ด้วยปัจจัยลบมากมายฉุดให้หลายธุรกิจของญี่ปุ่นต้องเจอกับวิกฤต โดยร้านหนังสือก็เป็นอีกธุรกิจที่กำลังเผชิญมรสุม บีบให้ต้องหาไอเดียใหม่ๆ ในยุคที่ไม่สามารถพึ่งแต่ยอดขายหนังสือได้อีกต่อไป 

ในย่านช้อปปิ้งซากาเอะ เมืองนาโกยา ร้าน บุนคิตสึ ซากาเอะ ที่เปิดเมื่อปี 2024 ได้มีการเก็บค่าเข้าเพื่อแลกกับการเข้าไปนั่งในโซนคาเฟ่ขนาดใหญ่ อ่านหนังสือบนชั้นได้อย่างจุใจ พร้อมบริการชาและกาแฟฟรี 

ทัตสึยะ คางามิ ผู้จัดการร้าน อธิบายว่า ได้ดีไซน์พื้นที่ให้มีบรรยากาศต่างกันตามวัตถุประสงค์ มีทั้งมุมเงียบสงบสำหรับคนที่ต้องการดำดิ่งกับการอ่าน และมุมสำหรับนั่งทานอาหารว่างโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย 

ส่วน มารูเซ็นจุงกุโด บุ๊กสโตร์ส เชนร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ในโตเกียว ได้เปิดตัวร้านคอนเซปต์ใหม่ชื่อ “แมกมาบุ๊กส์” ในย่านธุรกิจโทราโนมอน ซึ่งลูกค้าจะได้รับ “ที่คั่นหนังสือ” ตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน 

โดยบนด้านหนึ่งของที่คั่นหนังสือที่แจกไปจะระบุคำถามชวนคิด เช่น “ถ้าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์จะเป็นอย่างไร?” หรือ “คุณเคยตั้งคำถามกับสังคมยุคใหม่ไหม?” ส่วนอีกด้านจะเป็นรายชื่อหนังสือที่เกี่ยวข้อง 

นี่เป็นการฉีกกฎการแยกหมวดหมู่หนังสือแบบเดิมๆ แต่จับหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊ก การ์ตูน หนังสือเฉพาะทาง และนิทานภาพ มารวมอยู่บนชั้นเดียวกัน 

ยาซูฮิโระ วาตานาเบะ ผู้จัดการร้าน เล่าว่า ได้จัดชั้นหนังสือให้เหมือนชั้นวางของส่วนตัว มีการผสมแนวและวางซ้อนกันแนวนอน เพื่อให้ลูกค้าได้ค้นพบหนังสือที่คาดไม่ถึง 

นอกจากนี้ยังมีโซนเลาจน์แบบจ่ายเงิน เพื่อให้ลูกค้านั่งอ่านหนังสือได้อย่างเต็มอิ่มก่อนตัดสินใจซื้ออีกด้วย 

ข้ามไปเมืองโอซาก้า ซึทาย่า บุ๊กสโตร์ โคริเอน ได้ปรับปรุงร้านครั้งใหญ่ไปเมื่อปี 2024 ภายใต้คอนเซปต์ พื้นที่เพื่อชีวิตที่เติมเต็มในทุกวัน ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่มีโซนฟิตเนสอยู่ด้วย

พร้อมหวังว่า ลูกค้าจะเจอเล่มที่สนใจช่วงเข้าหรือออกจากโซนฟิตเนส รวมไปถึงหลายเล่มบนชั้นวางข้างๆ เครื่องออกกำลังกาย  

จุดประสงค์หลักของไอเดียและโมเดลธุรกิจแปลกใหม่เหล่านี้ก็เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้านให้ได้ก่อน โดยมีขึ้นในยุคที่ธุรกิจร้านหนังสือเผชิญวิกฤต โดยปัจจุบัน ร้านหนังสือญี่ปุ่นที่ต้องปิดตัวไปมีมากขึ้น จนจำนวนร้านทั่วประเทศลดลงต่ำกว่า 10,000 แห่งเป็นครั้งแรก 

นี่ถือว่าลดลงอย่างมากจากยุคทองของร้านหนังสือญี่ปุ่นช่วงกลางยุค 90 ที่ทั่วประเทศมีมากถึงกว่า 24,000 ร้าน 

ขาลงธุรกิจร้านหนังสือญี่ปุ่นยังเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ยอดขายดิ่งทะลุเพดานลงไปต่ำกว่า 1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งศตวรรษ 

โดยเมื่อมารวมเข้ากับการที่คนยุคใหม่หันไปอ่านอีบุ๊กหรือซื้อหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น สถานการณ์จึงยิ่งแย่ลง 

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ประกาศแผนฟื้นฟูร้านหนังสือไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 

เช่น การสนับสนุนให้ร้านหนังสือหันมาใช้ระบบ ไอซีแท็ก (ป้ายอัจฉริยะ) ติดกับตัวเล่ม ซึ่งตอนนี้เริ่มมีร้านหนังสือบางแห่งนำมาตรการนี้ไปใช้จริงแล้ว เพื่อช่วยลดต้นทุนและจัดสต็อกได้แม่นยำขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ายังไม่ได้ผลเท่าที่ควร จนทำให้ร้านต่างๆ ต้องผุดไอเดียและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้เปิดกิจการต่อไปได้ / mainichi, asianews