Eco-Actives กลุ่มผู้บริโภครักษ์โลกที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม (วิเคราะห์)

Kantar บริษัทวิจัยชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก ร่วมกับ GfK และ Europanel ออกรายงาน Who Cares, Who Does 2020 ผลการสำรวจจาก 80,000 คน ครอบคลุมผู้บริโภคจาก 19 ประเทศ ในยุโรป ลาตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา และเอเชีย โดยพบว่า การลงทุนในนวัตกรรมที่ยั่งยืนจะช่วยให้แบรนด์ชนะใจกลุ่มผู้บริโภค Eco-Active ที่กำลังเติบโตขึ้น ด้วยเงิน 1 ใน 5 ดอลลาร์ที่ใช้ไปกับสินค้า FMCG มาจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นประโยชน์ต่อทั้งธุรกิจและโลกใบนี้

ในขณะที่การระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม Kantar พบว่า:

  • ขยะพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับ 2 ของโลก
  • Eco-Actives กลุ่มซึ่งลดขยะพลาสติกมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 20% จากผู้บริโภคทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2019
  • ผู้ซื้อ 1 ใน 5 ราย นับตั้งแต่การแพร่ระบาดเริ่มขึ้น พวกเขามีนิสัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย 16% มุ่งเน้นไปที่การริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อม1

ข้อมูลจาก Kantar ยังคงชี้ให้เห็นว่านวัตกรรมเพื่อการลดพลาสติกยังคงเป็นโอกาสที่สำคัญ จะสังเกตเห็นว่าผู้บริโภคใส่ใจกับบรรจุภัณฑ์จากสินค้าที่พวกเขาซื้อรายสัปดาห์เป็นอย่างมาก พวกเขาพิจารณาว่าจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเองได้อย่างไร สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการด้านทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับปัญหาขยะพลาสติก

แทนที่จะเป็นผู้มีอิทธิพลต่อแบรนด์หรือสื่อที่สนับสนุนแนวคิดความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 38% ของผู้บริโภครู้สึกว่าผู้ที่มีความคิดเห็นที่สำคัญสำหรับพวกเขากำลังผลักดันให้พวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง โดย 50% ของผู้บริโภคกล่าวว่า “ลูก” ส่งผลให้พวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ตามด้วยเพื่อน 43% และคู่ชีวิต 41%

ยังคงมีช่องว่างระหว่าง “ความคำนึง” กับ “การลงมือทำ” ในการสนับสนุนสิ่งแวดล้อม 87.5% กล่าวว่าการซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ลดลงมีความสำคัญสำหรับพวกเขา2 แต่มีเพียง 20% เท่านั้นที่เป็นกลุ่ม Eco-Actives จากการลดขยะบรรจุภัณฑ์ในทุก ๆ วัน

EcoActivesชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติหรือมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้น การที่แบรนด์จะชนะตลาดมูลค่า 382 พันล้านดอลลาร์ได้ จะต้องดึงดูดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเหล่านี้ 37% มองว่าผู้ผลิตเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาทางสิ่งแวดล้อม (ร้านค้าปลีกถือว่ามีความสำคัญน้อยที่สุดที่ 4.2%) แต่มีเพียง 22% ของผู้บริโภคที่สามารถระบุผู้ผลิตที่ทำผลงานได้ดีในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สรุปคือ เราในฐานะแบรนด์ไม่ว่าจะระดับโลกหรือในประเทศไทยเอง ความจำเป็นในการพิจารณาสิ่งที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้เห็นบนชั้นวางสินค้า และบรรจุภัณฑ์นั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้คือสิ่งสำคัญ ทั้งต่อธุรกิจของเราเอง ลูกหลาน และสิ่งแวดล้อมของโลกเพื่อความยั่งยืน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer