Wang Ning เศรษฐีพันล้านที่รวยด้วยการขายของเล่นแบบ Mystery Box

ในวันคนโสดของชาวจีนผู้คนมักออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากมาย และหนึ่งในสินค้าที่ขายดีก็คือของเล่น

ที่หากพูดถึงของเล่นหลายคนก็อาจนึกถึง Lego ไม่ก็ Bandai

แต่สำหรับวันคนโสดในปี 2019 ที่ผ่านมา แบรนด์ของเล่นที่ขายดีที่สุดในแพลตฟอร์ม Tmall กลับเป็นแบรนด์สัญชาติจีนที่มีชื่อว่า Pop Mart กับสถิติการขายของเล่น 55,000 ชิ้นภายในเวลาเพียง 9 วินาที

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก มันคือภายในเวลาเพียง 9 วินาทีเท่านั้น!

คนไทยอาจไม่คุ้นชื่อนี้สักเท่าไร แต่สำหรับในจีน Pop Mart เป็นแบรนด์ขายของเล่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนส่งให้เจ้าของแบรนด์อย่าง Wang Ning กลายเป็นมหาเศรษฐีชาวจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถามว่า Pop Mart คืออะไร?

นี่คือแบรนด์ขายของเล่นที่เป็นฟิกเกอร์ของตัวการ์ตูนต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมทั้งจากเด็กและนักสะสม

โดย Pop Mart มักจะไปจับมือกับศิลปินหรือตัวการ์ตูนที่เป็นลิขสิทธิ์ชื่อดังให้มาออกแบบฟิกเกอร์ให้

และความพิเศษของ Pop Mart ก็คือการขายของเล่นแบบ Mystery Box ที่ลูกค้าต้องสุ่มเอาว่าฟิกเกอร์ข้างในกล่องที่ซื้อไปจะเป็นลายอะไร

โดยตอนนี้ Pop Mart มีสาขาอยู่ 114 แห่งทั่วโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมา Pop Mart สามารถทำรายได้ได้ประมาณ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 1.8 พันล้านบาท !

แล้วจุดเริ่มต้นของ Pop Mart มาจากไหน?

คงต้องเล่าย้อนกลับไปในปี 2009 หลังเรียนจบ Wang Ningก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำของบริษัทที่เกี่ยวกับสื่อดิจิทัลในจีนแห่งหนึ่ง

เมื่อทำได้อยู่ประมาณ 1 ปี Wang Ningค้นพบตัวเองว่าเขาอยากจะเป็นเจ้าของกิจการมากกว่าพนักงานประจำ

Wang Ningจึงตัดสินใจเดินทางไปยังฮ่องกง และนั่นก็ทำให้เขาได้พบกับร้านค้าปลีกอย่าง LOG-ON ที่ขายของจิปาถะ ทั้งเครื่องเขียน ของเล่น และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย

ในเวลาต่อมา Wang Ningจึงเปิดร้านขายของที่มีชื่อว่า Pop Mart ซึ่งในตอนเริ่มต้นก็มี Business Model ที่ไม่แตกต่างจาก LOG-ON มากเท่าไร

แต่ด้วยความที่มีสินค้ามากจึงทำให้ Wang Ningต้องเจอกับปัญหาที่มากตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคลังสินค้า พนักงาน หรือการให้คำแนะนำกับลูกค้าก็ตาม

Wang Ningจึงเลือกที่จะตัดสินค้าอื่น ๆ ออกไป และโฟกัสแค่การขาย Figure เพียงอย่างเดียวเพื่อลดความยุ่งยากในการจัดการ

จากนั้น Wang Ningก็ได้ชักชวนศิลปินชื่อดังมาช่วยออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัว Figure จนกลายเป็นร้านแบบ Exclusive Toy พร้อมสร้างจุดเด่นด้วยการขายแบบ Mystery Box ที่ไม่สามารถเลือกลายได้ คนซื้อต้องไปลุ้นกันเอาเองว่าเปิดมาแล้วจะได้ลายไหน

และก็ดูเหมือนว่าลูกค้าหลาย ๆ คนจะชอบกิมมิกความเป็น Mystery Box ที่ได้ลุ้นนี้ด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมขายแค่ Figure ถึงมีรายได้พันกว่าล้านบาท

ในประเด็นนี้คงต้องขอหยิบยกความคิดเห็นของ Lisa Yuan หนึ่งในผู้สนับสนุนการลงทุนของ Pop Mart ที่ได้บอกเอาไว้ว่ามันน่าจะมาจากวิสัยทัศน์ของ Pop Mart ที่ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ร้านขาย Figure แต่คือการเป็นผู้นำในด้านความบันเทิงและวัฒนธรรมป็อปผ่านของเล่น

ซึ่งในวัย 33 ปี Wang Ningก็กำลังเตรียมที่จะพา Pop Mart เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงในอนาคตอีกด้วยเช่นกัน

credit: forbes.com/weixin

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer