การตลาดบนทวิตเตอร์ และสิ่งที่แบรนด์ต้องทำในช่วงที่การช้อปปิ้งออนไลน์ยังปังไม่หยุด

ใกล้เทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งใหญ่ 11.11 เข้ามาทุกที

แล้วพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยในทวิตเตอร์เป็นอย่างไร

โปรโมชั่นของวันแห่งการช้อปปิ้งไม่ว่าจะเป็น 7/7, 8/8, 9/9, 10/10, 11/11 และ 12/12 กลายเป็นช่วงเวลาของการสร้างมูลค่ามหาศาลสำหรับวงการค้าปลีกในไทย

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมวันแห่งการช้อปปิ้ง แบรนด์ต้องแข่งขันทำโปรโมชั่น สร้าง Awareness ให้ผู้บริโภครับรู้ผ่านทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งทวิตเตอร์ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคนิยมพูดคุยเกี่ยวกับการช้อปปิ้งเช่นกัน

เพราะผู้ใช้งานทวิตเตอร์ในไทยมากกว่า 4 ใน 5 คน มีการซื้อของออนไลน์

อ้างอิงข้อมูลจาก Statista พบว่า ในปี 2562 มีการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 3.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในขณะที่ข้อมูลจาก MediaRadar บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและโฆษณา พบว่ามีการใช้จ่ายค่าโฆษณาเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นจากเดิม 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 9.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซ (eCommerce) และ เอ็มคอมเมิร์ซ (mCommerce) ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกันราว 3.98 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

อาร์วินเดอร์ กุจรัล กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวิตเตอร์ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาช้อปปิ้งออนไลน์

การดิสรัปที่สำคัญครั้งนี้ส่งผลไปถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนในการเลือกซื้อสินค้าทำให้อีคอมเมิร์ซในประเทศมีการเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันไปแล้ว

แบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีในการทำการตลาด โดยเฉพาะจะต้องมีความเข้าใจว่าทำไมผู้บริโภคจึงเลือกซื้อของทางออนไลน์และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อดังกล่าว

 

พบว่าแบรนด์ในประเทศไทยต่างหันมาใช้ทวิตเตอร์ในการคอนเน็กกับกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มผู้ใช้งานทวิตเตอร์ประเทศไทย

 

แล้วหากแบรนด์อยากลงเล่นตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ต้องดึงดูดชาวทวิตเตอร์อย่างไร ทวิตเตอร์เปิดเผยขั้นตอนทำ การตลาดบนทวิตเตอร์ ให้ประสบความสำเร็จมีด้วยกัน 5 ข้อคือ

เฟสที่ 1: เริ่มทวีต

ก่อนจะถึงวันที่มีการจัดโปรฯ สักหนึ่งอาทิตย์ ควรเริ่มต้นสร้างบทสนทนาขึ้นมาบนทวิตเตอร์ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์จะทวีตถึงโค้ดส่วนลดต่าง ๆ และจะได้เก็บโค้ดเหล่านั้นเอาไว้เพื่อช่วยให้พวกเขามีส่วนลดเพิ่มในวันที่มีการจัดโปรฯ

เริ่มต้นด้วยการปล่อยโค้ดพิเศษหรือบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่นของแบรนด์ สร้างเอ็นเกจกับอินฟลูเอนเซอร์บนทวิตเตอร์ เพื่อทวีตถึง “ของมันต้องมี” ซึ่งจะช่วยให้นักช้อปทั้งหลายเกิดความต้องการซื้อสินค้า

เฟสที่ 2: อุ่นเครื่อง
ในเฟสที่ 2 จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานบนทวิตเตอร์เริ่มปรึกษาพูดคุยกับเพื่อน ๆ ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังวางแผนที่จะซื้อ ทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ทวิตเตอร์ เพื่อสร้างอิทธิพลต่อนักช้อปและยังเป็นการช่วย “อุ่นเครื่อง” บทสนทนาก่อนที่จะถึงวันจริง

เฟสที่ 3: วันแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์

วันแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์คือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์สามารถสร้างอิทธิพลได้ ด้วยการรีวิวผลิตภัณฑ์และแสดงความเห็น โดยอินฟลูเอนเซอร์บนทวิตเตอร์สามารถสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของคนอื่น ๆ ได้

เฟสที่ 4: รีวิวแกะกล่องผลิตภัณฑ์

นักช้อปบนทวิตเตอร์มักชอบแบ่งปันข้อมูลในสิ่งที่พวกเขาได้ช้อปมาแล้ว โดยเฉพาะหลังจากวันที่มีการจัดโปรฯ ผ่านไปไม่กี่วัน พวกเขามักจะแชร์ภาพการเปิดกล่องไอเทมเด็ดที่พวกเขาได้ซื้อไป

และหากว่าแบรนด์ยังคงทำโปรโมชั่นอยู่อย่างต่อเนื่อง นี่แหละคือช่วงเวลาที่นักช้อปคนอื่น ๆ อาจจะมีการตัดสินใจซื้อเพิ่ม เนื่องจากได้เห็นคนอื่นได้ซื้อสินค้าไปแล้ว รวมถึงทวีตข้อความจากทั้งแบรนด์เองและจากอินฟลูเอนเซอร์

เฟสที่ 5: หลังจากวันจัดโปรฯ ผ่านพ้นไป

ในช่วงสุดท้ายยังคงสามารถสร้างเอ็นเกจได้ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3-4 วัน หลังจากมีผู้บริโภคได้ซื้อของไปแล้ว จะเริ่มมีการทวีตและมีฟีดแบ็กถึงผลิตภัณฑ์

ในขณะที่บางคนก็อาจจะชอบให้มีการเตือนว่าโปรโมชั่นใกล้จะหมดแล้ว หรือกลุ่มผู้บริโภคที่สนับสนุนแบรนด์อยู่ก็สามารถเป็นอีกตัวช่วยที่จะทำให้คนอื่นอยากจะซื้อของในช่วงวันท้าย ๆ ก่อนจะจบโปรได้เช่นกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer