ร้านสะดวกซื้อในไทยปีที่ผ่านมาเผชิญกับความท้าทายจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งสงครามการค้า ค่าเงิน ความกังวลต่อรายได้และกำลังซื้อ

รวมถึงแนวโน้มของการเข้าสู่สังคมดิจิทัล สังคมไร้เงินสด และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

ส่วนปีนี้ทุกภาคธุรกิจได้รับผลกระทบตั้งแต่ต้นปีจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

มองว่าร้านสะดวกซื้อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ไม่มากเท่ากับธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ

เพราะตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดมา รวมถึงการประกาศปิดสถานที่ต่างๆ ร้านสะดวกซื้อเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ไม่ได้ถูกปิดร้านชั่วคราว แต่มีการปรับเวลาการเปิด-ปิดร้านเท่านั้น

ยังคงมีรายได้จากการขายหน้าร้าน และการปรับรูปแบบเพิ่มบริการเดลิเวอรี่เพื่อเพิ่มรายได้ แม้ว่าจะไม่ได้ทำงานเต็มลูปแบบ 24 ชม. ก็ตาม

แล้วปีที่ผ่านมาไทยมีร้านสะดวกซื้อมากน้อยแค่ไหน

ปีที่ผ่านมาไทยมีร้านสะดวกซื้อ 18,240 สาขา เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1,035 สาขา

โดยส่วนใหญ่มาจากสาขาที่เพิ่มขึ้นของ ”เซเว่น” ในเครือซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่มีสาขาเพิ่มขึ้นถึง 724 สาขา

หากโฟกัสแค่ “เซเว่น” ปีที่ผ่านมาซีพีออลล์ ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ มีภาพรวมอย่างไร

ปี 2562 ซีพีออลล์มียอดขายสุทธิและรายได้ค่าบริการ 550,901 ล้านบาท มีรายได้รวม 571,110 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 22,343 ล้านบาท

 

3 ปีย้อนหลัง ซีพีออลล์ รายได้กำไร มีแต่เพิ่ม

                                              ปี 2560             ปี 2561             ปี 2562

ยอดขายสุทธิ

และรายได้ค่าบริการ         471,069           508,212           550,901

รายได้รวม                         489,403           527,174           571,110

กำไรสุทธิ                           19,908             20,930             22,343

 

หน่วย : ล้านบาท

 

ธุรกิจหลักที่ทำรายได้ให้กับซีพี ออลล์ คือ

กลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อในชื่อ “7-Eleven” ที่มีสาขากว่า 11,700 สาขาทั่วไทย มีสัดส่วนถึง 59%

รองลงมาคือธุรกิจค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตัวเอง 34%

และธุรกิจอื่นๆ ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ของซีพีแรม ตัวแทนรับชำระค่าสินค้าและบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส จำหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ค้าปลีกซีพี รีเทลลิงค์ และบริษัทย่อยอื่นๆ 7%

 

ธุรกิจในเครือรายได้เท่าไร

(ตามข้อมูลก่อนหักรายการระหว่างกัน)

 

7-Eleven 361,034  ล้านบาท  (59%)

Makro 210,629 ล้านบาท (34%)

ธุรกิจอื่นๆ* 45,403 ล้านบาท (7%)

 

 

โดยในกลุ่มร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น” ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด 64% รองลงมาคือโลตัสเอ็กซ์เพรส 9% ที่ตอนนี้โลตัสก็อยู่ในมือของของเจ้าสัวเรียบร้อยแล้ว

อ่าน : “20 ปี ยังไม่สาย” สำหรับเจ้าสัวซีพี กับการได้ “เทสโก้ โลตัส” หวนคืนสู่เครือซีพี

เป้าหมายของเซเว่นในปีนี้ยังครองความเป็นยักษ์ใหญ่ที่ต้องการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น มีแผนที่จะลงทุนขยายสาขาเพิ่มโฟกัสทำเลชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว ทำเลที่มีศักยภาพอื่นๆ เพื่อให้มีสาขาครบ 13,000 สาขาภายในปี 2564

 

สิ่งที่เห็นบริการเพิ่มเติมของเซเว่น ในช่วงโควิด-19

 

– ส่งเสริมบริการเดลิเวอรี่ผ่านแอปมากขึ้น

– ขายสินค้าแบบยกแพ็กมากขึ้น

 

ปี 2563 นี้ซีพีออลล์ตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่ม 700 สาขา โดยจะใช้งบลงทุนราว 11,500-12,000 ล้านบาท ทั้งการเปิดสาขาใหม่ ปรับปรุงร้านเดิม

และไม่ได้หวังเพียงใหญ่แต่ในประเทศ แต่ยังสยายปีกของเซเว่นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในวันนี้ซีพี ออลล์แจ้งความสำเร็จในการทำสัญญาแฟรนไชส์สำหรับดำเนินการร้าน 7-Eleven ในประเทศกัมพูชากับ 7-Eleven, Inc. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยมีสัญญาระยะเวลา 30 ปี มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวนทั้งสิ้น 5,000 เหรียญสหรัฐ

หลังจากที่เมื่อช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาซีพี ออลล์ได้เจรจาทำความตกลงเพื่อการเข้าทำสัญญาแฟรนไชส์หลักสำหรับลงทุนจัดตั้งและดำเนินการร้าน 7-Eleven ในประเทศลาวและกัมพูชา

ต่อจากนี้ไปคงต้องจับตาดูว่าหลังจากนี้การไปเปิดสาขาเซเว่นที่กัมพูชา และรอผลการเจรจาในลาวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับซีพี ออลล์ มากน้อยแค่ไหนต้องติดตาม

ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่า

เซเว่นขอใหญ่ต่อ ไม่รอแล้วนะ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer