คันฉ่องส่อง (ปรากฎการณ์) บุพเพสันนิวาส / 2 : เทียบกระแส K-POP

คันฉ่องส่อง(ปรากฎการณ์)บุพเพสันนิวาส / 2

มองมุมสัญวิทยาและโพสต์โมเดิร์น เปรียบอำนาจทางวัฒนธรรม (soft power) เทียบกระแส K-POP

โดย : ธาม เชื้อสถาปนศิริ., นักส่องปรากฎการณ์สื่อ. timeseven@gmail.com

ผมเคยเขียนวิเคราะห์งานสื่อ ซึ่งเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม (cultural product) เอาไว้ว่า สื่อนั้นมิได้เป็นงานผลิตเพื่อความบันเทิง หากแต่มีรหัสทางวัฒนธรรมและอุดมคติ อุดมการณ์สอดแทรกแฝงลงไปในนั้นด้วยเสมอ

ดูอย่างละคร “แดจังกึม” ของเกาหลี เลือดชาตินิยม อันเป็นผลพวงมาจากการส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรม ที่ รัฐบาลเกาหลี โดยอดีตประธานาธิบดี คนที่ชื่อ Kim Gu หรือที่รู้จักกันในนามปากกา เบ็คบอม (เกาหลี: 백범; อังกฤษ: Baekbeom) เป็นประธานาธิบดีคนที่หก และต่อมาเป็นประธานาธิบดีคนสุดท้ายของการปกครองเฉพาะกาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เขาเป็นนักการเมือง, นักการศึกษา และผู้นำของการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของเกาหลี เคยแสดงวิสัยทัศน์ ให้กับคนในชาติ ว่า รัฐบาลเกาหลี จะสามารถมีที่ยืนบนความแข็งแกร่งบนภูมิภาคนี้ได้ ก็ด้วย ความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม

คิม กู โน้มน้าวใจของคนในชาติด้วยการอธิบายว่า “เกาหลีใต้ไม่มีความสามารถทางกองทัพ ไม่มีความสามารถและแสนยานุภาพทางการทหารที่เข้มแข็ง หรือเศรษฐกิจการเมืองที่ต่อสู้ ต่อกร กับนานาประเทศได้ ที่ผ่านมาเกาหลีได้โดนต่างชาติรุกรานคุกคามมาโดยตลอด ชีวิตวัยหนุ่มของคนรุ่นเขาโดนชาติอื่นเข้ามาคุกคามผ่านสงครามความขัดแย้งบ่อยครั้ง  สิ่งเดียวที่จะเป็นภูมิกำลังปกป้องประเทศเกาหลีได้คือความเข้มแข็งของวัฒนธรรมในประเทศเรา”

คิม กู บอกว่า พลทัพ-สรรพาวุธของเกาหลีคือ ประเทศที่สวยงาม และ วัฒนธรรมประเพณีของเกาหลีที่สูงส่งและน่าภาคภูมิใจ เราต้องแสดงให้โลกเห็นถึงความสวยงามของเกาหลีใต้ให้ได้ แล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประเทศเรา (เขาใช้คำว่า Noble Culture – วัฒนธรรมอันสูงส่ง)

หนทางของการเร่งสร้างชาติเกาหลีใต้ เข้มแข็งและดำเนินพัฒนาการมาอย่างมั่นคง ผ่านการเร่งสร้างอุตสาหรรมสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และ ที่สุดคือ สินค้าทางวัฒนธรรมผ่านกระแส K-POP

Time-1
[ใครสนใจอ่านเรื่องการสร้างกระแสความนิยมในคลื่นวัฒนธรรมเกาหลี จนสามารถสร้างกองทัพทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะประเทศอื่นๆในภูมิภาคและในโลกได้ อ่านเพิ่ม จากหนังสือ ของ Youna Kim. “The Korean Wave: Korean Media Go Global”, Routledge, 2013, 233 หน้า]
ในปี 1990s รัฐบาลเกาหลีใต้ ได้ส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรมไปสร้างความนิยม และรายได้คืนกลับให้ประเทศตนเอง (อย่างเป็นมิตร เป็นอำนาจแบบอ่อน แบบเนียนๆ ฟอกขาว ดูไม่มีพิษภัย ที่ Kim Gu เรียกว่า “soft power” ด้วยการเร่งส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรม ไปในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ยาวนานกว่า 30 ปี (นับแต่ 1990s) จนเอาชนะกระแส J-POP ของญี่ปุ่นไปได้ และทำให้ขนาดของธุรกิจบันเทิงเกาหลีใต้มีมูลค่าสูงขึ้นมาก เป็นแหล่งรายได้เข้านำพาสร้างความเจิรญให้กับประเทศ (และนับรวม SAMSUNG LG) ด้วย

ถ้ายังจำกันได้ ละครโทรทัศน์เกาหลี เรื่อง แดจังกึม, Autumn in My Heart ก็เข้ามาฉายในไทยในช่วงเวลานั้นเอง

และจากนั้น เกาหลีใต้ ก็ส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรม ที่เปรียบเสมือน คลื่นยักษ์ 4 คลื่น มานับตั้งแต่ ปี 1999 เป็นต้นมา คือ

  • K WAVE 1.0 : ส่งออกภาพยนตร์และละคร สร้างรายได้และจุดกระแสความรู้จักในประเทศเกาหลี ผ่านละครที่มีฉากหลัง และภูมิประเทศอันสวยงาม ผู้ชมซึมซับและรู้จัก K-Romance
  • K WAVE 2.0 : ส่งออกดนตรี-เคป๊อป สร้างกระแส K-POP .ให้เด่นชัด เป้าหมายกลุ่มวัยรุ่น ที่หลงใหลในหน้าตา นักร้อง ความน่ารักเซ็กซี่และทำนองเพลงฮิตติดหู ท่าเต้นที่ร้อนแรง เย้ายวน เซ็กซี่ และความหลากหลายของวงเกลิร์ลกรุ๊ป บอยแบนด์ที่มีจำนวนสมาชิกมากมายแตกต่างคัดเลือกตามแคเร็คเตอร์แต่ละแบบ
  • K WAVE 3.0 : ส่งออกเกมออนไลน์และอีสปอร์ต สร้างรายได้จากการผลิตและส่งออกเกมออนไลน์สัญชาติเกาหลี พัฒนาระบบการแข่งขันประกวดเล่นเกมล่าเงินรางวัล พัฒนาอินเทอร์เน็ตค่าเฟ่เป็นร้านเกมคาเฟ่ และสร้างแพลทฟอร์มเกมออนไลน์ดูดเงินผ่านระบบไมโครมันนี่ เติมเงินซื้อขายไอเท็มผ่านเกม
  • K WAVE 4.0 : ส่งออกวรรณกรรมเกาหลี สร้างรายได้จากวรรณกรรม เรื่องสั้น พ็อกเก็ตบุ๊คแปลเกาหลี ค่านิยมทัศนคติที่ส่งผ่านปลายปากาวรรณกรรม ที่มีการแปลออกเป็นภาษาท้องถิ่นในแต่ละประเทศ นำดารามาใช้เพื่อการโปรโมทประชาสัมพันธ์หนังสือตนเองเพื่อสร้างกระแสและความนิยม

Time-2

K-WAVE 1.0 2.0 3.0 คือ การส่งออกวัฒนธรรมบันเทิง ตั้งแต่ภาพยนตร์ ละครซีรีส์ , ดนตรีและเคบ๊อป และเกม-อีสปอร์ต เพื่อสร้างรายได้จากสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรม

Time-3

K-WAVE 4.0 คือ การส่งออกวัฒนธรรมภาษาและวรรณกรรมแปลเกาหลี ซึ่งได้รับความนิยม ตีตลาดงานเขียนวรรณกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน

Time-4

เปรียบเทียบขนาดของอุตสาหรรมบันเทิง ระหว่างไทย และ เกาหลีใต้ ที่มีขนาดพื้นที่ประเทศ เพียง 1/5 ของประเทศไทย แต่มีขนาดของธุรกิจบันเทิงที่ใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า (ตัวเลขวิเคราะห์ จาก www.careercatalysts.com) และจากนิยตสารบลูมเบิร์กแม็กกาซีน ที่ระบุว่า ในปี 2017 เกาหลีใต้มีมูลค่ารายได้จากธุรกิจบันเทิงทั้งหมดเข้าประเทศ กว่า 47,455 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ขณะที่ประเทศไทย มีเพียง 15,901 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น

 

อะไรคือ “soft power”?

“soft power” อำนาจเชิงอ่อน  คือ การใช้อำนาจทางวัฒนธรรม ประเพณี (เช่น อาหาร ดนตรี ศิลปะ การแสดง ภาษา วิถีชีวิต ความงาม เรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่น ค่านิยม วิธีคิด อุดมการณ์ทางสังคม) ในการทำสงครามเชิงจิตวิทยากับเพื่อนบ้าน

เป็นการใช้อำนาจแบบอ่อน คือ แทนที่จะรบกันด้วยความก้าวหน้าและเกรงขามน่ากลัวของกองทัพ ทหาร หรือ เศรษฐกิจยุคเก่า (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิทยาการ) หรือ การแทรกแซงทางการทูต การเมือง ก็หันมาเปลี่ยนเป็นการใช้อำนาจทางวัฒนธรรม

เช่น อเมริกาส่งออกวัฒนธรรมฮอลลีวู้ด แม็คโดนัล และ เสรีภาพประชาธิปไตย

ทฤษฏีการส่งออก แพร่ระบาด รุกคืบทางวัฒนธรรมนี้ รู้จักกันในชื่อ “ทฤษฏีการล่าอาณานิคมทางวัฒนธรรม, Cultural Imperialism)” และมันคือสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่ไม่มีกระสุนปืนหรือระเบิด ไม่ล่าเมืองกินเขตแดน แต่ล่าเอาอุดมการณ์ กิจวัตรประจำวัน ค่านิยม ความนิยม คุณภาพชีวิตบางอย่างของประชาชน ที่สามารถซื้อขาย สร้างสมอำนาจและมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศส่งออกวัฒนธรรมได้

เพราะฉะนั้น การใช้แนวคิดทางนิเทศศาสตร์และสังคมศาสตร์ อธิบายปรากฎการณ์เรื่องนี้ “จึงมิใช่เรื่องไร้สาระและปัญญาอ่อน” เฉกเช่นที่ใครหลายคนกำลังเข้าใจผิด และเป็นคนละเรื่องกันกับ “ดูละครแล้วอย่าวิจารณ์ เพราะละครคือละคร อย่าอินให้มันมากนัก”

หากแต่แท้จริงแล้ว การวิเคราะห์ รหัส (code) และ ความหมาย (meaning) ทางวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งของวิชาสื่อศึกษา (หรือหลายคนรู้จัก รู้เท่าทันสื่อ) ซึ่งเป็นส่วนของการคิดแบบเชิงวิพากษ์ ที่รัฐบาลควรส่งเสริมให้เด็กๆ ได้รู้จักคิด จากการเสพสื่อทุกประเภท

เรียกว่า การวิเคราะห์ รหัสทางสังคม (social code) เป็นวิชาชั้นสูงที่เรียนในสาขาภาษาศาสตร์ สังคมมานุษวิทยา

ดูแล้วคิด ขบ ใคร่ครวญ จึงสำคัญมาก ดูแล้วเห็นรหัส ความหมายและอธิบายเหตุการณ์ทางสังคมได้ นั่นคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนในรุ่นนี้

 

เกาหลีใต้ก็ส่งออก คลื่นกระแสนิยมวัฒนธรรมเกาหลี

รัฐบาลเกาหลี ก็เก่งและจริงจังมากขึ้นในการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจส่งออกทางวัฒนธรรมและได้รับการสนับสนุนอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ ละคร ดนตรี ความงาม การท่องเที่ยว อาหาร จนในภายหลัง นักวิชาการและทั่วโลกก็รู้จัก ในชื่อ “Hallyu” หรือ Hallyu K Star กระแสเกลาหลี จากดารา นักร้อง ศิลปิน จนพัฒนามาเป็น “Korean Wave” (หรือ Korean Cool) ในวันนี้

Time-5

ยิ่งสามารถส่งออกวัฒนธรรมของชาติตนเองไปรุกล้ำ คืบคลาน ยึดค่านิยมของประเทศอื่นได้มากเท่าไร ก็ยิ่งชนะสงครามทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจได้มากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายถึงการเป็นประเทศเจ้าอาณาณิคมทางวัฒนธรรมได้เช่นกัน

Time-6

[K-POP คลื่นวัฒนธรรมยุคที่ 2 ที่มาพร้อมกับศิลปินนักร้องเกาหลี ที่สร้างแคเร็คเตอร์ที่ชัดเจนและถูกตลาดทั่วโลก]

ลักษณะของวัฒนธรรมเกาหลี (สมัยใหม่)

ในหนังสือของ  Youna Kim. The Korean Wave: Korean Media Go Global”, Routledge, 2013, วิเคราะห์ลักษณะของ วัฒนธรรมเกาหลีในเคป๊อป ที่สามารถยึดหัวหาดวัฒนธรรมของประเทศเพื่อบ้านได้ เพราะว่า เกาหลีมีการ “ดัดแปลง-ปรับปรุงวัฒนธรรมของตนเองให้มีลักษณะเป็นพลวัตร(กระแสน้ำ) ที่ไหล-ลื่น-เลื่อนไปตามความแปรเปลี่ยนของโลก”

การสร้าง “ความเป็นเกาหลี” (koreaness)  ในแบบสมัยใหม่ คือ การ “ผสมผสานทางวัฒนธรรม” (mix culture) ระหว่างของเก่า ของใหม่, ระหว่างวัฒนธรรมโลกและท้องถิ่น (ผ่านภาษา อาหาร แฟชั่น ดนตรี และมุมมองต่อโลก)

การสร้างกลุ่มคนที่รักเสรี-อิสระ สมัยใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่นั้นมีค่านิยมเสรีนิยม (liberalism) ที่หลงใหลในเสรีภาพ สิทธิ และความเป็นปัจเจกชนนิยมของตนเอง ใม่ค่อยเข้ากลุ่มและหวงแหนความเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง กคนกลุมนี้ต้องการสื่อและสัญญะบางอย่างที่ฉายภาพของความอิสระ (ไม่ผูกมัด แต่โหยหาความเป็นนิรันด์และมั่นคงในระดับหนึ่ง) เป็นชนชั้นกลาง ที่ยึดถือประชาธิปไตยเสรีนิยม

“ภาพตัวแทน/วัตถุทางเพศ” วงดนตรี เลกิร์ลกรุ๊ป บอยแบนด์เกาหลี ปฏิเสธไม่ได้ว่าศิลปินเกาหลีมีรูปและความหมายสัญลักษณ์ทางเพศกันเกือบทุกวง ปรากฏผ่านความน่ารัก สดใส คิดบวก เย้ายวนสิเน่หาทางเพศ (วงวันเดอร์เกิร์ล ตอนที่ไปแสดงช์ที่ประเทศอเมริกาครั้งแรกผ่านรายการทีวี ต้องเปลี่ยนชุดการแสดงให้มีความเซ็กซี่มากขึ้นเพื่ออกอากาศในแง่มุมความหมายของความเป็นวัตถุทางเพศที่มากขึ้น)

การแปลงทุกอย่างให้กลายเป็นสินค้า การทำให้ศิลปินเป็นรูปสัญญะว่างเปล่า ล่องลอย สวมความหมายและบทบาทที่ค่ายเพลงต้นสังกัดมอบหมายบทบาทให้ และการอนุญาต ยินยอมให้ผู้ชม ผู้รับสาร แฟนคลับ สามารถมีส่วนร่วมในการผลิตเนื้อหา หรือสร้างสรรค์เนื้อหาของเคป๊อปได้เองในมุมมองของแฟนคลับ ฯลฯ เหล่านี้คือผปัจจัยวนการสร้างกระแสเคป๊อปที่สำเร็จ

Time-7

[ภาพ ตัวอย่างศิลปินวงซิสตาร์ ที่เป็นส่วนผสมของการสร้างวัฒนธรรมเคป๊อป]

อ่านเรื่องต่อเนื่อง

คันฉ่องส่อง(ปรากฎการณ์)บุพเพสันนิวาส

https://marketeeronline.co/archives/16120


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer