แม้พวกเราหลายคนอาจจะยังมีความรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเวลาที่ต้องใช้ชีวิตในที่สาธารณะอยู่บ้าง แต่หน่วยงานภาครัฐในต่างประเทศทั่วโลกต่างยกให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกจุดหมายท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม การปิดพรมแดนระหว่างประเทศนั้นก็ยังถือว่ามีความจำเป็นอยู่

การจัดลำดับความสำคัญระหว่างความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข และการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเดินต่อไปอย่างราบรื่นได้ ถือเป็นความท้าทายที่ยากยิ่ง ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศเน้นหนักไปที่การพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะชาวจีนจำนวนกว่า 10 ล้านคนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในแต่ละปี คิดเป็นจำนวนมากกว่าสองเท่าของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยสูงเป็นอันดับสอง โดยตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพียงอย่างเดียวคิดเป็นอัตราส่วนสูงถึง 11% ของ GDP ของประเทศ

และแม้รัฐบาลจะมีการวางแผนที่จะค่อย ๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ แต่กว่าที่แผนดังกล่าวจะบรรลุผลอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่เพื่อรับสถานการณ์โลกที่ประชากรท้องถิ่นกลายมาเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุด

World Hotel Index ดัชนีชี้วัดอัตราการจองโรงแรมและแนวโน้มการกลับมาใช้บริการที่พักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เผยว่า ในช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว ยอดการจองโรงแรมในไทยทั้งหมดเป็นการจองโดยนักท่องเที่ยวชาวไทยเพียง 31% แต่ในเดือนกันยายนนี้คาดว่าประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จองเข้าพักกับโรงแรมในประเทศคิดเป็น 95% ของจำนวนแขกที่เข้าพักทั้งหมดเลยทีเดียว

เพื่อช่วยผู้ให้บริการที่พักสามารถผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้ นี่คือ 5 องค์ประกอบสำคัญในการปรับตัวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศ

 1. สื่อสารให้ครอบคลุมเพื่อสร้างความไว้วางใจ

Changing Traveller Report  โดย SiteMinder เผยว่าการประชาสัมพันธ์มาตรการส่งเสริมด้านสุขภาพและความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกจองที่พักของชาวไทยในขณะนี้ ดังนั้น การแจ้งมาตรการต่าง ๆ ที่ได้กำหนดและปรับใช้ในที่พักจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรเน้นย้ำมาตรการดังกล่าวในทุกขั้นตอนและทุกช่องทางที่มีโอกาส เพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง

การเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าถือเป็นการลดข้อจำกัดในการสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการที่พักและลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเรื่องที่มีความกังวลได้โดยตรง และแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

2. นำเสนอนโยบายที่ผ่อนปรน

ผลสำรวจโดย SiteMinder เมื่อเร็ว ๆ นี้เผยว่า คนไทยจำนวน 88% ได้รับผลกระทบด้านการเงินจากการระบาดของโควิด-19 ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถึงอย่างนั้นคนไทยยังคงต้องการที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวโดยจำนวนเกือบ 3 ใน 4 มีแผนที่จะท่องเที่ยวในประเทศภายในปีนี้

จากสถานการณ์ไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้น นโยบายยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองโดยไม่มีค่าปรับกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมาก โดยประชากรที่เราทำการสำรวจจำนวน 21%  เผยว่านี่กลายมาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกที่พัก

ผู้ให้บริการที่พักควรพิจารณาคงนโยบายการยกเลิกห้องพักและการคืนเงินไว้ก่อนในช่วงหลายเดือนข้างหน้านี้ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจที่จะจองห้องพักกับที่พักของคุณ นอกจากนี้ หากมีการยกเลิกการจองห้องอย่าลืมเพิ่มข้อความที่สนับสนุนให้กลับมาจองซ้ำในการสื่อสารที่ตอบกลับลูกค้าด้วย

3. ลูกค้าอยู่ที่ไหน เราอยู่ที่นั่น

วิธีการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวชาวไทยพบว่าจำนวน 36% วางแผนที่จะจองผ่านแพลตฟอร์มตัวกลางการจองที่พัก และ 49% วางแผนที่จะจองกับที่พักโดยตรง ดังนั้น ผู้ให้บริการที่พักควรเตรียมพร้อมในการรองรับการจองผ่านช่องทางการขายและการตลาดที่หลากหลายที่จะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ได้เลย

นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้ให้บริการที่พักควรคำนึงคือการให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงที่พักของเราตลอดทุกขั้นตอนของการจอง  อย่างเช่นลูกค้าจำนวนมากใช้แพลตฟอร์มตัวกลางการจองที่พักเพื่อหาข้อมูล แต่ทำการจองกับโรงแรมที่เลือกเข้าพักโดยตรง และยังมีผู้คนหันมาค้นหาและจองที่พักด้วยโทรศัพท์มือถือมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น การวางกลยุทธ์รองรับการจองผ่านโทรศัพท์มือถือก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน

ช่องทางการจองที่พักโดยตรงถือเป็นช่องทางที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย ดังนั้น ผู้ให้บริการที่พักต้องมั่นใจว่าเว็บไซต์ของโรงแรมและช่องทางโซเชียลมีเดียของตนสามารถรองรับการจองที่พักของลูกค้าได้โดยตรง ซึ่งหมายถึงการลงทุนในระบบจองห้องพักออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับเพจโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อลดความซับซ้อนในกระบวนการจองที่พักออนไลน์ และเป็นการสานสัมพันธ์กับลูกค้าของเราได้ตั้งแต่เริ่มต้น

4. เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าพักระยะสั้น แต่ไม่ลืมส่งเสริมการเข้าพักแบบระยะยาว

ทริปท่องเที่ยวในประเทศในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ 47% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยจะจองเป็นทริประยะสั้นกว่าเดิม และ 11% จะท่องเที่ยวในระยะสั้นกว่าเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการที่คนอยากออกไปเที่ยวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ก็ยังลังเลที่จะวางแผนเที่ยวแบบระยะยาว เพื่อจับตลาดนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวเที่ยวระยะสั้นลงนี้ ผู้ให้บริการที่พักควรพิจารณาผ่อนปรนนโยบายการเข้าพักขั้นต่ำที่อาจจะมีส่วนทำให้ลูกค้าไม่จองที่พักกับคุณ นอกจากนี้ อาจจะมีการแนะนำแพ็กเกจส่งเสริมการเข้าพักหลายวันมากขึ้น อาทิ แพ็กเกจเข้าพัก 2 คืนช่วงสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ชอบท่องเที่ยวกัน

5. เชื่อมต่ออย่างสร้างสรรค์

สุดท้ายนี้ อย่ากลัวที่จะคิดนอกกรอบในการเฟ้นหาวิธีเข้าถึงแขกของคุณ อาทิ คุณมีการโปรโมตโดยใช้อินฟลูเอนเซอร์หรือไม่ คุณแอคทีฟบนช่องทางโซเชียลมีเดียหรือเปล่า มีวิธีที่สามารถร่วมกับธุรกิจอื่น ๆ ในพื้นที่เดียวกันในการออกแบบแพ็กเกจเพื่อเพิ่มการพักจากระยะสั้นของแขกให้ยาวมากขึ้นหรือไม่

ลองศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าของคุณให้ลึกซึ้งมากขึ้น แล้วคุณอาจพบวิธีการเฉพาะตัวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศที่คุณอาจมองข้ามไป ยอดการจองโรงแรมทั่วประเทศในขณะนี้มีปริมาณสูงกว่า 40% ของยอดการจองที่พักของปี 2019 เพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจจะเป็นการยากที่จะกลับไปสูงเท่าปีก่อน ๆ ในขณะที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา แต่เราหวังว่า 5 คำแนะนำง่าย ๆ แต่เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการที่พักสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จะช่วยให้ผู้ให้บริการที่พักสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจเป็นการเข้ามาพักเป็นครั้งแรกก็เป็นได้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer