Smart City หรือ ‘เมืองอัจฉริยะ’ เป็นเทรนด์ที่ถูกพูดถึงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่แทรกซึมในทุกชีวิต

จากระดับ ‘คน’ สู่ ‘ชุมชน’ ก่อนจะกลายเป็นระดับ ‘เมือง’ และเมื่อเมืองเพียบพร้อมและมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ประชาชน เมืองนั้นจึงกลายเป็น ‘เมืองอัจฉริยะ’

แต่สมาร์ทซิตี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ หากต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ข้อมูลจาก Techsauce พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ทอัพประมาณ 1,000 องค์กร เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นจาก ‘pain point’ ปัญหาสังคม และนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหา แต่โดยส่วนใหญ่จะเจอ ‘ข้อจำกัด’ ด้าน ‘data’ ที่ไม่สามารถหยิบมาต่อยอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ ‘เมือง’ เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับภาครัฐ

ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ให้ข้อมูลว่า เรื่องเงินทุนเป็นปัญหาทั่วไปที่สตาร์ทอัพต้องเจอ แต่ปัญหามากกว่านั้นที่ทำให้สตาร์ทอัพไปต่อยากคือข้อมูล แม้ว่าหลักการทำงานของสตาร์ทอัพจะเป็นแบบ “Customer Centric Mindset” คือคิดโดยเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แต่เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงจึงไม่สามารถคิดได้ตอบโจทย์ลูกค้า

ยิ่งในมุม Smart City แล้ว ลูกค้าของ ‘เมือง’ ก็คือ ‘ประชาชน’

“ภาครัฐมี city data platform คำถามคือทำยังไงให้ข้อมูลนั้นนำไปใช้ประโยชน์ได้ จะเห็นว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความพยายามผลักดันให้เกิด smart city เราไปไกลมาก เราจะเห็นภูเก็ตโมเดล ขอนแก่นโมเดล เรามีความตื่นตัวสูง แต่การเข้าไม่ถึง resource ยังเป็นปัญหาหลัก”

ดังนั้น โจทย์ของประเทศไทยในการสร้าง Smart City ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมคือสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย

DEPA จึงต้องจับมือกับ “HUBBA” และ “Techsauce” และ “Techstars” เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ ผ่านกิจกรรม ASEAN Startup Hackathon สอดรับกับที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

และเป้าหมายของวงการสตาร์ทอัพที่อยากให้ประเทศไทยเป็น ASEAN Digital Hub

อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด มองว่า เวทีนี้จะเป็นการสร้างเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจและสามารถสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการจริงในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืนได้

อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นและนักลงทุนในภูมิภาคอาเซียน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ กระตุ้นผู้ประกอบการให้มีความต้องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอีกด้วย อันจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศให้พัฒนาอย่างมั่นคง

ไม่แน่ว่าในอนาคต Smart City ที่เกิดขึ้นอาจมีจุดเริ่มต้นจากไอเดียเล็กๆ จากสตาร์ทอัพในเวที Hackathon

มองไกลกว่านั้น หากสตาร์ทอัพสามารถคิดโมเดลที่ต่อยอดไปยังต่างประเทศ หรือเป็นต้นแบบให้กับสมาร์ทซิตี้ที่อื่นๆ และเมืองอื่นๆ ได้นำไปปรับใช้

เมื่อนั้น ประตูสู่ ‘ยูนิคอร์น’ ของสตาร์ทอัพไทยคงไม่ไกลเกินเอื้อม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer