“ปีนี้ติดลบนิดหน่อย”

ประโยคสรุปสิ้นปี 2562 ของรัฐวิสาหกิจอายุ 136 ปีอย่าง “ไปรษณีย์ไทย”

ในฐานะประธานกรรมการบริษัท อย่าง “รัฐพล ภักดีภูมิ” มองว่าท่ามกลางสถานการณ์อันดุเดือด หากไม่ ‘ปรับตัว’ ท้ายที่สุดองค์กรจะลงเอยไม่สวยงามนัก

เมื่อเจ้าอื่นๆ หันมาเล่นเกม Price War ชิงตัดราคากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ส่งผลให้ “ไปรษณีย์ไทย” ต้องเล่นเกมราคาตามไปด้วย

ยิ่งอี-มาร์เก็ตเพลสสามารถหันมาทำระบบขนส่งโลจิสติกส์เอง ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสู้ในธุรกิจอย่างง่ายดายเหมือนก่อน

“จำนวนชิ้นพัสดุที่ส่ง หรือจำนวนจดหมายที่ส่ง อาจจะเท่ากับเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ปีนี้มีการแข่งขันเรื่องราคา ทำให้รายได้รวมลดลงจากปีก่อนอยู่บ้าง แต่ส่วนแบ่งการตลาดของเรายังเท่าเดิม”

ส่วนแบ่งการตลาดขนส่งและโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทย ปี 2561 อยู่ที่ 55.3% และปี 2562 ขยับไปที่ 58.3%

ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทแบ่งออกเป็น ขนส่งและโลจิสติกส์ 49% กลุ่มจดหมาย แสตมป์ ไปรษณีย์ 31% ธุรกิจระหว่างประเทศ 13% และรายได้จากธุรกิจอื่นๆ อีก 7%

โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มจดหมาย แสตมป์ ไปรษณีย์ มีอัตราการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี สวนทางกับขนส่งและโลจิสติกส์ที่เติบโตตามเทรนด์ออนไลน์

แต่อีก 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2565 “ไปรษณีย์ไทย” มองว่าบริษัทต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่มีอย่าง data ที่อยู่ที่ครอบคลุม 18 ล้านหลัง และนำมาสร้างเป็นรายได้

โดย สัดส่วนรายได้ใหม่จากกลุ่มจดหมาย แสตมป์ ไปรษณีย์ จะเหลือแค่ 20% โลจิสติกส์และขนส่ง 60%

อีก 20% เป็นธุรกิจหัวหอกสำคัญม่ New S Curve ที่ใช้ประโยชน์จาก Data

136 ปีท่ามกลางคู่แข่งหลากสีที่ “ไปรษณีย์ไทย” ต้อง disrupt ตัวเอง และก้าวเดินต่อไปในปีที่ 137   

ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่

แผนปรับโครงสร้างขององค์กรจะล้อไปกับสัดส่วนรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัว New S Curve ด้วยความหวังว่าจะทำรายได้ให้บริษัทถึง 20%

อย่างไรก็ตามปัจจุบันธุรกิจนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ดังนั้นไปรษณีย์ไทยจึงยังอยู่ในขั้นตอนมองหาพาร์ทเนอร์หรือสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ และสามารถเติบโตร่วมกันได้ในระยะยาว

“ถ้าดูสภาพแวดล้อมของเราจะเห็นว่า กฎระเบียบความเป็นรัฐวิสาหกิจไม่เหมือนเอกชนทั่วไป ขณะเดียวกันการขยับตัวเราไม่ได้ทำได้ง่ายเหมือนบริษัทห้างร้านทั่วไป แต่ที่ผ่านมาถือว่าเราทำได้ดีระดับหนึ่งในฐานะรัฐวิสาหกิจที่มีอายุยาวนานเป็นร้อยๆ ปี”

กำจัดจุดอ่อนเรื่องเทคโนโลยี

รัฐพล ยอมรับว่า ‘เทคโนโลยี’ ถือเป็นจุดอ่อนของไปรษณีย์ไทย

ด้วยความเป็นองค์ขนาดใหญ่อายุอานามเก่าแก่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่ล้ำเมื่อเทียบกับน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาด

ดังนั้นบริษัทจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่ ทั้งในด้านภาพลักษณ์และบริการ ไม่ว่าจะเป็นระบบการรับฝาก คัดแยก ส่งต่อ และนำจ่าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างครบวงจร

ธุรกิจสำคัญคือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครือข่ายไปรษณีย์ไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มประสิทธิภาพระบบติดตามและตรวจสอบสถานะสิ่งของ ขยายช่องทางบริการการเงินในประเทศด้วย Digital Wallet กับบริการเก็บเงินปลายทาง COD ไล่ไปถึงการพัฒนารถขนส่งพลังงานไฟฟ้าในการนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์

ปรับที่พนักงาน

ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยมีพนักงานกว่า 40,000 คน ถือเป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ไม่แพ้จุดให้บริการกว่า 10,000 จุด แบ่งเป็นที่ทำการไปรษณีย์ 4,600 จุด และที่ร่วมกับพันธมิตรอีกประมาณ 5,400 จุด

ดังนั้น ‘บุคลากร’ คือเรื่องสำคัญและเป็นจุดแข็งที่สะท้อนว่าพนักงานของไปรษณีย์ไทยเข้าใจพื้นที่ดีกว่าเจ้าอื่นๆ

“แต่เราไม่มีนโยบายที่จะลดคน” รัฐพล กล่าว

ทิศทางการปรับพัฒนาทักษะของบุคลากรให้มีความหลากหลายรับกับการพัฒนาด้านโครงสร้างของระบบงานไปรษณีย์ที่มีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ตลอดจนแคมเปญ ‘ไปรษณีย์ไทย ใจหล่อ’ เพื่อกระตุ้นการบริการและสร้าง awareness ให้ลูกค้า

หากเป็นไปตามเป้าที่วางไว้จะทำให้ปี 2563 บริษัทมีรายได้ไม่น้อยกว่า 31,102 ล้านบาทและสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ประมาณ 27,554 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,700 ล้านบาท

และทะยานแตะ 60,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือในปี 2565

ส่วนจะ ‘รุ่ง’ หรือ ‘ร่วง’ คงต้องวัดกันที่ New S Curve ว่าจะออกมามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

5 แคมเปญ-โปรโมชั่น สะท้อนการปรับตัวของไปรษณีย์ไทย

(1) ลดราคา EMS และ COD กว่า 70% ส่งท้ายปี

(2) ท้าส่งลุ้นล้าน 2020: มอบสิทธิ์ลุ้นโชคใหญ่ทั้งผู้ส่งและผู้รับมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท จำนวน 2020 รางวัล

(3) คูเรียร์โพสต์ ลดแรงรับปีใหม่: “ไปรษณีย์ไทย” จับมือ “ดีเอชแอลเอ๊กซ์เพรส” ขยายบริการ “คูเรียร์โพสต์” เพิ่ม 50 ประเทศปลายทางส่งท้ายปี

(4) อเมซิ่งไทยแลนด์ โชว์พาสปอร์ตส่งด่วนทั่วโลกลด 500 บาท: แคมเปญร่วมกับ ททท.

(5) ช้อปสินค้าที่เว็บไซต์ thailandpostmart.com จ่ายผ่าน G-Wallet 2 มีสิทธิลุ้นโชคใหญ่รับปีใหม่ กว่า 12 ล้านบาท จากมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน