ระริน อุทกะพันธุ์ คุยกับผู้บริหาร อมรินทร์ พริ้นติ้ง ในวันที่ต้องเปลี่ยนความกลัวเป็นความสนุก

“คุณแพร” ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) บอกกับ Marketeer ว่า 

“ถ้าตัดความกลัวได้ทำให้เรากล้าที่จะเรียนรู้กับสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็จะสนุกไปกับมัน”

ปี 2559 อมรินทร์เป็นหนี้สูงถึง 628 ล้านบาท ถ้าใจเธอไม่สู้คงอดเห็นเม็ดเงินกำไร 172 ล้านบาทในปี 2561 และ 167 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

อมรินทร์เข้าสู่ธุรกิจทีวีดิจิทัลเมื่อปี 2557 ด้วยความหวังที่ว่าการเป็นเจ้าของช่องทีวีจะสร้างรายได้เข้ามาช่วยทางด้านสิ่งพิมพ์ที่กำลังเจอปัญหาหนักจากการถูกดิสรัปได้ 

สงครามทีวีดิจิทัล โหดกว่าที่คิด  ในปี 2557-2559 ธุรกิจทีวีขาดทุนอย่างต่อเนื่อง บริษัทขาดเงินทุนหมุนเวียนอย่างหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดจากการบริหารจัดการที่สามารถแก้ไขได้ 

แต่วันนี้วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นหนักกว่ามาก ใหญ่กว่ามาก เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และไม่รู้จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนจึงจะเหมือนเดิม

“โชคยังดีคือวิกฤตเกิดขึ้นในวันที่การเงินเราแข็งแรงมากแล้ว ผ่านจุดขาดทุนหนัก ๆ มาแล้ว อาจจะต้องระวังมากขึ้น รายได้หายกำไรลดลงไม่เป็นไร เรายังรักษาแคชได้  ในภาพใหญ่เราคงไม่จำเป็นต้องลดขนาดองค์กร ลดคนอีกแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือคนต่างหากพร้อมที่จะ Reskill-Upskill ตัวเองหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็อาจจะต้องให้ออก  แต่ไม่ใช่ลีนองค์กรโดยเอาคนออกมาก ๆ อย่างบริษัทอื่นที่เป็นข่าว”

การขยายธุรกิจสิ่งพิมพ์ไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยง เป็น “ออมนิ มีเดีย” (Omni Media) เกิดจากความเปลี่ยนแปลงที่มาแรงในรอบนี้ที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เธอต้องเรียนรู้ และสนุกกับมันให้ได้  

ธุรกิจโรงพิมพ์เคยสร้างรายได้หลักหล่อเลี้ยงองค์กร วันนี้เมื่องานพิมพ์น้อยลงก็ต้องพลิกเกมขยายไลน์การผลิตเป็นแพ็กเกจจิ้ง รองรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซที่กำลังบูม โดยปีหน้าจะบุกเต็มที่ด้วยการลงทุนซื้อเครื่องจักรตัวใหม่ เครื่องพิมพ์ใหม่   

ไม่ใช่รับงานผลิตที่เน้นในเรื่องพรีเมียมแพ็กเกจจิ้งที่ใช้ความสวยงามของการดีไซน์เป็นจุดขายเพียงอย่างเดียว แต่ช่วยวางแผนให้ลูกค้าครบวงจรตั้งแต่มีสินค้าแบบนี้ กล่องควรเป็นแบบไหน เล่าเรื่องให้กับแบรนด์ได้อย่างไร ไปจนถึงการวางแผนประชาสัมพันธ์สินค้าด้วย

ตอนนี้ลูกค้าในมือที่มีอยู่แล้ว เช่น กล่องถุงมือยางแบรนด์ดัง กล่องเครื่องสำอางและแบรนด์ทางด้านอาหาร เป็นต้น

หนังสือเล่มยังโตสวนกระแส

ใครว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยลง ระรินยืนยันว่า

“หนังสือเล่มเป็นอะไรที่น่าแปลกใจเพราะยังมีตัวเลขการเติบโต ไม่ได้สูงเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่เคยติดลบ”

ปี 2562 อมรินทร์พิมพ์อยู่ที่ 350 ปก ปีนี้อยู่ที่ประมาณ 400 ปก ปีหน้าคาดว่าจะมีประมาณ 500 ปกแน่นอน ตลาดยังมีอยู่เพียงแต่ต้องเพิ่มวาไรตี้ให้มากขึ้น  

ข้อดีที่ออนไลน์โต ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่สามารถรู้พฤติกรรมของลูกค้าว่า ชอบหนังสือแบบไหน เรื่องราวอะไรอยู่ในความสนใจ สามารถโฟกัสกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น 

“เมื่อก่อนหนังสือถ้าพิมพ์ไม่ถึง 3 พันเล่มอาจจะขาดทุน เพราะเราต้องใช้เงินในการวางขายไปทั่วประเทศ แต่วันนี้พิมพ์แค่ 1-2 พันเล่ม ถ้าขายได้หมดก็ทำกำไรได้แล้ว  โดยสามารถสื่อถึงลูกค้าที่สนใจได้ ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งไม่มีต้นทุน”

ปีนี้หนังสือ 4 หมวดที่โตคือ 1. นิยาย (ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) 2. ฮาวทู  ที่คาดว่าต้องโตต่อเนื่องเพราะโลกเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ทำให้คนต้องการเรียนรู้ทักษะ และไอเดียใหม่ ๆ ในการทำงานตลอดเวลา 3. หนังสือเด็ก และ 4. หนังสือประเภทบ้านและสวนโตขึ้นประมาณ 20% จากเทรนด์เวิร์กฟอร์มโฮมในช่วงโควิด 

แมกกาซีนเหลือ 7 หัว ปีหน้าไม่ลดลงแน่นอน

อมรินทร์ไม่ต่างจากค่ายอื่นที่ต้องปิดแมกกาซีนลงไปหลายเล่ม แต่ที่ต่างจากค่ายอื่นก็คือ วันนี้ยังเป็นค่ายที่ผลิตแมกกาซีนมากที่สุดในเมืองไทยถึง 7 หัวคือ แพรว แพรวเวดดิ้ง สุดสัปดาห์ บ้านและสวน ชีวจิต เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก และรูม

“ทั้ง 7 หัว มีกลุ่มคนที่ต้องการอ่านอยู่ ไม่โต แต่เลี้ยงตัวเองได้ การมีออนไลน์มาช่วยเสริมทำให้ยังมีรายได้จากโฆษณาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าปีหน้าทุกเล่มจะยังคงอยู่ครบถ้วน”

เรตติ้ง อมรินทร์ทีวี มาไกลจากจุดเริ่มมาก   

ต้องยอมรับว่าช่องอมรินทร์ทีวีมาไกลมากจากเรตติ้งเกือบรั้งท้ายในปี 2557 ขยับขึ้นมาต่อเนื่อง จนช่วงครึ่งปีแรก 2563 เรตติ้งของอมรินทร์ค่อนข้างมั่นคงในอันดับที่ 7 ในปลายเดือนตุลาคมยังเบียดไทยรัฐทีวีขึ้นเป็นอันดับ 6 จากความแรงของรายการข่าว  

ปี 2562 ที่ผ่านมายังสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี 75 ล้านบาท และยอดรายได้ทะลุหลักพันล้านเป็นครั้งแรก

คนอ่านแมกกาซีนวาไรตี้ ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของอมรินทร์ คือฐานคนดูของทีวีที่แข็งแรง  

ออนกราวด์ งานแฟร์ เจอหนัก

ถึงแม้ งาน “บ้านและสวน” งานแฟร์ใหญ่ของปียังสามารถจัดได้ตามกำหนด เพียงแต่จำนวนบูธที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปีนั้น ปีนี้กลับลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบกับโควิด เลยต้องปิดตัวหรือพักกิจการไป ส่วนแผนที่จะจัดอีเวนต์ในต่างจังหวัด ก็ต้องหยุดไปเช่นกัน

วันนี้รายได้ขององค์กรเลยมาจากทีวีเป็นหลัก รองลงมาคืองานแฟร์ สิ่งพิมพ์ และออนไลน์

ถึงแม้ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตัวเลขกลับมาขาดทุนอีกครั้งจำนวน 85 ล้านบาท

แต่เธอมั่นใจว่าไตรมาส 3 นี้อมรินทร์จะกลับมากำไรอีกครั้ง  

สุดท้ายเธอบอกว่าทุกครั้งที่เจอปัญหาวิธีคิดในการแก้ไขก็คือ 

“หาปัญหาให้เจอว่าคืออะไร ถ้าเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดของตัวเรา ต้องยอมรับ แล้วหาทางแก้ โดยจัดลำดับความสำคัญ และแก้ไปทีละเรื่อง ที่สำคัญอย่าลืมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน สื่อสารให้เยอะขึ้น บ่อยขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจไปในทางเดียวกัน

“สติค่ะ สติ” เธอย้ำ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนภายในเชื่อว่า “ใจ” ของเธอยังคงแข็งแรงพอที่จะเป็นหลักให้กับพนักงานอีก 2,000 ชีวิตได้แน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer