เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีไม่ได้วัดกันแค่กับ ‘ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’ แต่ต้องดูกันที่ปัจจัยอื่นๆ ด้วย

แต่ที่ปีนี้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโตถึง 5% ในรอบ 3-4 ปีนั้นมาจากทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เร่งรีบ และเป็นอาหารกินง่าย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่าง “ชิม ช้อป ใช้” ที่ทำให้ตลาดโตอย่างคึกคัก

ปีนี้เราจึงเห็นหลายๆ แบรนด์ออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ดึงกำลังซื้อจากผู้บริโภคเข้าพอร์ต หวังแย่งส่วนแบ่งในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 17,000 ล้านบาท

รวมทั้ง “ไวไว” แบรนด์ที่มีการขยับตัวครั้งใหญ่เมื่อ มิ.ย. ที่ผ่านมาที่แตกไลน์สินค้ามาอยู่ในรูปแบบ “ชาม” เป็นครั้งแรก

มาคราวนี้ ‘ไวไว’ เพิ่ม 2 รสชาติใหม่ในแบบชาม พร้อมปรับทิศทางรุกตลาดในปี 2563 ที่จะเน้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลุ่มพรีเมียมมาก รวมทั้งเจาะตลาดด้วยกลยุทธ์ออนไลน์มากขึ้น ส่วนจะเป็นอย่างไรและมีอินไซต์อะไรบ้าง หาคำตอบได้จากข้างล่างนี้

 

1

ยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว ให้เหตุผลว่าการที่ตลาดโตนั้นมาจากกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบพรีเมียม ขณะที่ในแบบซองโตทรงตัว

 

ประกอบกับเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับทุกช่วงเวลาหิว ตอบโจทย์สินค้ากลุ่มอาหาร Ready To Eat ส่งผลให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบชามมีส่วนแบ่งมากขึ้น

 

2

ทำให้ส่วนแบ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยและชามโตขึ้น เป็น

แบบซอง 80%

แบบถ้วย 18%

แบบชาม 2%

 

โดยในตลาดมีแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยอยู่ราว 5-6 ยี่ห้อ ส่วนแบรนด์จากต่างประเทศมีราว 10 ยี่ห้อ

 

3

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมแบบชามได้รับความนิยมและเปิดกว้างขึ้นมากมาจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบชามจากเกาหลีที่เข้ามาตีตลาดในไทยผ่านความนิยมจากการดูซีรีส์ละครเกาหลี ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่ได้ยึดติดกับ “ราคา” เป็นสิ่งแรกอีกต่อไป

สำหรับนิยามคำว่า “พรีเมียม” ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีราคาเกินราคามาตรฐานที่ซองละ 6 บาท

 

4

และเพราะใครๆ ก็ลงมาเล่นในตลาดพรีเมียม จะให้ ’ไวไว’ อยู่เฉยคงไม่ได้

ไวไวส่งอีก 2 รสชาติคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไวรสต้มยำ (สูตรดั้งเดิม) และ-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไวรสหอยลายผัดฉ่า หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการขยับตัวครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ที่เป็นแบรนด์แรกของไทยที่ออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบชาม โดยเซกเมนต์แบบชามคิดเป็นราว 10% ของยอดขายรวม

 

5

สำหรับสัดส่วนยอดขายของทั้งเครือไวไว แบ่งเป็น

ไวไว 50%

ควิก 25%

ซือดะ (สำหรับชาวมุสลิม) 10%

เส้นหมี่ และอื่นๆ 15%

 

6

ส่วนแผนธุรกิจในปี’63 นั้น ยศสรัลระบุว่า จะเน้นเจาะกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนารสชาติใหม่ๆ ลงสู่ตลาด โดยจะออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมแบบซองในแบรนด์ควิกอีกราว 2 รสชาติ และไวไวแบบชามก็คาดว่าจะออกรสชาติใหม่เช่นกัน

รวมทั้งทำการตลาดกลยุทธ์แบบ Below the Line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มสังคม Online มากขึ้นอีกด้วย

“ไวไวเคยใช้พรีเซนเตอร์แต่ยอดขายก็ไม่ได้เพิ่มมากนัก เพียงแต่สร้างการรับรู้ในช่วงแรก กลยุทธ์ใหม่คือการเข้าไปเจาะในสังคมออนไลน์ที่เน้นบอกต่อกันและให้ผู้บริโภคไปลองของจริงมากกว่า”

 

เจ้าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังคงเป็น “มาม่า”

มาม่า 50%

ไวไว 23-24%

ยำยำ 21-22%

อื่นๆ 4-6%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน