ในทุกๆ ปี CP ALL จะจัดงาน ‘อีเวนต์’ เพื่อมองหา ‘พาร์ตเนอร์’ เข้ามาร่วมในธุรกิจ 7-11 และ ‘บุคลากร’ ที่กำลังมองหางานร่วมกับ CP ALL

แม้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตไม่สดใส แต่ผิดกับ 7-11 ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

บัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีออล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้จัดงาน “วันแห่งโอกาสดี@CP ALL 2020” ในวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ ณ อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อรับสมัครคนที่ต้องการหางานและทำงานร่วมกับบริษัท โดยปีนี้มีตำแหน่งว่างกว่า 35,000 ตำแหน่ง และแจกทุนการศึกษากว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อรับนักเรียนนักศึกษาเข้ามาทำงานร่วมกับบริษัท

ปัจจุบันเซเว่นมีจำนวนสาขาทั้งหมด 11,700 สาขา และมีพนักงานกว่า 170,000 คน นับเป็นบริษัทที่มีการจ้างงานมากที่สุดในประเทศไทย

จากจำนวนสาขาทั้งหมด เป็นร้านค้าที่ CP All ลงทุนเองเป็นสัดส่วน 45% และอีก 55% หรือประมาณ 6,500 สาขาเป็นแฟรนไชส์ หรือที่บริษัทเรียกว่า Busines Partner

“เราไม่ได้ผลิตเองขายเองทั้งหมด” บัญญัติย้ำ

ขณะที่บริษัทยังมองหา ‘พาร์ตเนอร์’ โดยเฉพาะ SME เพื่อสร้างช่องทางการขายให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ขายใน 7-11 กว่า 10% เป็นสินค้าที่ผลิตโดยซีพี และอีก 90% เป็นสินค้าจากคู่ค้าธุรกิจ

ดังนั้น CP All จึงสร้าง ‘อีเวนต์’ เพื่อดึงคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกับธุรกิจ โดยใช้คำว่า ‘โอกาส’ เป็นคอนเซ็ปต์ในการจัดงาน “วันแห่งโอกาสดี@CP ALL 2020” 

โดยวางเป้าหมายไว้ 7 ด้าน ล้อกับเลข 7 ของธุรกิจ ‘7-11’ ได้แก่ (1) โอกาสรับทุนการศึกษา (2) โอกาสมีงานทำ (3) โอกาสร่วมธุรกิจกับเซเว่นฯ (4) โอกาสเป็นคู่ค่าธุรกิจ (5) โอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดี (6) โอกาสทางความรู้ และ (7) โอกาสช้อปสินค้ามีคุณภาพ

งานปีนี้มี 300 บูธ บนพื้นที่ราวหมื่นตารางเมตร ทั้งเอสเอ็มอี ภาคการเกษตร และหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีมอบความรู้ในหัวข้อ “Education Transform” และมีการมอบรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562  ให้แก่ SME ที่เป็นคู่ค้ากับบริษัท

ด้าน สุทธิกานต์ มาสำราญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและประสานเครือข่าย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2563 ภาพรวมของการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในส่วนของการดำเนินงานของสำนักงานฯ และแผนงานบูรณาการ ยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ Early Starge และกลุ่ม Micro และ กลุ่ม Small ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มมีผู้ประกอบการรวมจำนวนกว่า 3 ล้านราย

ภายในงานยังมีบูธของ สสว. ซึ่งจะมาให้คำปรึกษานำการพัฒนาเครือข่าย การพัฒนาสินค้าและบริการ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน การบริหารจัดการ การใช้นวัตกรรมเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการลดต้นทุน เป็นต้น 

ด้าน ดร.อริยาพร อำนรรฆสรเดช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ รักษาการแทนผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ทศวรรษ 2020 เป็นทศวรรษที่โลกจะก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อย่างเต็มตัว ขณะเดียวกัน ปีนี้ยังเป็นปีที่ประเทศไทยจะมีการประมูล 5G ซึ่งสามารถนำมาสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมาย

ดังนั้น กสอ. ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึง SME จึงต้องการสร้างโอกาสให้ SME ได้มีความรู้และความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการจัดสัมมนาให้องค์ความรู้ การออกบูธ ซึ่งเป็นงานที่ กสอ. ต้องร่วมขับเคลื่อน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer