สังคมผู้สูงอายุ ไทยพร้อมหรือยัง ? บทวิเคราะห์พฤติกรรมคนสูงวัย สิ่งที่นักการตลาดทุกวัยต้องรู้

โลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

และเป็นเรื่องที่นักการตลาดทราบกันดีว่าอีกไม่นานประชากรโลกก็เริ่มทยอยพาตัวเองเข้าสู่โลกของคนสูงวัยมากขึ้น

ในปีที่ผ่านมาจากข้อมูลของกรมสถิติแห่งชาติพบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนคนสูงวัยมากถึง 16.1% หรือคิดเป็นจำนวนประชากร 10.67 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศทั้งสิ้น 66.41 ล้านคน

การเติบโตของจำนวนประชากรสูงวัยของประเทศไทยกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง ในแง่ของกำลังการซื้อและอื่นๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจของประเทศและโลกให้เดินต่อไปข้างหน้า

เมื่อประชากรสูงวัยคือโอกาสที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้ต่อไปในอนาคต

 

แล้วนักการตลาดล่ะ รู้จัก “ชาวสูงวัย” ดีพอหรือยัง

 

อิษณาติ วุฒิธนากุล Senior Client Officer ยิปซอสส์ ประเทศไทย ได้เล่าถึงรายงานวิจัยชุด  “Getting Older – Our Aging World” ที่ยิปซอสส์ได้ลงสำรวจพฤติกรรม ทัศนคติ ของคนสูงวัยและผู้ที่ยังไม่เข้าสู่วัยสูงอายุทั่วโลก ให้เราฟังว่า

ในวันนี้พฤติกรรมและทัศนคติของคนสูงวัยในประเทศไทยได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ใครๆ มองคนสูงวัยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปว่า เป็นกลุ่มที่ไม่ทันเทคโนโลยี ไม่ชอบเรียนรู้  และไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ

แต่ความจริงแล้วประชากรสูงวัยไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เพราะจากรายงาน “Getting Older – Our Aging World” พบว่า ผู้สูงวัยไทย มีทัศนคติเกี่ยวกับวัยตัวเองดังนี้

64% รู้สึกว่าตัวเองอ่อนกว่าอายุจริง

75% ยินดีที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

46% การก้าวสู่วัยสูงอายุคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต

47% ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ๆ หลังเกษียณ

นอกจากนี้ คนสูงวัยยังมีแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยี และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น

อิษณาติได้บอกกับเราว่าจากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าในปี 2018 ประชากรสูงวัยไทย มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากถึง 10% จากผู้สูงอายุในประเทศไทยทั้งหมด

ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2008 ที่ประชากรสูงอายุไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียง 1% เท่านั้น

และเมื่อศึกษาถึงไลฟ์สไตล์ของคนสูงวัยจากรายงาน Getting Older – Our Aging World ยังพบกว่าการใช้ชีวิตของคนสูงอายุได้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก เพราะในวันนี้คนสูงวัยไม่ได้อยู่บ้านเลี้ยงหลานอีกต่อไป แต่เขายังมีไลฟ์สไตล์ในกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่

56% ออกกำลังกาย 

49% เดินทางท่องเที่ยว

34% เพาะปลูก   

27% เยี่ยมญาติ/เพื่อน

27% เดินออกกำลังกาย 

22% ร่วมกิจกรรมชุมชน 

29% ช้อปปิ้ง 

12% หาสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

10% ไปเป็นอาสาสมัคร

   7% เล่นโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ และไอจี  

7%เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ

อีก7% เล่นโยคะ 

5%สัตว์เลี้ยง  

5% เรียนคอร์สออนไลน์ต่างๆ

อีก5% เล่นการพนัน

2% เรียนรู้เครื่องมือใหม่ต่างๆ

2% ดูภาพยนตร์ 

นอกจากไลฟ์สไตล์ในกิจกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไปแล้ว คนสูงวัยยังมีพฤติกรรมการจับจ่ายที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยพวกเขาใช้เงินไปกับค่าอาหารและซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมากที่สุด

95%     อาหาร 

78%     รับประทานอาหารนอกบ้านในโอกาสพิเศษ

78%     ใช้เงินเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

73%     เสื้อผ้า  

73%     ใช้เงินเพื่อการผ่อนคลาย 

71%      เดินทางท่องเที่ยว

68%     อุปกรณ์สื่อสาร

63%     ใช้จ่ายเพื่อสังคม เพื่อนฝูง รวมถึงการดื่ม-กิน                                                                           

61%      ไปงานสังคมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ                                                                    

61%      ใช้เพื่อดูแลสุขภาพ เช่น การตรวจร่างกาย                                                                                     

58%      ยานพาหนะ 

48%      การออม ยกเว้น ออมเพื่อชีวิตบั้นปลาย  

48%      ตกแต่ง – ต่อเติมที่อยู่อาศัย 

41%      เก็บเงินไว้ใช้ยามแก่ 

39%      เครื่องแต่งกายไว้ออกสังคม

34%      ลงทุนในหุ้น และรูปแบบอื่นๆ 

34%     ของขวัญพิเศษ

27%     ใช้จ่ายเพื่อความงามต่างๆ เช่น ทำผม เสริมความงาม                                                           

27%     ใช้จ่ายเพื่องานอดิเรกที่ชอบ

20%      การศึกษาและเรียนพิเศษของลูกหลาน  

17%      เครื่องประดับ และแฟชั่นต่างๆ

7%       การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง 

ถึงแม้การจับจ่ายของคนสูงวัยจะเปลี่ยนไป แต่เมื่อสอบถามถึงคนไทยอายุไม่ถึง 60 ปี ถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุกลับพบว่า พวกเขาเน้นการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ และการออมเงินหลังเกษียณเป็นอันดับต้นๆ

79%     ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 

72%     รับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

59%     เก็บออมเพื่อให้มีเงินพอใช้หลังเกษียณ 

37%      หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์                                             

33%     หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ 

30%     เรียนรู้และเพิ่มทักษะในงานอดิเรกใหม่ๆ 

29%     มีบทบาทในชุมชน 

28%     พบปะเพื่อนฝูง และอยู่ในแวดวงสังคมเพื่อนที่ดี     

22%รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหุ้นส่วน  

22%     ทำกิจกรรมด้านกีฬาสม่ำเสมอ 

22%     ดูแลปรับปรุงที่อยู่อาศัย 

อีก22%     ใช้วีลแชร์อย่างชำนาญ 

8%       หาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนสูงอายุ                                                                                                      

สังคมผู้สูงอายุ กับความกังวลของคนสูงวัย

แม้ผู้สูงอายุจะเตรียมความพร้อมของตัวเองเพื่อก้าวสู่โลกของผู้สูงวัยแล้ว แต่เมื่อสอบถามคนไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป พวกเขาก็ยังมีความกังวลหลายๆ เรื่องคือ

51%     ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้   

41%     เจ็บป่วย

34%     ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ 

32%     มีเงินไม่พอต่อการดำรงชีวิต 

27%     เสียความทรงจำ 

20%     ญาติและเพื่อนฝูงค่อยๆ จากไป 

15%     สูญเสียสายตาและการได้ยิน  

    10%    ถูกทิ้งให้ล้าหลังด้านเทคโนโลยี

10%  ผมหงอกและศีรษะล้าน  

10%เบื่อหน่าย  

อีก 10% ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว

7%       ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ 

และเมื่อเทียบกับผู้สูงอายุโลก พวกเขากลับมีความกังวลในเรื่องของเงินไม่พอใช้มากที่สุด

30%     กลัวมีเงินไม่พอต่อการดำรงชีวิต                                                                             

25%      กลัวมีปัญหาการเคลื่อนไหวทางร่างกาย                                                                      

24%     เสียความทรงจำ                                                                                                   

22%     ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้                                                                          

20%     การจากไปของคนในครอบครัว ญาติ และเพื่อนฝูง                                                                       

20%     ความเจ็บป่วย                                                                                                                           

19%     ถูกทิ้งให้เปล่าเปลี่ยว เหงา  เศร้า                                                                                                       

18%      ไม่มีอิสระ                                                                                                                                       

16%      ตาย                                                                                                                                    

13%      หูตึง/ตามองไม่เห็น                         

 

ความกังวลต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เป็นความกังวลที่คนสูงวัยคิดไปเอง เพราะรายงานของยิปซอสส์ยังพบว่ามีคนทั่วโลกที่อายุต่ำกว่า 60 ปี เริ่มมองว่าการเลี้ยงดูบุพการีในวัยชราเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องทำ

 

คนทั่วโลกคิดอย่างไรกับการดูแลบุพการีตอนแก่เฒ่า

ควรดูแลบุพการี ไม่จำเป็นต้องดูแล
ทั่วโลก 57% 18%
ไทย 54% 18%
ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 23% 33%
อเมริกา 55% 13%
จีน 82% 3%
สวีเดน 24% 45%
อินเดีย 75% 8%

 

เมื่อรู้จักสูงวัยมากขึ้นแล้ว เป็นหน้าที่นักการตลาดที่จะมัดใจชาวสูงวัยไทยให้มากขึ้น เพราะในวันนี้นักการตลาดกว่า 79% ยังใช้ ‘อายุ’ เป็นตัวชี้วัดในการกำหนดตัวตนของผู้สูงวัย แทนที่จะศึกษาจากความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการที่แท้จริง ความเข้าใจผิดเหล่านี้ทำให้เราไม่รู้จักผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง ไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้เราประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและวางแผนต่างๆ ไม่ถูกทิศทาง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer