หมึกปริ้นเตอร์แท้ ตลาดที่แบรนด์ปริ้นเตอร์ต้องไม่แพ้ กรณีศึกษา Canon จับมือ Brother

โค้งสุดท้ายของปี 2563 แคนนอนและบราเดอร์จับมือร่วมกันโปรโมตการใช้หมึกแท้ ผ่านแคมเปญ คนใช้หมึกแท้เท่านั้นที่รู้ หรือ Only the Genuine Will Know เพื่อสร้างการรับรู้ข้อเสียของการใช้หมึกไม่แท้ ทั้งคุณภาพการพิมพ์ เครื่องมีปัญหาในการใช้งาน และหมดการรับประกัน

การร่วมมือระหว่างสองแบรนด์ผ่านแคมเปญ “คนใช้หมึกแท้เท่านั้นที่รู้” เป็นการร่วมมือระยะสั้นในระยะเวลาแคมเปญถึงสิ้นปี 2563

 

การที่แคนนอนจับมือกับบราเดอร์ นอกจากสร้างการตระหนักรู้ในการใช้หมึกไม่แท้ และเป็นสีสันให้กับตลาดพรินเตอร์สิ้นปี 2563

Marketeer ยังมองว่าความร่วมมือนี้ในมุมธุรกิจมีอะไรมากกว่านั้น

1. ตลาดหมึกเติบโตจาก Work from Home

แม้ตลาดพรินเตอร์รวมครึ่งปีแรก 2563 จะไม่สดใส จากข้อมูลของ GKF พบว่ามีมูลค่า 1,451 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดพรินเตอร์ออลอินวัน 1,126 ล้านบาท ติดลบ 8% ตลาดซิงเกิลฟังก์ชัน 325 ล้านบาท ติดลบ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันที่ผ่านมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ SME ปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก และตลาดองค์กรชะลอการซื้อเครื่องพรินเตอร์ใหม่ออกไปก่อน

แต่ถ้ามองลึก ๆ ไปแล้วตลาดนี้ก็มีโอกาสเติบโตจากหมึกพรินเตอร์ จากการ Work from Home และการเรียนออนไลน์ที่บ้านในช่วงโควิด-19 และทำให้ตลาดหมึกทั้งปีเติบโต 10% (อ้างอิงจากบราเดอร์)

ซึ่งที่ผ่านมา ตลาดพรินเตอร์จะมีรายได้หลักสำคัญจาก 2 กลุ่ม ได้แก่

ยอดจำหน่ายพรินเตอร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงระหว่างคู่แข่งแบรนด์พรินเตอร์ด้วยกัน ข้อมูลจากแคนนอนและบราเดอร์พบว่า ตลาดนี้มีสัดส่วนรายได้ 50% ของรายได้ในพอร์ตพรินเตอร์ทั้งหมด

ส่วนอีก 50% มาจากรายได้ในการขาย หมึกปริ้นเตอร์แท้ และอุปกรณ์ Spare Part ซึ่งรายได้ส่วนนี้เกือบทั้งหมดจะเป็นรายได้จากหมึกพิมพ์

ตลาดหมึกพิมพ์จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันระหว่างแบรนด์พรินเตอร์กับผู้ผลิตหมึกไม่แท้ ที่มีทั้งหมึกปลอม ที่เลียนแบบหมึกแท้ 100% ทั้งบรรจุภัณฑ์และตลับหมึก และหมึกเทียบเท่าในแบรนด์ต่าง ๆ ที่มีเกรดของหมึกหลากหลายเกรดตามคุณภาพของหมึกที่จำหน่าย

ที่ผ่านมาตลาดหมึกปลอมและหมึกเทียบเคียงจะมีจุดขายในราคาที่ถูกกว่าหมึกแท้เฉลี่ย 50-400 บาท ตามประเภทของหมึกพิมพ์

บราเดอร์ให้ข้อมูลว่า หมึกอิงคเจ็ทจะมีส่วนต่างด้านราคาระหว่างหมึกแท้และหมึกไม่แท้เฉลี่ยที่ 50-100 บาท

ส่วนหมึกเลเซอร์จะมีส่วนต่างที่ 300-400 บาท

โดยตลาดหมึกเลเซอร์พรินเตอร์จะมีสัดส่วนหมึกแท้ 70% ส่วนพรินเตอร์อิงค์เจ็ท แท้ 60% จากเดิมที่ตลาดนี้ผู้บริโภคนิยมเลือกซื้อหมึกไม่แท้เพราะราคาหมึกแท้แบบตลับในรูปแบบเดิมมีราคาแพง เพราะแบรนด์พรินเตอร์ใช้กลวิธีขายพรินเตอร์ราคาถูก เพื่อสร้างรายได้จากหมึกที่มีราคาแพง 

นอกจากนี้ ข้อมูลจากบราเดอร์พบว่าส่วนใหญ่การซื้อหมึกไม่แท้ของผู้บริโภคจะมาจากเหตุผลคือ

– ตลาดหมึกไม่แท้จะมาจากช่องทางออนไลน์เป็นหลัก

– ผู้บริโภคบางกลุ่มที่เซนซิทีฟด้านราคาจะซื้อหมึกไม่แท้เพราะราคาถูกกว่า

ซึ่งเหตุผลทั้งคู่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากการให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้บริโภค

เพราะถ้าผู้บริโภคเข้าใจเหตุผลการใช้หมึกแท้มากขึ้น โอกาสในการสร้างรายได้จากหมึกก็มีมากขึ้นตามมา และหมึกเป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดไปเมื่อผู้บริโภครับรู้การใช้หมึกแท้ก็จะมาซื้อหมึกแท้อย่างต่อเนื่องจนหมดอายุการใช้งานของพรินเตอร์ หรือเปลี่ยนพรินเตอร์เครื่องใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้มากขึ้น

2. สร้าง Awareness ให้กับแบรนด์ บนการแข่งขันที่รุนแรงของตลาด

ที่เรากล่าวไปข้างต้นว่า หมึกอิงค์เจ็ทมีส่วนต่างระหว่างหมึกแท้และไม่แท้ต่างกันไม่มากนัก เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอิงค์เจ็ทพรินเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงจากการรุกตลาดของพรินเตอร์อิงค์เจ็ทในรูปแบบแท็งก์ที่ทำให้ราคาต้นทุนเฉลี่ยต่อแผ่นถูกลงกว่าหมึกอิงค์เจ็ทแบบตลับที่เคยใช้งานในอดีต โดยตลาดนี้เอปสันเป็นแบรนด์ที่เข้ามาเปิดตลาดเป็นเวลาหลายปี และมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งในตลาดอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ในรูปแบบแท็งก์แท้ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 43% ในปี 2562

ส่วนหมึกเลเซอร์ยังมีช่องห่างราคาระหว่างหมึกแท้และไม่แท้อยู่พอสมควร จากการไม่มีเทคโนโลยีมาช่วยทำให้หมึกมีราคาถูกลงได้

แม้เอปสันจะมีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในตลาดอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ในรูปแบบหมึกแท็งก์แต่อย่าลืมว่า ในตลาดพรินเตอร์ที่เป็นเซกเมนต์ใหญ่ยังแบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นเจ้าตลาด

โดยในเซกเมนต์เลเซอร์พรินเตอร์ บราเดอร์ เป็นผู้นำตลาด

ข้อมูลจากบราเดอร์อ้างอิงมีนาคม 2563 พบว่าบราเดอร์เป็นผู้นำตลาด โมโนเลเซอร์พรินเตอร์ 38%, กลุ่มโมโนเลเซอร์มัลติฟังก์ชันพรินเตอร์ 56% และกลุ่มคัลเลอร์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันพรินเตอร์ 33%

และตลาดอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ แคนนอนเป็นผู้นำตลาด

เรามองว่าการเป็นผู้นำตลาดอิงค์เจ็ทและเลเซอร์ของทั้งสองแบรนด์มีความท้าทายคือ ตลาดเลเซอร์ถูกอิงค์เจ็ทในรูปแบบแท็งก์หมึกแท้เข้ามาตีตลาดด้วยจุดขายการพิมพ์ที่รวดเร็วขึ้นและมีต้นทุนต่อแผ่นถูก

ส่วนตลาดอิงค์เจ็ทแบบเดิม ๆ ถูกความท้าทายจากตลาดอิงค์เจ็ทในรูปแบบแท็งก์เข้ามากินตลาดเพิ่มขึ้น และแคนนอนยังไม่สามารถเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มนี้ได้

การจับมือร่วมกันโปรโมตแคมเปญรณรงค์การใช้หมึกแท้ คนใช้หมึกแท้เท่านั้นที่รู้ จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นำพลังของช่องทางการตลาดแบรนด์แคนนอนและบราเดอร์ เพื่อโปรโมตแบรนด์ร่วมกัน ทำให้ลูกค้าของแคนนอนรับรู้ถึงแบรนด์บราเดอร์ และลูกค้าแบรนด์บราเดอร์รับรู้ถึงแบรนด์แคนนอนไปในตัว

การสร้างการรับรู้ในรูปแบบนี้เป็นผลกับ Top of Mind ของผู้บริโภค จากการตอกย้ำแบรนด์ผ่านการตลาดของคู่แข่ง เมื่อลูกค้าจะซื้อพรินเตอร์ใหม่โอกาสในการตัดสินใจเลือกซื้อพรินเตอร์ก็อาจจะนึกถึงแคนนอนและบราเดอร์เป็นสองแบรนด์แรก

 

เพราะการตลาดยุคใหม่ การเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่รักในธุรกิจเพื่อผลักดันการเติบโตเป็นเรื่องที่สร้างการได้เปรียบทางการแข่งขัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer