สาหร่ายเถ้าแก่น้อย กุมขมับรับสงครามไวรัสโควิดที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร (วิเคราะห์)

ปี 2563 คือปีที่ “เถ้าแก่น้อย” ฝากความหวังไว้อย่างมากกับยอดขายในประเทศจีน
 
ถ้าพูดถึงสินค้าที่โฟกัสตลาดคนจีน หนึ่งในนั้นที่หลายคนคิดถึงคือ “สาหร่ายเถ้าแก่น้อย” ที่มีประเทศจีนเป็นเป้าหมายหลักในการส่งออกมานาน

รายได้จากประเทศจีนมากแค่ไหน มาดูกัน

ในปี 2557 (ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2558) ปีนั้นเถ้าแก่น้อยมีรายได้จากการขายทั้งหมด 2,726 ล้านบาท 56% คือยอดขายในประเทศ ส่วนอีก 11% คือยอดขายจากประเทศจีน  หลังจากนั้นสัดส่วนยอดขายในประเทศจีนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับสาหร่ายเถ้าแก่น้อยคือของฝากยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนในเมืองไทย

ในปี 2561 ที่ผ่านมายอดขายในประเทศลดลงเหลือเพียง 40% แต่ยอดขายในประเทศจีนสูงขึ้นถึง 39% รองจากจีนคือสิงคโปร์ที่มีตัวเลขห่างชั้นกันมากคือเพียง 6% และอินโดนีเซีย เวียดนาม 4% และ 3% ตามลำดับ

นั่นหมายถึงว่าถ้าเถ้าแก่น้อยขายได้ทั้งหมด 100 บาท 40 บาท คือยอดขายในประเทศ ส่วนอีก 39 บาทมาจากประเทศจีน ที่เหลือมาจากประเทศอื่นๆ

ปี 2563 นี้เถ้าแก่น้อยฝากความหวังของรายได้ไว้อย่างมากกับประเทศจีน

ก่อนเกิดเหตุการณ์ Covid-19 ประมาณ 1 เดือน ผู้บริหารได้ออกมาแถลงถึงทิศทางการดำเนินงานว่า บริษัทยังโฟกัสที่ตลาดในประเทศจีน เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ มีมูลค่ารวมของตลาดกลุ่มขนมขบเคี้ยวมากกว่า 3 แสนล้านบาท

และในปี 2563 จะเดินหน้ากระจายสินค้าไปยังจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพราะได้ปรับปรุงโครงสร้างการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศจีนใหม่

โดยแต่งตั้ง บริษัท โอริออน คอร์ป (ORION Crop) ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกชื่อดัง และมีฐานร้านค้าจำนวนมากในจีน เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่บริษัทมีตัวแทนจำหน่าย (Distributor) จำนวน 3 ราย

และได้เข้าเปิดสำนักงานตัวแทนบริษัท (Representative Office) ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รวมไปถึงการเปิดร้าน Flagship store ในเว็บไซต์ Online ต่างๆ เช่น Taobao, T-mall, Amazon, Walmart
 
เรียกว่าเตรียมบุกแหลก แต่ในที่สุดวิกฤต Covid-19 ก็เกิดขึ้น
 
เท่านั้นยังไม่พอยอดขายในร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ ที่ขายกลุ่มทัวร์จีนเกือบ 90% ก็หล่นวูบ เพราะนักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด
 
เถ้าแก่น้อยต้องปรับแผนอย่างเร่งด่วนไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว หลายสาขาของเถ้าแก่น้อยแลนด์ทยอยปิดจาก 19 สาขาปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 4-5 สาขา เตรียมลดกำลังการผลิตในโรงงานหลัก 2 แห่ง หันกลับมาให้ความสำคัญในเรื่อง R&D มากขึ้นเพื่อเอาใจลูกค้าคนไทยไปก่อน พร้อมๆ กับเตรียมบุกหนักทางด้านออนไลน์
 
มีการปรับลดเป้าหมายลงเบาๆ คาดว่าปีนี้คงเหลือเพียง 5,300 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าจะมีรายได้ 5,800 ล้านบาท  รวมทั้งหลายๆ แผนการเพื่อความอยู่รอด

 
จะว่าไปแล้ววิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของ สาหร่ายเถ้าแก่น้อย เรื่องสงครามราคา จำนวนคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศ การทำสินค้าเลียนแบบในจีนจนยอดขายหายก็เจอมาตลอด

 
เพียงแต่คราวนี้ “สงคราม” ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่

มาเอาใจช่วย “ต๊อป” อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ “เถ้าแก่พันล้าน” ที่เมื่อ 10 ปีก่อนใครๆ ก็อยากเป็นอย่างเขากัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer