ขายของออนไลน์ อย่างไรให้รวย ? กรณีศึกษา SiamLatex และ Taweechai Electric สองแบรนด์ไทยที่ไปไกลในตลาดอีคอมเมิร์ช

ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมายังส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคปรับตัวไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างคุ้นชินกับการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านออนไลน์กันมากขึ้น

มีผลสำรวจระบุ 79% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีการซื้อของออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน และ 69% ยังเลือกติดต่อกับแบรนด์หรือร้านค้าผ่านการส่งข้อความมากกว่าการคุยกับพนักงานหน้าร้าน รวมถึง 65% พึงพอใจกับที่การแบรนด์หรือร้านค้ายินดีที่จะให้บริการผ่านทางข้อความ* อีกด้วย

นาทีนี้การขายสินค้าออนไลน์จึงไม่ใช่แค่ตัวเลือกที่ควรทำ แต่คือสิ่งที่ต้องเริ่มทำ! พร้อมๆ กับเร่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงและเป็นที่รู้จักบนช่องทางออนไลน์ให้ได้

ในบทความนี้จึงหยิบเอา 2 แบรนด์ไทยที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์อย่าง SiamLatex’ แบรนด์หมอนยางพาราคุณภาพ และ ร้านขายเครื่องปรับอากาศกว่า 20 แบรนด์ดัง ‘Taweechai Electric’ จาก Lazada Millionaires Club มาร่วมบอกเล่าเรื่องราว ที่ช่วยกรุยทางสู่ความสำเร็จในเส้นทางสายอีคอมเมิร์ซได้ติดตามกัน

SiamLatex : วาริส หริณโรจน์โสภณ CEO และผู้ก่อตั้ง SiamLatex เล่าถึงเส้นทางความสำเร็จกว่าจะมาเป็น SiamLatex ที่มียอดขายในระยะเวลา 3 ปีบนแพลตฟอร์มลาซาด้ากว่าหลายแสนใบ เฉลี่ยมากกว่า 100 ออเดอร์ต่อวัน และเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่า ยอดขายทะลุเป้าในทุกแคมเปญ จนกลายเป็นแบรนด์หมอนยางพาราขายดีบนแพลตฟอร์มลาซาด้าอยู่เสมอ

ก่อนหน้าที่จะสร้างแบนด์ SiamLatex เราเป็นเพียงโรงงานเล็กๆ รับผลิตหมอนยางพารา OEM แต่เมื่อวันหนึ่งได้รู้จักกับแพลตฟอร์มลาซาด้าเลยสนใจ อยากที่จะลองเข้าไปขยายช่องทาง เพราะการขายบนออนไลน์เพื่อจำหน่ายสินค้าได้เองโดยตรง

ในช่วงแรกที่เริ่มเข้าไปก็มีการลองผิดลองถูก เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคบนออนไลน์นั้นนิยมหมอนลักษณะใด โดยดูจากฟีดแบ็กและเรตติ้งของลูกค้า รวมถึงยอดขายของแต่ละสินค้าเพื่อปรับปรุงและแก้ไขให้สินค้าตรงใจและตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด เมื่อเกิดความมั่นใจในสินค้าแล้วจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ SiamLatex

และแบรนด์เรามีเป้าหมายหลัก คือการยกระดับคุณภาพการนอนที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า ด้วยหมอนยางพาราคุณภาพหลักพัน แต่ให้คนไทยด้วยกันเอง ทุกคนสามารถมีหมอนดีๆ ใช้ ในราคาไม่ถึง 500 บาท”

ด้านจุดขายที่ทำให้ติดตลาด คือ “ต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรก โดยตั้งใจผลิตเพื่อตอบโจทย์การนอนของคนไทยโดยเฉพาะ รวมถึงการตั้งราคาขายที่คนไทยสามารถเปิดใจลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวได้

ส่วนเทคนิคในการทำร้านออนไลน์ คือการสแตนด์บายตอบข้อความให้คำปรึกษาลูกค้าตลอด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจและไว้วางใจ รวมถึงยังใช้เครื่องมือที่มีบนแพลตฟอร์มอย่าง LazLive ซึ่งมียอดเข้าชมเฉลี่ยถึง 20,000 วิวต่อไลฟ์

ในช่วงไลฟ์สดความตั้งใจก็เพื่อสร้างตัวตนให้ลูกค้ารู้จักและได้ใกล้ชิดกับเรามากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ช่วยสร้างยอดขายให้กับเราได้อย่างมหาศาลในภายหลัง เหมือนการเปิดบ้าน SiamLatex พูดคุยกับคนดูที่เป็นเสมือนแขกคนสำคัญของบ้าน พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง สนุกสนาน มีกิจกรรมแจกของรางวัลจากทางร้าน รวมถึงแจกคูปองส่วนลดต่างๆ ที่ลาซาด้าคอยซัปพอร์ตให้อยู่เสมอด้วย”

ข้อแนะนำสำหรับคนอยากเปิดร้าน หรือขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ “ถ้าหากใครอยากจะเริ่มต้นขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อาจจะลองทำเป็นงานอดิเรกดูก่อน ลองหาช่องทางที่มีศักยภาพและน่าเชื่อถือ ยิ่งถ้าหากเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ มีเครื่องมือและฟีเจอร์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ยิ่งไม่ต้องคิดเยอะ ลงมือทำได้เลย ค่อย ๆ ทำ ลองผิดลองถูก อย่ากลัวความล้มเหลว เพราะถ้าหากเราได้พบวิธีที่เวิร์กแล้ว จะเป็นเสมือนไฟที่จุดประกายพลังในตัวเราให้กระตือรือร้นและอยากสร้างช่องทางหารายได้ให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง”

Taweechai Electric: วรชัย พงศ์พิสุทธิ์วณิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ทวีชัยการไฟฟ้า ทายาทร้านจำหน่ายเครื่องปรับอากาศเจ้าเก่าแก่มากว่า 30 ปี ที่ต้องการขยายตลาดสู่ช่องทางบนออนไลน์ จึงเริ่มต้นนำสินค้าขึ้นขายบนแพลตฟอร์มลาซาด้า โดยได้ปรับชื่อร้านบนแพลตฟอร์มให้ดูเข้าถึงง่ายและสมัยใหม่ยิ่งขึ้น เป็น Taweechai Electric’

“ในช่วงแรกพยายามลงสินค้าให้หลากหลายเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงไม่กี่วันหลังลงมือทำก็มียอดขายแล้ว ถึงแม้ว่า Taweechai Electric จะเป็นร้านขายแอร์ออนไลน์ แต่มีจุดเด่นด้านการบริการที่เทียบเท่าห้างสรรพสินค้า ทั้งเรื่องราคาที่ถูกกว่า การควบคุมคุณภาพการติดตั้ง การบริการที่รวดเร็ว และการสนทนากับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งก่อนซื้อต้องให้ข้อมูลสินค้าอย่างครบถ้วน ระหว่างการสั่งซื้อจะแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าจะส่งสินค้าเมื่อไร และส่งหมายเลขแทร็คกิ้งให้ รวมถึงการบริการหลังการขายที่พร้อมเซอร์วิสด้วยทีมช่างของ Taweechai Electric คอยดูแล”

วรชัยยังมองว่าลาซาด้าทำให้ Taweechai Electric มีตัวตน รวมถึงฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยเรตติ้งและรีวิวจากลูกค้า

“และอย่างในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาที่ทุกคนอยู่บ้าน ร้านกลับมียอดขายเพิ่มขึ้น เติบโตขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยการเข้าร่วมแคมเปญมหกรรมช้อป 9.9 ทุกคนสั่งซื้อสินค้าได้แบบออนไลน์ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วง 9.9 ของปีที่แล้วถึง 3 เท่า โดยมีจำนวนออเดอร์กว่า 200 ตัว หรือกว่า 2 ล้านบาท ภายในวันเดียว

โดยลาซาด้ายังมี Partner Solutions ช่วยลงโฆษณาทั้งบนแพลตฟอร์มลาซาด้า และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายได้ถึง 7 เท่าจากเงินที่ลงโฆษณา อย่างช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แอร์จะขายดีเป็นปกติ ควบกับการขายบนลาซาด้าที่ลูกค้าสามารถซื้อและรับสินค้าได้ง่าย ๆ ทำยอดขายได้กว่า 3 ล้านบาท

ข้อแนะนำสำหรับคนอยากเปิดร้าน หรือ ขายของออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ “ต้องบอกเลยว่าการสร้างยอดขายหลักล้านไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เพียงแต่เราต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับตัว ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ในตัวเอง ทดลองไปเรื่อย ๆ สินค้าบางอย่างขายแบบออฟไลน์ไม่เวิร์ก แต่พอนำมาขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดขายอาจจะถล่มทลายก็เป็นได้ และที่สำคัญต้องพยายามหาสินค้าที่โดดเด่นของร้านมาใช้ในการโปรโมตดึงดูดลูกค้า เพื่อให้เกิดความแตกต่างและมีการเปรียบเทียบที่น้อยลง”

จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 แบรนด์มีจุดร่วมที่แข็งแกร่งเหมือนกัน นั่นก็คือ การลองทำ และพร้อมที่จะปรับตัวทันที ไม่หยุดมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนไปกับเทรนด์ของโลกธุรกิจในวันนี้ พร้อมๆ กับสร้างตัวตน สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และที่สำคัญ คือการรู้จักใช้เครื่องมือต่างๆ ในการเข้าหาผู้บริโภคได้มากขึ้น รวมถึงเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสามารถซัปพอร์ตให้ธุรกิจเดินหน้าต่อบนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิผล

รับชมเคล็ดลับความสำเร็จจาก 2 แบรนด์ไทย ได้ที่ https://s.lazada.co.th/s.XcgEv

(* อ้างอิงจาก https://info.sopranodesign.com/the-power-of-mobile-communications)

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer