ตลาดโอเปอเรเตอร์มือถือ ศึกนี้ใครจะได้ใจลูกค้าไปครอง (วิเคราะห์)

การมาของ 5G ปรากฏการณ์ที่ทำให้ตลาดผู้ให้บริการในประเทศไทยคึกคักขึ้น จากเดิมที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดโอเปอเรเตอร์มือถือไม่ได้มี Hot Topic ใหม่ๆ มาแข่งขันกันมากนัก นอกจากราคาและการสปอยลูกค้าผ่านพริวิเลจต่างๆ

แต่ก่อน 5G จะมาอย่างเต็มรูปแบบ เรามาดูกันว่าตลาดผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในปัจจุบันเป็นอย่างไร

1. คนไทยใช้งานโทรศัพท์มือถือรวมกันมากถึง 93.2 ล้านเลขหมายในสิ้นปี 2019 เติบโต 2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือ คิดเป็น 140% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศ

การเติบโตนี้มาจากผู้ใช้บริการระบบแบบรายเดือนที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ส่วนระบบแบบเติมเงินไม่มีการเติบโตแต่อย่างใด

การเติบโตของระบบรายเดือนถึง 9% นี้มาจากเหตุผลที่สำคัญ 2 ประการคือ

-โอเปอเรเตอร์นำกลยุทธ์ลดราคามือถือมาเชิญชวนให้ลูกค้าที่สนใจซื้อมือถือเครื่องใหม่ พร้อมแพ็กเกจรายเดือนในราคาเครื่องที่ถูกกว่าเครื่องเปล่า ทำให้ลูกค้าเติมเงินบางรายเปลี่ยนเป็นรายเดือน เพื่อที่ได้รับส่วนลดดังกล่าว

แม้ไม่ใช่กลยุทธ์ใหม่ในตลาดแต่การที่โอเปอเรเตอร์ใช้กลยุทธ์การลดราคามือถือให้ลูกค้ารายเดือนทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่มาจากการมองเห็นลูกค้ารายเดือนเป็นลูกค้าที่จ่ายค่าบริการเป็นประจำทุกเดือนในอัตราที่สม่ำเสมอ และมีอัตราการไหลออกที่ยากกว่า เนื่องจากต้องทำเรื่องเพื่อย้ายค่าย หรือทำเรื่องเพื่อปิดเบอร์

ซึ่งระหว่างที่ลูกค้ามาทำเรื่องมีโอกาสที่จะลูกค้าจะเปลี่ยนใจ จากข้อเสนอพิเศษต่างๆ ที่โอเปอเรเตอร์นำเสนอให้

-คนไทยการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นผ่านเครือข่ายมือถือ และทำให้ผู้ใช้บริการแบบเติมเงินที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือบางคนเปลี่ยนไปใช้บริการแบบรายเดือน จากแพ็กเกจที่ตอบโจทย์การใช้งานที่คุ้มค่ากว่า

 

2. ARPU หรือรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนลดลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

จากข้อมูลของ กสทช. พบว่าในปีที่ผ่านมา ARPU หรือรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือมียอดลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

โอเปอเรเตอร์มือถือได้ ARPU เท่าไร

2013       206 บาท

2014       196 บาท

2015       219 บาท

2016       231 บาท

2017       234 บาท

2018       241 บาท

2019       240 บาท

ที่มา: กสทช., มีนาคม 2020

 

การลดลงของ ARPU ในปี 2019 มาจากในระบบรายเดือนและเติมเงินมีรายได้จากการให้บริการเฉลี่ยต่อเดือนที่ลดลงการสงครามราคาที่มีการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ เพื่อแย่งชิงลูกค้า

ARPU รายเดือน

2016       547 บาท

2017       539 บาท

2018       527 บาท

2019       507 บาท

 

ARPU ระบบเติมเงิน

2016       160 บาท

2017       153 บาท

2018       153 บาท

2019       150 บาท

ที่มา: กสทช., มีนาคม 2020

 

3. โอเปอเรเตอร์ยังสปอยลูกค้าไม่เลิก

นอกจากแพ็กเกจโปรโมชั่นแล้วการแข่งขันในของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายยังคงให้ความสำคัญกับการสปอยลูกค้าในทุกด้าน ได้แก่

-พริวิเลจ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ให้ลูกค้ามากกว่าคู่แข่ง เพื่อเป็นกาวใจให้ลูกค้าไม่ย้ายค่ายไปใช้บริการคู่แข่ง เพราะสิทธิประโยชน์ที่ได้รับมากกว่า

-เครือข่ายที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ไม่มีสะดุด

-การบริการหลังการขายที่ตอบสนองความต้องการทั้งด้านความรวดเร็ว ข้อมูล และอื่นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เพราะลูกค้ายุคนี้เมื่อไม่พอใจในการให้บริการจะมีการแสดงความคิดเห็นในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์

 

4. ตลาดโอเปอเรเตอร์มือถือ แข่งขันกันที่ภาพลักษณ์

สิ่งที่โอเปอเรเตอร์ให้ความสำคัญในการแข่งคือการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านความเร็ว และด้านเทคโนโลยี

จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาเอไอเอสและทรูมูฟเอช จะให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ผู้นำด้าน 5G เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ถึงการเป็นผู้นำตลาดในการให้บริการเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดให้กับผู้บริโภค

ส่วนดีแทคในปีที่ผ่านมาได้สร้างภาพลักษณ์ในการไม่หยุดพัฒนาด้านเครือข่าย และการเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ

และในอนาคตการแข่งขันในธุรกิจโอเปอเรเตอร์คงสนุกมากกว่านี้แน่ เพราะ 5G จะทำให้บริบทในการแข่งขันได้เปลี่ยนรอบๆ ด้าน นอกจากความเร็วของเครือข่าย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน