หลังจากที่เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่ง CP ประกาศสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรี วันละ 100,000 ชิ้น เดือนละประมาณ 3 ล้านชิ้น เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

วันนี้ 16 เมษายน 2563 โรงงานดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมแจกจ่ายหน้ากากอนามัย 100,000 ชิ้นแรกให้บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ

โดยเจ้าสัวได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ในวิกฤตครั้งนี้บริษัทในเครือ CP ทุกประเทศทั่วโลกจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานออกแม้แต่คนเดียว และเราต้องดูแลพนักงานของซีพีให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

โดยมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อช่วยปกป้องพนักงานไม่ให้เข้าไปเผชิญความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีการใช้มาตรการทำงานที่บ้านโดยยังจ่ายเงินเดือนและรายได้เช่นเดิม ซึ่งซีพีให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานมาก

เพราะการรักษาคนของซีพีก็เท่ากับบริษัทรักษาพลังของบริษัทไว้คู่กันเพื่อเตรียมพร้อมเดินหน้าหลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย เพราะเมื่อถึงเวลานั้นประเทศต้องเดินหน้าต่อได้ทันทีเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ภาคแรงงานและกำลังคนของซีพีก็จะเดินหน้าได้ทันที

เป็นการเตรียมพร้อมในเวลานี้ของซีพีหลังวิกฤตจบลง ซึ่งซีพีใช้แนวทางนี้จนประสบความสำเร็จมาแล้วในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดหนักที่เมืองอู่ฮั่นในจีน

สิ่งที่เจ้าสัวแนะนำให้ทำได้ในช่วงนี้ ก็คือการดูแลตัวเอง อย่าเอาภาระไปเพิ่มให้หมอกับสังคม ให้อยู่บ้าน ปกป้อง หลีกเลี่ยง และเตรียมตัวเอาไว้

เพราะวันที่ไวรัสหายไปเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว ซึ่งใครที่เตรียมตัวไว้ก่อน ก็จะช่วงชิงโอกาสนั้นได้ก่อนเช่นกัน

โดยเจ้าสัวได้ประเมินวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกไว้ว่า

“วิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้แตกต่างกับวิกฤตเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ผ่านมา ไม่เหมือนวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ครั้งนี้เป็นวิกฤตระดับโลกเกิดขึ้นกะทันหันทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักลง ผู้คนต้องกักตัวในที่อยู่อาศัยเพื่อเลี่ยงการแพร่เชื้อโรค

สำหรับประเทศไทยส่งผลให้ธุรกิจสำคัญอย่างภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีผลกระทบทั้งระบบ ซึ่งประเทศไทยพึ่งพารายได้ด้านการท่องเที่ยวมหาศาล ดังนั้น ในช่วงวิกฤตจากโควิด-19 ที่ยังมีอยู่นี้จึงเสนอให้เตรียมแผนเชิงรุกด้านการท่องเที่ยวและส่งออกไว้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสะสมพลังไว้ และขอให้ภาคเอกชนและธุรกิจต่างๆ เตรียมพร้อมด้านกำลังคนและภาคแรงงานไว้ หากสามารถที่จะช่วยเหลือไม่เลิกจ้างแรงงาน ทำให้ผู้คนยังมีกำลังจับจ่ายภายในประเทศได้จะเป็นเรื่องที่ดี

เพราะวันนี้เมื่อมืดที่สุดก็จะสว่าง ไม่มีวันที่จะมืดไปตลอดกาล ดังนั้น เมื่อสว่างแล้วก็จะต้องเตรียมตัวว่าจะต้องทำอย่างไร เช่นเดียวกับที่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วจะเป็นโอกาสของประเทศไทยอย่างมาก เพราะหลังวิกฤตแล้วมีโอกาสแน่นอน”

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer