การตลาดแบบ NanyangRED ที่ช่วงชิง Marketing of the year award 2019
เรามาดูกันว่า NanyangRED เขาทำการตลาดอย่างไร
การตลาดของ NanyangRED มาจากการที่นันยางช่วงชิงจังหวะที่ลิเวอร์พูลได้มีโอกาสครองแชมป์พรีเมียร์ลีกในนัดสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลปะทะแมนซิตี้ว่าถ้าลิเวอร์พูลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก นันยางจะทำรองเท้า NanyangRED ขึ้นมาเป็นการเฉลิมฉลอง
ซึ่งแน่นอนว่าการประกาศในครั้งนั้นถือว่าสร้างพลังให้กับสาวกหงส์แดงได้อย่างน่าสนใจ เพราะลิเวอร์พูลไม่สามารถพาสาวกสะกดคำว่า ชอ แอ มอ แชม ไม้ โท แชมป์ มาเป็นเวลาอย่างยาวนาน
แต่การแข่งขันครั้งนั้นลิเวอร์พูลกลับได้แชมป์ว่าว โครงการ NanyangRED จึงได้พับลงไป
แต่ก็เพียงไม่นาน เพราะลิเวอร์พูลกลับคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มาแทน
หลังจากจบการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นันยางจึงไม่รอช้าเกาะกระแสแชมป์ทันทีด้วยการประกาศในโลกโซเชียลเปิดโปรเจกต์ NanyangRED ขึ้นมาใหม่ เพื่อแชมป์ฟีฟ่า แชมเปียนส์ลีก แทน

เมื่อ NanyangRED มาแล้วพวกเขาทำตลาดอย่างไรถึงประสบความสำเร็จด้วยยอดขาย 12,589 คู่ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากกว่า 10 เท่า ภายในเวลา 96 นาที
และทำให้ NanyangRED ได้กลายเป็นสินค้า Unlimited Limited Edition ผ่านการเตรียมการเพียง 3 วัน เพราะการตีเหล็กจะต้องรีบตีเมื่อร้อน ในกระแสที่ยังมาแรง

การพานันยางสีแดงเป็นสินค้า Unlimited Limited Edition มาจากโจทย์การตลาดบนวัตถุประสงค์ 6 ข้อคือ
1. ต้องมีคุณค่ามากที่สุด
2. จำหน่ายในจำนวนที่มากที่สุด
3. ใช้เวลาในการจำหน่ายน้อยที่สุด
4. หาซื้อง่ายที่สุด
5. โดนด่าน้อยที่สุด
6. เสี่ยงน้อยที่สุด

ซึ่งโจทย์ทั้งหมด 6 ข้อนี้ ได้ถูกตอบโดยกลยุทธ์ดังนี้

1. ต้องมีคุณค่ามากที่สุด – ด้วยการตั้งราคาจำหน่าย 600 บาท สูงกว่ารองเท้านันยางปกติที่มีราคาจำหน่ายไม่ถึง 300 บาท การที่นันยางตั้งราคาได้นั้นมาจากการวาง NanyangRED เป็นสินค้า Limited Edition ผลิตเท่าจำนวนที่สั่ง ในเวลาการจองที่จำกัด พร้อมกับแถมเชือกผูกให้ 2 สี คือขาวและแดงเพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้ายิ่งขึ้น
และด้วยการเป็นรองเท้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ลูกค้ายินดีจ่ายเงินจำนวนสูงขึ้นจากการมองเห็นคุณค่าในตัวสินค้า ที่ทำขึ้นมาเพื่อฉลองแชมป์ลิเวอร์พูลตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้โดยเฉพาะ
ซึ่งการจำหน่ายรองเท้า NanyangRED ถือเป็นรองเท้าลิมิเต็ดอิดิชั่นรุ่นที่ 4 ของนันยางในการสร้างพลังให้กับแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ

2. จำหน่ายในจำนวนที่มากที่สุด ใช้วิธีการคำนวณความคุ้มค่าในการผลิต นั่นก็คือ 1,000 คู่ แต่ก็ไม่ปิดโอกาสในการจำหน่าย ด้วยการเปิดรับออเดอร์ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าช่วงเวลาในการจองจะหมด ทำให้ NanyangRED สามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 12,598 คู่ หรือสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 12 เท่า

3. ใช้เวลาในการจำหน่ายน้อยที่สุด เพิ่มคุณค่าของสินค้าโดยใช้กิมมิกเวลาการแข่งขันในวันที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ฟีฟ่า แชมเปียนส์ลีก คือ 90 นาที +6 นาที โดย 90 นาทีเป็นเวลาในการแข่งขันฟุตบอล และในการแข่งขันครั้งนั้นมีการทดเวลาบาดเจ็บอีก 6 นาที

4. หาซื้อง่ายที่สุด ด้วยการเปิดจองผ่านคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กนันยาง โดยผู้สนใจพิมพ์ชื่อและเบอร์รองเท้าลงในคอมเมนต์ที่เปิดจอง และรอการตอบกลับจากทีมงาน

5. โดนด่าน้อยที่สุด หาวิธีที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกทางลบ และวิพากษ์วิจารณ์กลับมาน้อยที่สุด พร้อมกับสื่อสารอย่างเป็นระบบ กระชับ ครบถ้วนและสม่ำเสมอ พร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น แก้ความผิดพลาดความไม่รู้ว่าเฟซบุ๊กสามารถอ่านคอมเมนต์ที่พิมพ์เข้ามาได้เพียง 5,000 คอมเมนต์แรกเท่านั้น แม้ในทอปปิกนั้นจะมีคนคอมเมนต์เข้ามาเป็นหมื่นคอมเมนต์ก็ตาม
ซึ่งนันยางได้แก้ไขเรื่องนี้ด้วยการเข้าไปคุยและขอความช่วยเหลือจากเฟซบุ๊กเพื่อให้สามารถเห็นคอมเมนต์ได้ทุกเมนต์

6. เสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยการผลิตจากออเดอร์ที่ลูกค้าจอง ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านสินค้าคงเหลือ

เพียงเท่านี้ NanyangRED ก็สร้างกระแสพร้อมความแตกต่างได้อย่างแยบยล บนแนวคิด Sweet Sport ที่เราทำได้ ลูกค้าต้องการ และคู่แข่งไม่มี



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer