ในมุมมองของผู้บริโภค “แอปพลิเคชันประกันภัย” มักทำหน้าที่เพียงสองอย่าง คือเป็นหน้าต่างสำหรับจ่ายเบี้ยรายปี และเป็นเครื่องมือยามฉุกเฉินเมื่อต้องการเคลมค่ารักษาพยาบาล ภาพจำเหล่านี้ทำให้แอปฯ ประกันมักถูกทิ้งร้างอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟน
ทว่าในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) เอไอเอ ประเทศไทย ได้พลิกเกมครั้งสำคัญ ผ่านการยกระดับแอปพลิเคชัน AIA+ ให้ก้าวข้ามกรอบเดิม สู่การเป็น ‘Digital Health Tech Platform’ ที่ผสานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานอย่างแนบเนียน
Marketeer ได้มีโอกาสรับฟังแนวคิดจากสองผู้บริหารของ AIA ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย และ วีรชัย ชูสกุลพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนการพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย
ถึงเบื้องหลังและกลยุทธ์ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน AIA+ ให้ไม่ว่าใคร ก็อยากใช้ในทุกๆ วัน
เปลี่ยนหน้าที่จาก “ตัวกลางจัดการกรมธรรม์” สู่ “เพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ”
กลยุทธ์สำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค คือการนำบริการด้านกรมธรรม์มาผสานเข้ากับโปรแกรมสุขภาพอย่าง AIA Vitality ไว้ในที่เดียว ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการเข้าใช้งาน (Engagement) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ใช้งานทั่วไปเปิดแอปฯ เฉลี่ย 4 ครั้งต่อเดือน ขณะที่กลุ่มคนรักสุขภาพกลับเข้ามาใช้งานมากกว่า 10 ครั้งต่อเดือน
และมีเบื้องหลังคือการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) ให้แอปฯ สามารถซิงก์ข้อมูลกับสมาร์ตวอทช์ อย่าง Apple Watch หรือ Garmin เพื่อเปลี่ยนทุกก้าวเดินให้เป็นคะแนนสะสมและสิทธิประโยชน์ กลยุทธ์นี้ไม่เพียงกระตุ้นให้คนหันมาดูแลตัวเอง แต่ยังดึงแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ
นำเทคโนโลยี AI มาแก้ Pain Point ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน
นอกเหนือจากมิติของสุขภาพ AIA+ ยังนำนวัตกรรม AI มาสร้างประสบการณ์ที่ลื่นไหล สำหรับการใช้งานทั่วไป แอปฯ ได้นำเสนอแนวทางใหม่ในการเช็กสุขภาพผ่านฟีเจอร์สแกนใบหน้า เพียง 30 วินาที ระบบสามารถประเมินระดับความเครียด ชีพจร และความดันโลหิตเบื้องต้นได้ทันที ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิดกว้างให้แม้แต่คนที่ไม่ใช่ลูกค้าก็สามารถเข้ามาทดลองใช้ได้
ในขณะเดียวกัน ระบบหลังบ้านได้นำ AI มาทลายข้อจำกัดเดิม ๆ อย่างการ “อ่านลายมือแพทย์” ในเอกสารเคลมประกัน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความรวดเร็วในการพิจารณาอนุมัติ สร้างความอุ่นใจในเวลาที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
ดูแลสุขภาพคน ควบคู่ไปกับการรักษาสุขภาพโลก
ในมิติของความยั่งยืน AIA+ ไม่ได้มองข้ามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แคมเปญ AIA+ Go Green ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้หันมารับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แคมเปญนี้สามารถลดการใช้กระดาษไปได้กว่า 150,000 ฉบับ โดยยอดลดกระดาษทุก ๆ 10 ฉบับ จะถูกเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ ซึ่งปัจจุบันเทียบเท่ากับการปลูกไปแล้วกว่า 20,000 ต้น พร้อมตั้งเป้าลดการใช้กระดาษอีก 100,000 ฉบับภายในปี 2026
นอกจากนี้ เมื่อถึงคราวเจ็บป่วยรุนแรง แอปฯ ยังมีบริการ Personal Medical Assistant ที่เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถขอความเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Second Medical Opinion) ผ่านระบบได้โดยตรง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลชีวิตในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น
โรดแมปสู่การเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของชีวิตคนไทย
ก้าวต่อไปของ AIA+ ภายใต้โรดแมปปี 2026 คือการขยายระบบนิเวศด้านสุขภาพนี้ไปสู่คนไทยในวงกว้าง ผ่านแคมเปญ “AIA+ พลัสชีวิตดี ๆ ทั่วไทย” ที่เตรียมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง
ทิศทางทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ธุรกิจประกันภัยในยุคดิจิทัลกำลังปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนอย่างแยบยล ไม่ได้หยุดอยู่แค่การประเมินความเสี่ยงและจ่ายสินไหม แต่คือการสร้าง Ecosystemที่พร้อมส่งเสริมสุขภาพ สนับสนุนสิ่งแวดล้อม และดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานในระยะยาว
