ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในปี 2563 โออิชิ ได้วางแผนการเติบโตไว้อย่างน่าสนใจ

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะประกอบด้วย

1. การให้ความสำคัญด้านสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภค (Health & Wellness) โดยมีการพัฒนาสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ด้านการตอบสนองความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภค 

2. นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า ตลอดจนบริการต่างๆ ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น 

3. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความยั่งยืน 

โดยวางแนวทางใน 3 ธุรกิจหลัก คือ
ธุรกิจเครื่องดื่ม
“เดินหน้าขยายฐานผู้ดื่ม รุกพรีเมียม”

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์หลักของธุรกิจเครื่องดื่มว่า

1. โฟกัสกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น 12-24 ปีผ่านแคมเปญ OISHI x ROV ซึ่งลดลงไปประมาณ 8% หลังปัญหาเรื่องภาษีสรรพสามิต

2. ขยายฐานพรีเมียม ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เช่น โออิชิ โกลด์ เกียวคุโระ ชาเขียวที่ได้รับการยกย่องจากชาวญี่ปุ่นว่าเป็นหนึ่งในชาที่หายาก และให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

3. ขยายตลาดส่งออก จากเดิมส่งออกเพียง 13 ประเทศ ปัจจุบันสามารถขยายการส่งออกได้ถึง 33 ประเทศทั่วโลก คิดเป็น 25% จากยอดขายในประเทศ 75%

 

โดยแผนการขยายตลาดมุ่งสู่ผู้นำระดับโลก คือ

1. สร้างความแข็งแกร่งในตลาดหลัก คือ กัมพูชาและลาว 

2. สร้างความเป็นผู้นำในตลาดเกิดใหม่ 

3. ขยายตลาดในกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ 

4. สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและขายในระดับภูมิภาค

5. สร้างความพร้อมของบุคลากรในการทำงานในต่างประเทศ”

สำหรับแคมเปญโปรโมชั่นนั้นปีนี้เครื่องดื่มโออิชิยังจัดหนักเหมือนเดิม

 

ธุรกิจร้านอาหาร

รุกขยายสาขาแบรนด์เดิม เพิ่มเติมแบรนด์ใหม่ 

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยถึง

4 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ประกอบด้วย 

1. Growth Engine: ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ๆ การขยายสาขาต่อเนื่อง พัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (เพิ่มเติมจากการสั่งซื้อผ่านทางโทร. 1773)  ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง เช่น www.oishidelivery.com ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสั่งอาหารแบบออนดีมานด์บนแอปพลิเคชันชั้นนำของไทยอย่าง แกร็บฟู้ด ไลน์แมน และ ฟู้ดแพนด้า 

2. Re-engineering Brand’s Business Model: ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ให้มีความทันสมัย เช่น นำเสนอรูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น ชาบูชิ “บริการ 24 ชั่วโมง” รับวิถีคนเมือง “สังคมคนนอนดึก” (Sleepless Society) ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

จับตาสาขาดั้งเดิม โออิชิแกรนด์ สาขาสยามพารากอน ที่จะมีการปรับตัวครั้งใหม่เร็วๆ นี้

3. Reinvented Customers Experience: สร้างคุณค่าตราสินค้าผ่านสินค้าและบริการ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ น่าประทับใจแก่ผู้บริโภค  

4. Spin-off Brands: พัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เชโฮว ยู (HOU YUU), ซากาเอะ (SAKAE) จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ในเร็วๆ นี้ 

ปัจจุบันโออิชิมีทั้งหมด 266 สาขา โดยในปี 2563 นี้วางเป้าขยายเพิ่มรวม 26 สาขา เท่ากับทุก 2 อาทิตย์จะเปิดสาขาใหม่ 1 สาขา

อาหารพร้อมรับประทาน พร้อมรุก

เมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ว่า

1. Brand Building & Communication: สร้างตราสินค้า โออิชิ อีทโตะ ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

2. Innovation: สร้างความแตกต่างทั้งรูปแบบ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และหีบห่อ/บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย 

3. Channel & Market Expansion: ด้วยการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มฟู้ด เซอร์วิส ด้วยการซินเนอร์ยี่ระหว่างพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือไทยเบฟ รวมทั้งขยายสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้นทั้งอาเซียนและสหภาพยุโรป

ถึงแม้อาหารพร้อมรับประทานยังมีสัดส่วนที่น้อย แต่มีโอกาสที่จะเติบโตสูงมาก จากสังคมไทยที่เล็กลง มีความเร่งรีบแบบสังคมคนเมือง และคนให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

นงนุชยังย้ำว่า สุดท้าย “คน” คือคีย์ซักเซสสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทั้งหมดที่วางไว้ และจะทำให้โออิชิรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน