วัลลภา ไตรโสรัส ทำความรู้จักผู้บริหารหญิงแกร่ง ผู้บริหารสินทรัพย์แสนล้าน

วัลลภา ไตรโสรัส (สิริวัฒนภักดี) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ต้อนรับทีมงาน Marketeer บนเรือ “สิริมหรรณพ” ที่จอดเทียบท่าประจำอยู่ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ อย่างเป็นกันเอง ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าเช่นเคย

เราเรียกเธอว่า “เจ้าแม่อสังหาริมทรัพย์ยุค 2020” เพราะเป็นผู้หญิงที่กำลังบริหารทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดของเมืองไทย

เฉพาะพอร์ต AWC ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าถึง 123,952 ล้านบาท ประกอบไปด้วยโรงแรมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและกำลังพัฒนาถึง 29 โรงแรม อาคารสำนักงาน 4 แห่ง พื้นที่ประมาณ 270,594 ตร.ม.  

ศูนย์การค้าอีกมากมาย เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, เกตเวย์ แอท บางซื่อ, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า เชียงใหม่, ลาซาล อเวนิว, ตะวันนา บางกะปิ, โอ.พี.เพลส แบงค็อก และเกตเวย์ เอกมัย

ยังไม่รวมโครงการและที่ดินอีกหลายแปลงของตระกูลสิริวัฒนภักดี ไม่ว่าจะเป็นโครงการเวิ้งนาครเขษม อี๊สต์ เอเชียติ๊ก อาคารเก่ากว่า 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งที่ดินแปลงใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ของเอเชียทีค และอื่น ๆ อีกมากมาย

วันนี้ วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นกำลังท้าทายความสามารถของเธอ  

วัลลภาเล่าย้อนชีวิตในวัยเด็กให้ Marketeer ฟังว่า

“เห็นภาพคุณพ่อคุณแม่ทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก บางครั้งเสาร์-อาทิตย์ก็มีประชุมที่บ้าน พวกเราก็จะวิ่งเล่นแถวโต๊ะประชุม การเดินทางไปเที่ยวหรือพักผ่อนก็คือการไปดูงานกับครอบครัว ไปดูโรงเบียร์ โรงเหล้า เรานะสนุก ตื่นเต้น ได้เห็นสายพานการผลิต แต่ไม่รู้ว่านั่นคือการที่พ่อแม่สอนให้เราได้เรียนรู้เรื่องงานตั้งแต่เล็ก”

ถึงแม้เจ้าสัวเจริญไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับสูง ๆ แต่สำหรับลูก ๆ ทั้ง 5 คน เขาได้ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาอย่างมาก

ทั้งอาทินันท์ วัลลภา ฐาปน ฐาปนี และปณต ล้วนจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ

สำหรับวัลลภา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์เกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์การวางผังเมือง มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ที่ดินจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

เธอบอกว่า ตอนตัดสินใจเลือกเรียนด้านสถาปัตยกรรม เพราะชอบทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ ไม่ได้คิดว่าจบแล้วจะมาช่วยงานด้านพัฒนาที่ดิน เพราะในตอนนั้นคุณพ่อเองก็คงยังไม่มีแผนเรื่องที่ดินชัดเจน  

หลังจากจบปริญญาโทได้ไปหาประสบการณ์ด้วยการเป็นนักวิเคราะห์การเงิน (Analyse, Corporate Finance) ที่บริษัท เมอร์ริล ลินช์ (เอเชียแปซิฟิก) จำกัด ฮ่องกง เป็นเวลา 2 ปี

“หลังจากนั้นคุณพ่อก็ชวนให้กลับมาเมืองไทย ให้มาดูเรื่องโฮลดิ้ง เมื่อก่อนก็รู้ว่าคุณพ่อมีที่ดิน แต่เพิ่งรู้ว่ามีจำนวนมากก็ตอนเข้ามาช่วยจัดการเรื่องทรัพย์สินและทำโครงสร้างการบริหารให้เป็นระบบขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน”

ปี 2544 เธอรับหน้าที่กรรมการบริหาร บริษัท ที.ซี.ซี. โฮลดิ้ง ก่อนขึ้นไปรับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ที.ซี.ซี. แลนด์ ดูแลจัดระบบทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด

ปี 2546 ก็ได้ร่วมทุนกับ Capital Land บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชีย จากประเทศสิงคโปร์จัดตั้งบริษัทร่วมทุนคือ TCC Capital Land และเปิดโครงการ แอทธินีเรสซิเด้นท์ ลักชัวรี่ไฮเอ็นด์ บนถนนวิทยุขึ้นเป็นโครงการแรก

การจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีชื่อเสียงในครั้งนั้นเป็นโอกาสสำคัญของเธอในการเรียนรู้กระบวนการทำงานในเรื่องต่าง ๆ แบบมืออาชีพ เป็นการเพิ่มประสบการณ์ครั้งสำคัญ

รุ่นพ่อเปิดฉากเทกโอเวอร์โรงแรม รุ่นลูกต่อยอดเป็นอาณาจักร AWC  

สินทรัพย์สำคัญอย่างหนึ่งของตระกูลนี้คือธุรกิจโรงแรม ที่เจริญได้เปิดฉากซื้อกิจการโรงแรมอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2537-2539 เริ่มจากซื้อบริษัทนิวอิมพีเรียลโฮเต็ล ของเจ้าสัวอากร ฮุนตระกูล ที่ได้โรงแรมติดมา 7 โรงแรม โรงแรมภูแก้วรีสอร์ต ของบุญชู โรจนเสถียร ซื้อโรงแรมโกลเด้นไทรแองเกิ้ล วิลเลจ ของไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์สานต์    

ธุรกิจโรงแรมในวันนั้นถูกต่อยอดจนกลายมาเป็นธุรกิจหลักของ AWC ในวันนี้  

ด้วยความมุ่งมั่นจากคนรุ่นลูกที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมโรงแรม และต้องการดึงลูกค้าและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาที่เมืองไทย   

ปัจจุบัน AWC มีโรงแรมทั้งหมด 17 โรงแรม 4,941 ห้อง และมีโรงแรมที่กำลังพัฒนาอีก 12 โรงแรม 3,565 ห้อง กระจายไปในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่ พัทยา และหัวหิน

มีเชนระดับโลกเข้ามาบริหาร เช่น แมริออท, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล, โอกุระ, เลอ เมอริเดียน, บันยันทรี, ฮิลตัน, ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน, เชอราตัน และมีเลีย

เป็นโรงแรมระดับกลางถึงไฮเอ็นด์ โดยมีลูกค้าต่างชาติเป็นเป้าหมายหลัก และเป็นแหล่งทำเงินของ AWC ในปีที่ผ่านมารายได้ 60% มาจากธุรกิจโรงแรม

วิกฤตโควิด-19 เลยกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดเข้าใส่ AWC อย่างจัง

9 เดือนแรก AWC ขาดทุนไปแล้ว 1,389 ล้านบาท จะฝ่าวิกฤตครั้งนี้อย่างไร

จากหุ้นที่ HOT ที่สุดในปี 2562 แต่วันนี้ราคายังต่ำกว่าราคาจอง ในขณะที่ตัวเลขขาดทุนสูงถึง 1,389 ล้านบาท

“อย่างแรกที่เราคิดตอนนั้นคือจะดูแลคนของเราอย่างไร เริ่มจากให้พนักงานทำงานที่บ้าน ทำประกันภัยเรื่องโควิดให้กับพนักงานทั้งกลุ่ม 6 พันกว่าคน พนักงานโรงแรมในกรุงเทพฯ ดูแลและจ่ายค่าตอบแทนเหมือนเดิม แต่ภายใต้เงื่อนไขว่าให้พนักงานอยู่บ้านอย่าเพิ่งเดินทางกลับต่างจังหวัด เพื่อลดความเสี่ยง”

วัลลภา ไตรโสรัส บอกว่า เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำงานร่วมกับทีมหนักที่สุด ซึ่งจริง ๆ แล้วเริ่มหนักตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ที่ต้องอัดกันเต็มที่ ต่อเนื่องมาจนถึงวิกฤตโควิด   

ทุกวันนี้ในช้อปปิ้งของ AWC ลูกค้ายังไม่กลับมา 

“ที่ดีขึ้นมาจนแทบเหมือนเดิมคือ พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วานค่ะ ที่อื่นก็ต้องปรับตัวและรอเวลาความพร้อมของลูกค้า อย่างที่เอเชียทีคนี่เรียกว่าต้องปรับฐานลูกค้ากันเลย รีโพสิชันนิ่งใหม่ ปรับคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ ให้เป็นที่พอใจของนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น มีจุดถ่ายรูป มีงานอาร์ตต่าง ๆ ทั่วทั้งโครงการแล้วก็เพิ่มในเรื่องร้านอาหาร”  

ในส่วนโรงแรมก็เช่นกัน ต้องกลับมาโฟกัสพลังของนักท่องเที่ยวในประเทศแทนด้วยการออกแคมเปญต่าง ๆ ชักชวนให้คนไทยออกมาท่องเที่ยวพักผ่อนในบรรยากาศของที่พักระดับลักชัวรี่ในโรงแรมทั้ง 17 แห่ง 

จากวิกฤตครั้งนี้ทำให้ได้วิธีคิดใหม่ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่แค่เพียงโรงแรม ออฟฟิศ  หรือช้อปปิ้งแล้ว วันนี้เราต้องคิดใหม่ว่าจะ integrated แล้วจะผนึกกำลังของแต่ละธุรกิจร่วมกันอย่างไร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแบบครบวงจรในยุค New Normal”

ไตรมาส 3/2563 AWC ยังขาดทุน 620 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ขาดทุนถึง 876 ล้านบาท แต่รวมแล้วยังมีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 1,389 ล้านบาท

ตอนแรกเข้าใจว่าไตรมาส 3 ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น ไตรมาส 4 จะค่อย ๆ กลับมา แต่วันนี้สิ่งที่เราประเมินไว้คือต้นปีหน้าสำหรับธุรกิจโรงแรมจะเริ่มเห็นทุกอย่างพิกอัปกลับมา แล้วจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี ส่วนธุรกิจรีเทลนี่ต้องรอให้ลูกค้าพร้อมกว่านี้”

วัลลภายอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้หนักมาก แต่ช่วงที่ตกต่ำที่สุดมันผ่านไปแล้ว แค่รอจังหวะว่าเมื่อไหร่ประเทศเราพร้อม ก็จะกลับมาอย่างเต็มที่ 

การกลับมาครั้งใหม่เชื่อว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเราจะแข็งแกร่งกว่าเดิม เพราะยังมีลูกค้ากลุ่มใหม่พวก Long Stay หรือกลุ่มลูกค้าทางด้าน Wellness เพื่อสุขภาพ ที่บ้านเรามีชื่อเสียงระดับโลก มาตอบโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวมากขึ้น

ยังเดินหน้าลงทุน และเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา AWC เปิดตัวโครงการใหม่ไปแล้ว 2 โครงการคือ “โรงแรม บันยันทรี กระบี่” ลักชัวรี่รีสอร์ต บนชายหาดทับแขก และเรือสิริมหรรณพ ที่บริการร้านอาหารภายใต้การบริหารของโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และเร็ว ๆ นี้ก็จะเปิดตัว พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ” โฉมใหม่ “AEC Trade Center Pantip Pratunam”

ในขณะเดียวกันก็กำลังศึกษาข้อมูลโรงแรมที่ขาดเงินหมุนเวียนอย่างหนักจากวิกฤตโควิด และเสนอขายเข้ามายัง AWC อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โรงแรมระดับ 3 ดาวขึ้นไปจนถึงระดับ 5 ดาว กว่า 100 โครงการจากทั่วประเทศ

นอกจากนั้น ปีหน้ายังเตรียมแผนที่จะซื้อโครงการอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้ AWC  

โครงการเวิ้งนาครเขษม และอี๊สต์เอเชียติ๊ก อาคารเก่าสวยสง่าอายุ 100 กว่าปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีก 2 โครงการที่ AWC มีแผนซื้อเข้ามาในพอร์ต

ในส่วนของเวิ้งฯ นั้น เตรียมเซ็นสัญญากับพาร์ตเนอร์โรงแรมที่เป็นลักชัวรี่โฮเต็ล ซึ่งจะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของโครงการนี้ และคาดว่าการก่อสร้างคงต้องใช้เวลาแต่จะเปิดในส่วนของไลฟ์สไตล์มอลล์ก่อน    

วัลลภายังให้ความสำคัญกับทีมบริหารความเสี่ยง และเรื่อง Science Data Analytics ซึ่งจะทำให้ AWC มีกลยุทธ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับความต้องการจริงของลูกค้า

เธอคาดว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ AWC เติบโตได้แบบก้าวกระโดด

บทบาทของผู้นำองค์กรแสนล้านและภาระ “คุณแม่” ของลูก ๆ ทั้ง 5 คน 

ในช่วงที่พลิกประวัติศาสตร์การพัฒนาที่ดินของตระกูลเมื่อประมาณปี 2546-2547 เธอได้ตั้งท้องลูกชายคนแรก ปรัณ “ตั้น” ซึ่งวันนี้อายุประมาณ 17 ปี ถัดไปคือลูกสาว ชญา “แตม” 15 ปี พริม “เตย” 14 ปี วรัท “ตรง” 12 ปี และลูกสาวคนเล็ก ณมน “ตอง” 9 ปี

Marketeer จำได้ว่าหลายครั้งในการเปิดตัว หรือเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ ๆ ผู้หญิงรูปร่างเล็ก ๆ บอบบางคนนี้ยังอุ้มท้องมาทำหน้าที่ด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง และมีรอยยิ้มบนสีหน้าตลอดเวลา

เธอเล่าว่าเวลาที่จะให้ลูก ๆ จริง ๆ คือตอนเช้าไปส่งโรงเรียน และช่วงเข้านอน ตอนสมัยพวกเขาเล็ก ๆ ก็จะหมุนเวียนกันไปคืนนี้นอนข้างใคร เพราะนอนด้วยกันทั้ง 5 คน และใช้เวลานั้นพูดคุยส่งต่อวิธีคิดในเรื่องต่าง ๆ ให้กัน

เราต้องอดทนจึงจะสำเร็จ ต้องเสียสละถึงจะพ้นภัย ถ้าเงียบและสุขุมจะเกิดปัญญา ความสุขจริง ๆ อยู่ที่จิตของเราให้ร่าเริงไว้แล้วสุขภาพจะดี ทั้งหมดคือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะพูดให้ฟังบ่อย ๆ และเราก็ได้เอามาสอนต่อกับลูก ๆ”

กีฬาโปรดคือการตีกอล์ฟที่เคยหนีลูก ๆ ไปออกรอบพร้อมสามี โสมพัฒน์ ไตรโสรัส ต้องยกเลิกชั่วคราว  

เพราะช่วงวันอาทิตย์จะหายไปเกินครึ่งวัน ต้องการให้เวลากับลูก ๆ ที่เริ่มโตแล้วมากกว่าค่ะ อยากให้เขารู้สึกว่ามีอะไรที่จะคุยก็เข้ามานั่งคุยได้ตลอด ไว้เด็ก ๆ โตขึ้นแล้วค่อยหาเวลาออกรอบกันใหม่”

เสาร์-อาทิตย์ก็จะพาเด็ก ๆ ไปสวัสดีอากง อาม่า ที่บ้านบนถนนสุรวงศ์ ตึกสูง 10 ชั้นที่เธอเคยเป็นผู้ออกแบบให้พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนของตระกูลนี้ได้อยู่ร่วมกัน

เธออยู่ที่นี่จนกระทั่งคลอดลูกคนที่ 5 ถึงย้ายออกมา เพราะลูก ๆ เรียนที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา แถวบางนา บ้านใหม่ที่ห่างจากโรงเรียนแค่ไม่กี่นาทีจะสะดวกกว่ามาก

เมื่อถามว่าช่วงวิกฤตหนัก ๆ เจ้าสัวและคุณหญิงวรรณาได้ให้วิธีคิดหรือให้กำลังใจลูกอย่างไร

“ที่จริงคุณพ่อคุณแม่จะห่วงเรื่องสุขภาพมากกว่าค่ะ จะคอยบอกให้พักผ่อนนอนให้พอ สุขภาพเป็นของเราเอง เงินทองเป็นของคนอื่น เป็นเรื่องที่ท่านเตือนตั้งแต่เด็ก ๆ จนเริ่มทำงาน ถึงวันนี้ก็ยังเตือนเรื่องนี้กันอยู่”  

สุดท้ายเธอยังบอกว่า

หลักคิดสำคัญของตัวเองก็คือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดในทุก ๆ เรื่อง แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง คือเรื่องงานเราก็ทำเต็มที่ เวลาอยู่กับลูกเราก็ให้เต็มที่ ก็เลยไม่ได้คิดกังวลอะไร ว่าจะต้องแบ่งช่วงเวลาอย่างไร ไม่ต้องคิดกังวลเพราะเราทำทุกเรื่องเต็มที่แล้ว”

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน