ส่งออกอ่วม ภาคธุรกิจ รายใหญ่-ทุนต่างชาติเจ็บตัว เมื่อเศรษฐกิจโลกกระทบ GDP ไทย สะเทือนแรงงานรายได้น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ในปี 2562 “กรุงศรีฯ” ปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 เหลือ 2.9% เนื่องจากการขยายตัวในอัตราที่ลดลงในไตรมาส 2/62 และ 3/62 ประกอบกับภาค ‘ส่งออก’ ที่เติบโตลดลงจากผลกระทบของสงครามการค้าและเศรษฐกิจโลก
ปัจจุบันภาคส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 50% ของ GDP แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ส่งออกติดลบ 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกลดลงคิดเป็น 87% ของอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกทั้งหมด

“คำถามต่อมาคือเวลาส่งออกแย่ ใครแย่บ้าง ถ้าดูจริงๆ จะเห็นว่าคนส่งออกหลัก ‘กระจาย’ ผลกระทบไปยังธุรกิจอื่น ฉะนั้นสินค้าที่โดนหนักคือสินค้าต้นทาง สินค้าส่วนประกอบ ชิ้นส่วนต่างๆ เช่น รถยนต์ส่งออกน้อย คนได้รับผลกระทบหนักคือชิ้นส่วน เช่นเดียวกับอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” สมประวิณขยายความ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และยานยนต์ ซึ่งได้รับผลกระทบขั้นรุนแรง
ขณะที่ผลกระทบปานกลาง เช่น สินค้ากลุ่มยานยนต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นต้น
โดยบริษัทที่ได้รับผลกระทบระดับรุนแรง-ปานกลาง ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทต่างชาติ เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการส่งออกสูง เมื่อได้รับผลกระทบจึงกระทบหนักเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้าจนทำให้ภาคการส่งออกติดลบ 2.9% แต่ประเทศมาเลเซียก็ติดลบถึง 4.5% และอินโดนีเซียติดลบ 8.7% ผิดกับเวียดนามที่เติบโต 5.9%
สมประวิณกล่าวอีกว่า แม้สถานการณ์การส่งออกที่ติดลบ แต่ยังมีสินค้ากลุ่มที่เติบโตได้ดี ได้แก่ ภาคการเกษตร ยาง-พลาสติก เป็นต้น
ขณะเดียวกันผลกระทบจากการส่งออกได้ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึง ‘อัตราการจ้างงาน’ ในภาคธุรกิจด้วย
สมประวิณกล่าวอีกว่า กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกคือกลุ่มแรงงาน ซึ่งมีจำนวนถึง 80% ของแรงงานทั้งหมด โดยกลุ่มนี้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน แต่ทั้งนี้มองว่า ‘อัตราการว่างงาน’ จะไม่เพิ่มสูงขึ้น แต่ภาคธุรกิจจะเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานเป็นแบบพาร์ตไทม์ หรือรายชั่วโมง เพื่อสร้างสภาพคล่องให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้
“ผมก็ยังมีความหวังอยู่ วันนี้เศรษฐกิจเดินลง แต่ทุกคนรู้ว่าเราเดินลง แปลว่าเรามากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ธนาคารกลางของประเทศไทยเองก็หั่นดอกเบี้ยไปแล้ว มาตรการทางการคลังก็ทยอยคลอดออกมา ผมยังคิดว่าการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจคราวนี้อาจไม่แย่เท่าปี 2008” สมประวิณทิ้งท้าย
![]()
ประมาณการ เศรษฐกิจไทยปี 2562
|
2018 |
1H 2019 |
2019 Forecast |
||
|
ประมาณการรอบแรก |
ประมาณการล่าสุด |
|||
|
GDP Growth |
4.1% |
2.6% |
3.2% |
2.9% |
|
การใช้จ่าย |
4.6% |
4.6% |
4.1% |
3.9% |
|
การใช้จ่ายภาครัฐ |
1.8% |
2.2% |
2.2% |
2.2% |
|
การลงทุน |
3.9% |
3.3% |
4.0% |
3.4% |
|
การลงทุนภาครัฐ |
3.3% |
0.6% |
3.0% |
2.5% |
|
ส่งออก |
7.5% |
-4.1% |
-1.5% |
-2.8% |
|
นำเข้า |
13.7% |
-3.1% |
0.5% |
-3.5% |
|
จำนวน |
38.3 ล้านคน |
19.8 ล้านคน |
40.2 ล้านคน |
39.6 ล้านคน |
|
อัตราแลกเปลี่ยน |
32.42 บาทต่อเหรียญ |
30.74 บาทต่อเหรียญ |
30.50 บาทต่อเหรียญ |
30.63 บาทต่อเหรียญ |
ที่มา: วิจัยกรุงศรี
–
