ถุงมือยางคืออุตสาหกรรมที่เคยไร้ตัวตน กำลังกลายเป็นโปรดักต์แชมเปียน ตัวใหม่ของไทย โดยมีมูลค่าในการส่งออกสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศมาเลเซีย ข่าวการเปิดโรงงานผลิตถุงมือยางใหม่ ๆ ในบ้านเราเลยมีให้เห็นบ่อยขึ้น

ในขณะที่ วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล นายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย ระบุว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงงานผลิตถุงมือยางที่เป็นสมาชิกอยู่ 19 ราย มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านชิ้นต่อปี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ 

ล่าสุด นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เตรียมอัดเงินลงทุนประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานผลิตถุงมือยาง 4 แห่ง ในย่านอีอีซี

ความสำเร็จของบมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ผู้ผลิตถุงมือยางอันดับ 1 ของไทย ที่ฝ่าวิกฤตโควิดเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 และสามารถทำนิวไฮ ของรายได้และกำไร ต่อเนื่องทุกไตรมาส จากราคาจองซื้อ IPO ที่ 34.00 บาท วันนี้ราคาปิดอยู่ที่ 71 บาท

งวด 9 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้รวม 17,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไร สูงถึง 5,880 ล้านบาท

ตลาดเป็นของผู้ขายที่ยังมีอำนาจในการตั้งราคา เป็นโมเมนตัมขาขึ้นจากดีมานด์ที่เข้ามาแบบทะลัก ชนิดกำลังผลิตไม่เพียงพอ ศรีตรังโกลฟส์ มียอด Backlog นานกว่า 31 เดือน 

แต่วันนี้ วัคซีนต้านโควิดก็เกิดขึ้น 

 

บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ และอุตสาหกรรมถุงมือยางโลกจะเจอการดิสรัปครั้งใหญ่ หรือไม่ คือคำถาม 

“ มั่นใจว่าเรายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ยิ่งในระยะสั้น 1-2 ปีนี้ คนจะเข้ารับการฉีดวัคซีนกันอย่างล้นหลามต่อเนื่องทั่วโลก จะสร้างโอกาสให้การใช้ถุงมือยางในวงการแพทย์เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้นก็ยังมีหลายเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจนี้ไปต่อได้”

คือคำตอบของ จริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ต่อผู้สื่อข่าว ในวันแถลงข่าว ครั้งที่ 2 หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ และหลังจากมีการฉีดวัคซีนต้านโควิด ให้กับประชาชนในประเทศอังกฤษเพียง 1 วัน

ส่วนเหตุผลอื่น ๆ ก็คือ

1.อุตสาหกรรมถุงมือยางเติบโตมาพร้อม ๆ กับเทรนด์รักสุขภาพและพัฒนาการทางการแพทย์ มานานหลายปี

2.การเข้าสู่ยุค Aging Society ทั่วโลก ทำให้คนเข้าถึงการแพทย์เยอะขึ้น

(2 ปัจจัยหลักนี้ คือตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้โตประมาณ 8-12% มาตั้งแต่ปี 2553 และยังทำหน้าที่นี้อย่างต่อเนื่องในอนาคต)

3.วิกฤตโควิด-19 ทำให้ตัวเลขความต้องการถุงมือยางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะแทนที่จะใช้เฉพาะวงการแพทย์ แต่ได้ขยายไปในอีกหลากหลายธุรกิจ เช่น สายการบิน โรงแรม ศูนย์การค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ฯลฯ

4.คนทั่วไปในยุค New Normal ที่จะใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยในชีวิตประจำวันมากขึ้น

สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางมาเลเซีย (MARGMA) ประมาณการใช้ถุงมือยางทั่วโลก ในปี 2563 อยู่ที่ 360,000 ล้านชิ้นต่อปี

ก่อนโควิด-19 อัตราการเติบโตอยู่ที่ 12% ต่อปี  ปี 2563 เพิ่มขึ้น 20%  ปี 2564 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ของปี 2563

จากเหตุผลทั้งหมด ทำให้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตตามแผนงานที่วางไว้

โดยในปีหน้าจะมีโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จอีก 4 แห่ง จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 35,900 ล้านชิ้นต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่กว่า 32,600 ล้านชิ้นต่อปี

ภายใน 6 ปี ตั้งเป้าของกำลังการผลิตไว้ที่ 1 แสนล้านชิ้น ด้วยงบลงทุนรวม 48,000 ล้านบาท

ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปี

ทั้งหมดคือ ยุทธศาสตร์ที่ถูกวางไว้ และประกาศออกมาในวันที่วัคซีนต้านไวรัส เกิดขึ้นแล้ว

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer