Facebook Ads ทำอย่างไรให้โดน และอะไรคือ ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ Facebook Ads

คนไทยใช้งานเฟซบุ๊กวันละ 38 ล้านคน เดือนละ 55 ล้านคน คือขุมทรัพย์ชั้นดีที่จะกลายเป็นช่องทางให้กับแบรนด์ได้พูดคุยกับกลุ่มลูกค้า

แต่ Marketeer เชื่อว่า ยังมีใครต่อใครอีกหลายคนที่มีความคิดในการใช้เฟซบุ๊กแอดเป็นเครื่องมือในการทำตลาด

และอะไรที่เราอยากให้คุณเปลี่ยน

 

Like มาก Share มาก Engage มาก คือความสำเร็จ

ยังมีหลายคนเชื่อว่าการ Boots Post โฆษณาสินค้าให้ประสบความสำเร็จ จะวัดกันที่ยอด Like, Share, และ Engagement เป็นหลัก

ยิ่ง 3 ทหารเสือ Like Share Engagement มีจำนวนมากเท่าไร ความสำเร็จจะมากขึ้นตามมา

ในโลกของการทำตลาดบนเฟซบุ๊กในปัจจุบัน ยอด Like, Share และ Engagement ไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้ ถ้าปราศจากวัตถุประสงค์ของการโฆษณาเป็นหลัก เช่น ต้องการสร้าง Awareness ต้องการยอดขายให้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณา

ซึ่งถ้าต้องการให้เกิดยอดขายเป็นหลัก Like, Share และ Engagement จำนวนมากๆ จึงไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด

และทางออกของการสร้างยอดจำหน่ายจากการเห็นโฆษณาบนเฟซบุ๊ก คือการลิงก์โฆษณาไปกับ Landing Page ของแบรนด์ หรือช่องทางการติดต่อต่างๆ ที่ให้ผู้ที่สนใจสามารถกดคลิกจากลิงก์ที่อยู่ในโฆษณาเพื่อสอบถาม หรือสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรง

หรืออาจจะใช้วิธีการ Collaborative Ads กับพาร์ตเนอร์ที่เป็น eCommerce ต่างๆ  

อย่างเช่น Pepsi มีการ Collaborative Ads กับ eMarketplace เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าที่เห็นโฆษณาบนเฟซบุ๊กกดลิงก์ไปยัง Landing Page ของ eMarketplace เพื่อสั่งซื้อ Pepsi ที่ต้องการทันที

ใช้เงินมาก ยิ่งสร้างพลังมาก

นักโฆษณาบางคนมองว่าการที่ใช้เงิน Boots Post จำนวนมากๆ จะทำให้โฆษณาประสบความสำเร็จ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก

ซึ่งความจริงแล้ว ระบบของเฟซบุ๊กจะมีการประเมินค่าของโฆษณาที่นักโฆษณาต้องการ Boots Post ว่า โฆษณาชิ้นนั้นมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะมาคิดเป็นค่าบริการ Boots Post ในรูปแบบ Bid ที่มีการขึ้นลงตามคุณค่าของชิ้นงานโฆษณา กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ Boots Post ให้โฆษณาไปปรากฏ

โดยคุณค่าที่ว่านี้ประกอบด้วย โฆษณาชิ้นนั้นๆ สามารถ Reach คนได้ในระดับที่เท่าไร และมีประโยชน์กับผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมากน้อยแค่ไหน

ถ้าโฆษณาชิ้นนั้นสามารถ Reach และมีประโยชน์กับผู้ใช้งานเฟซบุ๊กสูง อัตราการ Boots Post เพื่อให้โฆษณาเข้าถึงผู้บริโภคจะมีราคา Bid ที่ต่ำ เพราะเฟซบุ๊กมองว่าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอยู่แล้ว

แต่ถ้าโฆษณาชิ้นนั้นมี Reach และ Engagement ที่ต่ำ เฟซบุ๊กจะมองว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไม่ให้ความสนใจ ซึ่งถ้าแบรนด์หรือนักโฆษณาอยากจะให้โฆษณาชิ้นนี้ไปปรากฏให้ผู้บริโภคได้เห็น จำเป็นต้องใช้เงินที่สูงหน่อยเพื่อให้ผู้บริโภคเห็นโฆษณาต่อครั้ง เพราะถือว่าเป็นการนำโฆษณาไปรบกวนที่หน้าฟีดกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้

ไซส์เดียวทุก Format  

การทำภาพลงเฟซบุ๊กหลายคนยังมีความเชื่อว่าภาพไซส์เดียวสามารถไปปรากฏอยู่ได้ทุกที่

ซึ่งความจริงแล้วสามารถทำได้ แต่…นักโฆษณาอาจจะไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของ Format ของเฟซบุ๊กอย่างเต็มที่ในการโฆษณา

อย่างเช่นเฟซบุ๊กสตอรี่ เป็น Format ที่เหมาะกับการใช้รูปแนวตั้งขนาดยาวเท่ากับไซส์หน้าจอมือถือ เพราะ Format นี้จะโชว์ภาพเป็นแนวตั้งเท่ากับมือถือ เป็นต้น

 

ซึ่งถ้านักโฆษณาหรือแบรนด์ลงภาพโฆษณาในขนาดเดียวกันทุก Format ภาพที่ลงในบาง Format อาจจะโดนตัดข้อความที่ต้องการสื่อสารออก หรือบาง Format จะทำให้ภาพที่ไปปรากฏมีขนาดเล็กจนไม่น่าสนใจ

 

ทั้งนี้ การ Boots Post ลงเฟซบุ๊ก เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่นักการตลาดและแบรนด์จะต้องเรียนรู้แพลตฟอร์มและผู้บริโภคอยู่เสมอ เพราะโลกออนไลน์สามารถเปลี่ยนได้ทุกลมหายใจ ซึ่งอยู่ที่ใครจะตามได้ไวที่สุด

 

Marketeer FYI

Facebook ไม่ได้แอบฟัง

มีคนบอกกับเราว่า เฟซบุ๊กแอบฟังว่าเราพูด เพราะเมื่อเราพูดถึงสินค้า, บริการอะไรสักอย่าง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่งในโลกออฟไลน์ 

แต่ทำไมเปิดเฟซบุ๊กมาถึงเจอโฆษณาสิ่งที่เราพูดถึงปรากฏอยู่ในหน้าฟีดทันที เฟซบุ๊กกำลังแอบฟังเราอยู่ใช่ไหม

เจมส์ ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เฟซบุ๊ก ได้บอกกับเราว่า เฟซบุ๊กไม่ได้แอบฟังผู้ใช้

เขาบอกว่าโฆษณาที่ผู้ใช้เห็นในเฟซบุ๊กมาจากผู้ใช้รายนั้นได้เคยเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่เป็นพาร์ตเนอร์ของเฟซบุ๊ก ที่เฟซบุ๊กกับพาร์ตเนอร์มีการตกลงที่จะใช้ข้อมูลร่วมกัน

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กสามารถเลือกได้ว่า จะขอปิด Off facebook activity เพื่อไม่ให้พาร์ตเนอร์ของเฟซบุ๊กส่งดาต้าเบสที่เป็นข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือการค้นหาข้อมูลต่างๆ กลับมายังเฟซบุ๊กเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการส่งโฆษณาสินค้าตามที่เราค้นหาได้เช่นกัน

นอกจากนี้ เจมส์ ตัน ยังแนะนำว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กสามารถเช็กได้ว่าเขาตรงกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาด้วยการคลิกไปที่จุดไข่ปลาสามจุดด้านบนขวาของภาพหรือวิดีโอที่เป็นโฆษณา และกดเลือก Why am I seeing this ad

ระบบจะบอกว่า ทำไมเราต้องเห็นแอดนี้

ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าไม่ต้องการเห็นแอดนี้ เพื่อไม่ให้โฆษณาชิ้นนั้นปรากฏให้เราเห็นจนรำคาญได้อีก

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer