โฆษณาในโรงหนัง ตลาดนี้ทำไมจึงเติบโต ? วิเคราะห์แนวโน้มตลาด พร้อมกรณีศึกษาและกลยุทธ์ของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

คนไทยดูหนังเพิ่มขึ้น เห็นจะเป็นเรื่องจริง

ดูได้จากยอดจำหน่ายตั๋วหนังในเครือเมเจอร์ในปีที่ผ่านมามีมากถึง 35 ล้านใบ ส่วนคาดการณ์ปีนี้ 40 ล้านบาท

การเติบโตของยอดคนดู คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจ Major CineAd หรือสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์เติบโตขึ้นตามมา

โดยเฉพาะไตรมาส 3 ของปี 2562 ธุรกิจสื่อโฆษณาเมเจอร์มีการเติบโตด้านรายได้มากถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2561

โฆษณาในโรงหนัง ทำไมโต ?

รายได้ที่เติบโตในไตรมาส 3 มาจากการต่อสัญญาใหม่ของลูกค้าที่หมดสัญญา และการมีลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

การเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 3 นี้เอง ทำให้สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณาเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มั่นใจว่า ในปีนี้ธุรกิจสื่อโฆษณาของเมเจอร์จะเติบโตได้มากถึง 15-20% อย่างแน่นอน

และเป็นการเติบโตที่อาจจะมากกว่าเป้าหมายรวมที่กลุ่มเมเจอร์วางไว้คือ ทุกธุรกิจต้องเติบโต 10-15% ต่อปี

แล้วอะไรเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์มีลูกค้าซื้อโฆษณาเพิ่มขึ้น และในปีนี้สุรเชษฐ์มีกลยุทธ์อะไรในการบุกตลาดอย่างไร

1. การขยายสาขาและจำนวนโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายของโรงภาพยนตร์เมเจอร์คือ การเปิดธุรกิจโรงภาพยนตร์ให้ครบ 1,200 โรง ครบ 77 จังหวัดภายในปี 2568 โดยปัจจุบันเมเจอร์มีโรงภาพยนตร์ทั้งสิ้น 170 สาขา ในประเทศไทย 60 จังหวัด และประเทศเพื่อนบ้านอีก 2 จังหวัด

การเปิดสาขาตามต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นของเมเจอร์นั้นหมายถึงจำนวนคนดูต่างจังหวัดที่มากขึ้นตามมา

เพราะคนดูที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต่างจังหวัด สำหรับแบรนด์ที่มีสินค้าระดับแมสที่จำหน่ายถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ มองว่าการเพิ่มสาขาในต่างจังหวัด คือโอกาสในการสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างที่มากขึ้น

ส่วนแบรนด์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดโดยเฉพาะ ในอดีตจะไม่ค่อยให้ความนิยมซื้อสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์เนื่องจากว่า โรงภาพยนตร์ในต่างจังหวัดมีจำนวนที่น้อย การสื่อสารผ่านสื่อประเภทนี้จึงไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ ที่สื่อสารถึงคนต่างจังหวัดได้ดีกว่า

และเมื่อโรงภาพยนตร์เมเจอร์ถูกขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น แบรนด์สินค้าที่เจาะกลุ่มคนต่างจังหวัดจึงเห็นพลังในการสื่อสารผ่านสื่อโรงภาพยนตร์จึงมีมากขึ้นตามมาและลองเข้ามาเป็นลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ การที่เมเจอร์มีโรงภาพยนตร์ Kids Cinema ยังเป็นการสร้างโอกาสสร้างรายได้จากการขยายฐานไปยังแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับครอบครัวอีกด้วย

2. Sponsorship Cinema Marketing

นอกจาก Platform ขายเวลาแอร์ไทม์ในโรงภาพยนตร์ก่อนหนังฉายแล้ว เมเจอร์ยังมีโมเดลขายโฆษณาในรูปแบบ Partnership ด้วยการให้แบรนด์ต่างๆ เข้ามาซื้อพื้นที่เพื่อให้บริการลูกค้าของแบรนด์พาร์ตเนอร์, ลูกค้าของโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซื้อชื่อเรียกโรงภาพยนตร์ประเภทต่างๆ เป็นชื่อแบรนด์พาร์ตเนอร์ อย่างเช่น GSB Infinite Enigma กรุงศรี IMAX เป็นต้น

ซึ่งสื่อโฆษณาตรงส่วนนี้ส่วนหนึ่งเติบโตตามโรงภาพยนตร์ใหม่ๆ หรือระบบโรงภาพยนตร์ในรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถสร้างอิมเมจให้กับแบรนด์ได้

และส่วนใหญ่แล้วการซื้อชื่อโรงภาพยนตร์จะเป็นการเซ็นสัญญาระยะยาวขั้นต่ำ 1 ปี ทำให้เมเจอร์มีรายได้จากการขยายโฆษณาในรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่องเป็นรายปีเช่นกัน

3. การบริหารสื่อโฆษณาในรูปแบบ Media Solution

ในปีนี้เป็นปีแรกที่สื่อโฆษณาเมเจอร์มีการนำเสนอแพ็กเกจโฆษณาให้กับลูกค้าในรูปแบบมีเดียโซลูชั่น ด้วยการร่วมกับแบรนด์พาร์ตเนอร์ศึกษาความต้องการของแบรนด์ เพื่อออกแบบการตลาดและกลยุทธ์ต่างๆ ร่วมกัน ผ่าน Big Data Analysis จากผู้ชมที่เข้ามาชมภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ และฐานสมาชิกบัตร M Pass และอื่นๆ มาวิเคราะห์ทำ Cross Marketing ร่วมกับแบรนด์พาร์ตเนอร์ของ Major CineAd มากขึ้น

4. จัดกิจกรรม On Ground Marketing สร้าง Engagement ให้กับแบรนด์พาร์ตเนอร์

หลายปีที่ผ่านมาเมเจอร์ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรม On Ground ในรูปแบบต่างๆ กับคอหนังในประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง Movie on the Beach และ Movie on the Hill กิจกรรมดูหนังเอาต์ดอร์ที่เมเจอร์ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 และปีที่ 3 ตามลำดับ

ซึ่งกิจกรรม Movie on the Beach และ Movie on the Hill นอกเหนือจากสร้างประสบการณ์การดูหนังที่แตกต่างจากคู่แข่งให้กับแบรนด์เมเจอร์แล้ว

เมเจอร์ยังต่อยอดกิจกรรมนี้ด้วยการสร้างรายได้จากการขายโฆษณากับแบรนด์พาร์ตเนอร์ เพื่อให้แบรนด์พาร์ตเนอร์เข้ามามีส่วนร่วมในงานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นป้ายสปอนเซอร์ การออกบูธจำหน่ายสินค้า และกิจกรรมการตลาดอื่นๆ เพื่อ Engagement กับผู้เข้าร่วมงานทั้ง 2 กิจกรรม

ส่วนในปีนี้สุรเชษฐ์ได้บอกกับเราว่าเมเจอร์จะเพิ่มจำนวนงานอีเวนต์ที่เป็นซิกเนเจอร์เมเจอร์เพิ่มขึ้นเป็น 5 กิจกรรม เพื่อสร้างรายได้จากการขายแบรนด์สปอนเซอร์ชิปให้กับแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่สนใจในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ เมเจอร์ยังได้จับมือกับแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่สนใจจัดกิจกรรมที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับหนังดังในช่วงเวลานั้นๆ เช่น Wiko Exclusive Movie Day 2019, Krungsri First Choice Exclusive Movie Night Avengers : End Game เป็นต้น

5. ทำงานร่วมกับ Agency มากขึ้น

ในปีหน้าสุรเชษฐ์มีแผนในการทำงานร่วมกับ Agency โฆษณาผ่านการ Workshop และแผนโฆษณาร่วมกันเพื่อเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละแบรนด์

การร่วมมือกับ Agency เป็นการมุ่งเน้นเพิ่มฐานแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่เป็น Global Brand ซึ่งในปัจจุบันได้มีบริษัทที่เป็น Global Brand เข้ามาบุกตลาดไทยจำนวนมาก และบริษัทเหล่านั้นใช้งานตลาดสูงในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างรวดเร็วในไทย

นอกจากนี้ การร่วมมือกับ Agency ยังเป็นการเข้าถึงบริษัทขนาดกลางและเล็กที่ซื้อโฆษณาผ่าน Agency ได้อีกด้วย

 

Marketeer FYI

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer