บีเจซี รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ลดลงเล็กน้อย 0.1% ชี้รายได้รวมช่วง 9 เดือนยังคงสดใส เติบโต 2.1% ด้านกำไรสุทธิฯ เติบโต 5.4% เผยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการสถานที่จากกลุ่มธุรกิจโมเดิร์นเทรดยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8%

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เปิดเผยว่า “บีเจซี” รายงานงบการเงินในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 โดยรายได้รวมในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 อยู่ที่ 42,722 ล้านบาท ลดลง 24 ล้านบาท หรือลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรายได้รวมลดลงจากยอดขายและรายได้ค่าบริการที่ลดลงจากกลุ่มธุรกิจรวมอยู่ที่ 38,620 ล้านบาท ลดลง 203 ล้านบาท หรือลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากยอดขายกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรดที่ปรับตัวลดลง ขณะที่รายได้อื่นๆ ของภาพรวมช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 อยู่ที่ 4,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้อื่นของกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทรายงานรายได้รวมของช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 129,498 ล้านบาท เติบโต 2,717 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค, กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค รวมถึงกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่

สำหรับภาพรวมกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 อยู่ที่ 1,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท หรือ 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากปัจจัยสำคัญจากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นของกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น

บริษัทยังรายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทงวด 9 เดือน ของปี 2562 อยู่ที่ 4,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 281 ล้านบาท หรือ 6.2% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยอดขายกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค รวมถึงกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคเติบโตเพิ่มขึ้น ตลอดจนอัตราภาษีเงินได้ที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการใช้จ่ายการเปลี่ยนแปลงการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงาน สุทธิจากภาษีนิติบุคคลและผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในไตรมาส 2 ปี 2562 จำนวน 237 ล้านบาท และรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย สุทธิจากภาษีนิติบุคคลในไตรมาส 1 ของปี 2561 จำนวน 191 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทงวด 9 เดือนของปี 2562 อยู่ที่ 5,042 ล้านบาท เติบโต 709 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14% เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนของปี 2561

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562 ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ พบว่ายอดขายกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ เฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ อยู่ที่ 5,064 ล้านบาท เติบโต 24 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ บรรจุภัณฑ์แก้ว ที่มียอดขายอยู่ที่ 3,005 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 59% ของยอดขายกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเติบโต 5.1% เมื่อเทียบจากช่วงไตรมาส 3 ของปี 2561 เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และบรรจุภัณฑ์อาหาร

สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคในช่วงไตรมาส 3 ปี2562 มียอดขายอยู่ที่ 4,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 128 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3% จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจอาหาร, ธุรกิจอุปโภค และธุรกิจขนส่ง ส่วนด้านกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค มียอดขายในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้อยู่ที่ 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท หรือ 10.8% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ และกลุ่มเทคนิค

ขณะที่กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด นั้นมีรายได้รวมในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 อยู่ที่ 31,247 ล้านบาท ลดลง 199 ล้านบาท หรือลดลง 0.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยเป็นผลมาจากรายได้จากการขายสินค้าลดลง เนื่องจากยอดขายต่อสาขาเดิมในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 ลดลง 4.9% อย่างไรก็ดี พบว่ารายได้ค่าเช่าและค่าบริการสถานที่และรายได้อื่น อยู่ที่ 3,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าและบริการค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา โดยเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต 1 สาขา บิ๊กซีฟู้ดเพลส 1 สาขาที่สามย่าน มิตรทาวน์ มินิบิ๊กซี 61 สาขา และร้านขายยาเพียว 3 สาขา ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 มีจำนวนไฮเปอร์มาร์เก็ต รวม 148 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 62 สาขา มินิบิ๊กซี  887 สาขา และร้านขายยาเพียว 143 สาขา



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer