแฮนด์เมด สไตล์ไทยๆ ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับการซื้อเป็นของฝากของคนต่างชาติยังเห็นขายดิบขายดี อาหารไทยรสชาติจัดจ้านก็มีให้เลือกรับประทานได้หลายร้านค้า
แต่ตลาดนัด สวนจตุจักร ยังมีจุดอ่อน โดยเฉพาะในเรื่องของอากาศบ้านเราที่ร้อนอบอ้าว บางวันฝนตก ห้องน้ำ ที่รับประทานอาหาร อาจจะไม่สวยงาม หรือสะดวกสบายเพียงพอ ที่จอดรถก็น้อย ต้องเดินไกล ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าเองก็สามารถขายของได้แค่ 2 วัน แต่แบกภาระค่าใช้จ่ายทั้งสัปดาห์ เช่นเดียวกับลูกค้าที่จะมาซื้อของได้เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น
เมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ม. หอการค้าไทยได้สำรวจผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักร พบว่าจำนวนวันที่ผู้ประกอบการจะเปิดหน้าร้านค้าขายในตลาดนัดจตุจักรนั้น 70% บอกว่า 2 วัน ส่วนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3 วัน และเมื่อถามว่า มีหน้าร้านที่อื่นอีกหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างถึง 76% บอกว่า ไม่มี และลักษณะของช่องทางการค้าขายนั้น จำนวน 61% ขายผ่านหน้าร้านอย่างเดียว ส่วน 39% มีหน้าร้านควบคู่กับขายออนไลน์
สำหรับผู้ค้าที่มีจำนวน 1 แผง จะเช่าโดยตรง ค่าเช่าส่วนใหญ่อยู่ที่ 5,001-10,000 บาทต่อเดือน และอีก 80% ใช้วิธีเช่าช่วงต่อมา ซึ่งมีค่าเช่าส่วนใหญ่อยู่ที่ 10,001-50,000 บาท (ข้อมูลที่เช่าจากการรถไฟก่อน กทม. เข้ามาดูแล)
ราคาเช่าช่วงที่ค่อนข้างสูงเป็นปัญหาสำคัญของผู้เช่ารายใหม่ที่จะเข้ามาค้าขาย และเป็นปัญหาของผู้เช่ารายเก่าที่ต้องการขยายหน้าร้านเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ห้างติดแอร์ทยอยเปิด หวังกำจัดจุดอ่อน
จากปัญหาทั้งของลูกค้าและผู้ค้าทั้งหมดทำให้มีนักลงทุนได้เข้ามาทำโครงการรอบๆ ตลาดนัดจตุจักรหลายราย นอกจากติดแอร์เย็นฉ่ำแล้ว ยังเปิดทุกวัน เช่น ศูนย์การค้า เจ.เจ. มอลล์ ที่มีพื้นที่ติดกับตลาดนัดจตุจักร สูง 5 ชั้น ประมาณ 700-800 ร้านค้า สินค้าก็จะเป็นประเภทเดียวกันเหมือนยกตลาดนัดจตุจักรมาไว้บนห้างติดแอร์
อินสแควร์ ช้อปปิ้ง มอลล์ พื้นที่ 7.8 ไร่ สูง 8 ชั้น พื้นที่ค้าปลีก 20,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ปากทางเข้าถนนกำแพงเพชร 2 ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร เปิดตัวไปประมาณ ปี 2555 ตอนนั้น บริษัท เจ.เจ. เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้บริหารได้ตั้งเป้าเป็นแหล่งรวมสินค้าเครื่องประดับ จิวเวลรีเสื้อผ้าแฟชั่น
ปัจจุบัน บริษัทดีดี มอลล์ มาซื้อกิจการจากเจ้าของเดิม สินค้าในห้างปัจจุบันจะคล้ายๆ กับสินค้าในโครงการ 1 ของตลาดนัดจตุจักร เช่น พวกของสะสม ของเก่าแอนทีค และเฟอร์นิเจอร์ เพราะเป็นของชิ้นใหญ่ ราคาแพง กลุ่มลูกค้าเลยมีจำกัด บนชั้น 4 จะปล่อยให้เช่าช่วงเป็นตลาดนัดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แต่จากทำเลของโครงการมีถนนกำแพงเพชรคั่นกลาง การไหลเวียนของลูกค้าจากตลาดจตุจักรจึงเกิดได้ไม่ง่ายนัก

ล่าสุด คือ “มิกซ์ จตุจักร” ของบริษัท สยาม พิริยา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในพื้นที่ 10 ไร่ ด้านหลังหอนาฬิกา เป็นอาคารสูง 5 ชั้น มีความยาวถึง 350 เมตร มีพื้นที่ขายกว่า 60,000 ตร.ม ประมาณ 700 ร้านค้า ใช้เงินลงทุนไป 900 ล้านบาท
มีพร ไชยูปถัมภ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยาม พิริยา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มั่นใจว่าจุดเด่นที่สำคัญของโครงการ คือเป็นที่ดินแปลงเดียวที่เชื่อมต่อกับตลาดนัดจตุจักรได้ง่ายที่สุด มาจากทางรถยนต์ก็เข้ามาทางถนนกำแพงเพชร 4 ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เด็ก มีที่จอดรถให้ 700 คัน และที่จอดรถทัวร์อีก 20 คัน มีความยาวถึง 350 เมตร มีพื้นที่ขายกว่า 60,000 ตร.ม ประมาณ 700 ร้านค้า
ตัวเลขที่บอกว่าร้านค้าในมิกซ์ จตุจักร 60% ขยายมาจากร้านค้าเดิมในตลาดนัดจตุจักร สะท้อนให้เห็นว่ามีพ่อค้าแม่ค้าอีกมากที่ต้องการมีหน้าร้านวางขายมากกว่าเสาร์ อาทิตย์ ส่วนร้านค้าอีก 20% มาจากย่านอื่นๆ และ 20% เป็นร้านค้าใหม่ เฉลี่ยราคาค่าเช่า 1 พันบาทต่อตารางเมตร
จะว่าไปแล้ว ห้างติดแอร์รอบๆ ตลาดนัดจตุจักรที่เกิดขึ้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มให้ตลาดนัดสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพราะลูกค้าบางส่วนสามารถเดินไปหลบร้อน หนีฝน ไปทานอาหาร จอดรถ เข้าห้องน้ำ หรืออาจจะเดินไปช้อปปิ้งร้านค้าในห้างได้ด้วย ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบกับร้านค้าในจตุจักรที่มีอยู่เป็นหมื่นร้านค้า เพราะห้างติดแอร์รอบๆ น่าจะมีประมาณ 2 พันร้านเท่านั้นแทบจะไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำไป
ที่สำคัญอารมณ์ในการมาเดินช้อปปิ้งในตลาดนัดสวนจตุจักร น่าจะคนละอารมณ์กับการที่ต้องการเข้าไปเดินช้อปในห้างติดแอร์สูงหลายชั้นเป็นแน่ เสน่ห์ไม่เหมือนกันแน่นอน
ความท้าทายสำคัญของห้างติดแอร์รอบๆ คือต้องสร้างจุดขายที่แข็งแรงพอที่จะดึงคนในตลาดนัดจตุจักรให้เดินเข้าไปและใช้เวลาในห้างให้มากกว่าเป็นเพียงทางผ่าน
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
