ปี 2019 Euro Monitor ระบุว่าตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 91 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 2,800 ล้านบาท และตลาดไทยมีมูลค่าสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย 90% เป็นกลุ่มสินค้าระดับล่าง-กลาง ในราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงราวสามหมื่นบาท

ส่วนกลุ่มพรีเมียมมีสัดส่วนเพียง 10% หรือราว 280 ล้านบาท

ผู้เล่นในตลาดนี้มีประมาณสิบกว่าราย โดย 80% เป็นแบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่น เกาหลี จีน รวมไปแบรนด์ไทย OEM อีก 20% เป็นแบรนด์ฝั่งยุโรปและอเมริกา

1 ในผู้เล่นตลาดพรีเมียมคือ “Blueair” แบรนด์สัญชาติสวีเดนที่ทำตลาดเครื่องฟอกอากาศกว่า 60 ประเทศ ซึ่งเคลมตัวเองว่าเป็น ‘เบอร์ 1’ ของกลุ่มพรีเมียมในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 70% หรือประมาณ 200 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดในประเทศไทย “Blueair” อยู่ภายใต้การดูแลของ “บริษัท แสงชัย แอร์ควอลิตี้ จำกัด” ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย

บุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แสงชัย แอร์ควอลิตี้ จำกัด กล่าวว่า บลูแอร์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากมลพิษเพิ่มสูงขึ้น การก่อสร้าง การพัฒนาประเทศ ประกอบกับจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้บลูแอร์มีการเติบโตจากปี 2561 ถึง 300%  โดยปี 2561 จำหน่าย 3,000 เครื่อง และปี 2562 กระโดดไป 10,000 เครื่อง

“ด้วยสภาพเศรษฐกิจ ทำให้คนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น ทำให้คนยอมลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศใช้มากขึ้น” บุญฤทธิ์ขยายความ

บลูแอร์จับลูกค้าระดับกลางไปจนถึงระดับบน ในราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงราคาสูงสุดที่กว่า 80,000 บาท 

บริษัทมองว่าเป็นแบรนด์เดียวที่ใช้ ‘จุดขาย’ จากการระบุขนาดของห้อง ขณะที่แบรนด์อื่นกำหนดช่วงกว้างๆ โดยเครื่องฟอกฯ 8 หมื่นบาท กำหนดพื้นที่ที่ 100 ตารางเมตร ส่วนรุ่นอื่นๆ ลดหลั่นกันมา เริ่มต้นที่ 40 ตารางเมตร

Blueair มีสินค้าทั้งหมด 14 SKU แบ่งเป็น 4 ซีรีส์ ได้แก่ กลุ่มเริ่มต้น Blue, คลาสสิก, เฟรนด์ friend กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มโปร

ช่องทางจำหน่ายของบริษัทแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ (1) Department Store (2) เป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับบุญถาวร (3) B2B เน้นองค์กรภาครัฐ และ (4) ช่องทางออนไลน์ทางโซเชียลมีเดีย

ด้วยความที่เป็นสินค้าพรีเมียม บริษัทจึงมีบริการหลังการขาย โดยมองว่าเป็นแบรนด์เดียวที่มีฟรีเซอร์วิสถึงบ้าน 2 ครั้งหลังจากการซื้อ Blueair และจะมีทีม call center คอยเตือนการเปลี่ยนไส้กรองทุก 6 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพอากาศ

สำหรับปีนี้ บุญฤทธิ์มองว่าตลาดยังมีดีมานด์เครื่องฟอกอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหามลพิษและสุขภาพ จะทำให้ตลาดรวมเติบโตต่อได้ ดังนั้น ในช่วงกลางปีบริษัทจึงวางแผนออกสินค้าใหม่อีก 2 รุ่นเพื่อบุกตลาดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทแบ่งเซกเมนต์ของ ‘พรีเมียม’ ที่ระดับราคามากกว่า 3-4 หมื่นบาท จึงทำให้ยังไม่มีคู่แข่งทางตรง ขณะที่เจ้าอื่นๆ กำหนดราคาพรีเมียมที่ 2 หมื่นบาท

MarketeerFYI_Logo-e1565343663966

บริษัท แสงชัย แอร์ควอลิตี้ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2545 เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของแสงชัยกรุ๊ป ปัจจุบันทำธุรกิจ 4 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น อุปกรณ์ชิ้นส่วนไฟฟ้า และเครื่องฟอก

โดยรายได้กว่า 50% มาจากธุรกิจเครื่องปรับอากาศ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer