นาทีนี้คงไม่ยากที่จะจินตนาการภาพของ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ทั้งรถปลั๊กอินไฮบริด และ EV CAR วิ่งทั่วทั้งเมือง

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รอบนี้ไม่ใช่เพียงแค่อุตสาหกรรมยานยนต์ หรือแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลายต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ยังรวมอีกหลายธุรกิจที่อยู่รอบตัวเราล้วนเกี่ยวข้องส่งผลกระทบให้ต้องปรับตัวเช่นกัน

บทความนี้อยากชวนทุกคนมาคิดภาพตามถึงธุรกิจที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา
“หากรถยนต์ไฟฟ้าเต็มเมือง ธุรกิจไหนบ้างต้องปรับตัว
?”

จากคาดการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอยู่ที่ราว 17-26% ต่อปี และอีกไม่เกิน 20 ปี มีโอกาสที่รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งทั่วท้องถนนในทั่วโลกกว่า 150-550 คัน คิดเป็นสัดส่วนเมื่อเทียบกับรถยนต์ปกติถึง 31-55% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด*

20 ปีอาจฟังดูไกลแต่ถึงอย่างไรโลกของยานยนต์ก้าวไปถึงจุดนั้นได้แน่ ๆ แต่จะเร็วหรือช้าต้องพึ่งโครงการพื้นฐานและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นแรงขับเคลื่อนด้วยอีกทาง

ธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิง-ปั๊มน้ำมัน
ยักษ์ใหญ่ฆ่าไม่ตาย… แต่ก็ต้องปรับตัว

พอชวนคิดถึงวันที่รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตการเดินทางมากขึ้น ธุรกิจแรกที่คิดออก คือธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิง รวมถึงที่จับต้องได้ใกล้ตัวขึ้นหน่อยอย่างปั๊มน้ำมัน

แม้เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของวงการธุรกิจเชื้อเพลิงก็จริง แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลขนาดนั้นเพราะ รถยนต์ไฟฟ้ามาแรงแต่ไม่ได้มาเร็วจนปรับตัวไม่ทัน

ต่อจากนี้จะได้เห็นการขยับปรับเปลี่ยนปรับตัวไปทีละขั้นพร้อมกับต่อยอดเทคโนโลยีไปพร้อมกัน เช่น เลือกลงทุนหรือสร้างธุรกิจทั้งที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาด ไฟฟ้า พลังงานทางเลือกมากขึ้น อาจมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองไปจนถึงลงทุนกับการปรับปรุงสถานี เพิ่มอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

Marketeer ยังมองจุดแข็งอีกอย่างที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ฆ่าไม่ตาย คือแต้มต่อเรื่องจำนวนปั๊มสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศรวมถึงอยู่ในโลเคชั่นที่เอื้อต่อการใช้บริการของคนที่ใช้รถใช้ถนนอยู่แล้ว และการปรับปั๊มสู่จุดชาร์จก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเชื่อว่าน่าจะอยู่ในแผนที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ก่อนจะเปิดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว

ธุรกิจแบตเตอรี่คือส่วนประกอบและกลไกสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์

หนึ่งในคีย์สำคัญที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเกิด อยู่ที่ส่วนประกอบสำคัญของรถอย่างแบตเตอรี่

“งานวิจัยจากธนาคาร UBS สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้าราคาของรถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถทำราคาให้ถูกลงเทียบเท่ากับรถยนต์ใช้น้ำมันได้ โดยเป็นผลมาจากต้นทุนของการผลิตแบตเตอรี่ที่ถูกลง”

รวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้แบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้นานขึ้น เก็บและจ่ายพลังงานได้คงที่ ชาร์จเร็วอายุการใช้งานยาวนาน น้ำหนักเบา เป็นคุณสมบัติของแบตเตอรี่ประเภท Lithium-ion ที่เหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ในรถปลั๊กอินไฮบริด และ EV CAR ในปัจจุบัน

ธุรกิจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยก็ต้องปรับตัว

ที่อยู่อาศัยของคนมีรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บ้านเดี่ยวอาจง่ายกว่าเพียงมีสถานที่อาจจะเป็นโรงรถอยู่ในที่ร่ม ปลอดภัย สำหรับจอดรถยนต์ชาร์จไฟเมื่อกลับมาถึงบ้าน รวมถึงเทคโนโลยีโซลาร์รูฟหลังคาบ้าน อาคารจอดรถ เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน

ที่อยู่อาศัยแนวสูงอย่างคอนโดรวมถึงอาคารสำนักงาน ห้างร้านต่าง ๆ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ดีเวลล็อปเปอร์ต้องคิดหาโซลูชั่นในการปรับตัวเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

“จุดชาร์จไฟอาจกลายเป็น Facility ที่น่าสนใจใหม่ในการพรีเซนต์โครงการที่อยู่อาศัยในอนาคต ลิฟต์จอดรถในอาคารอาจกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทั้งประหยัดพื้นที่รวมถึงปลั๊กอินจุดต่อพ่วงไฟฟ้าต่าง ๆ เพื่อชาร์จรถยนต์ได้สะดวกกว่าลานจอดรถที่เราคุ้นชิน”

รอโครงการพื้นฐานพร้อม รอเทคโนโลยีที่ทำให้ราคาเข้าถึงได้…
แล้วถ้าอยากเริ่มเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ตอนนี้ อะไรคือตัวเลือกที่เหมาะที่สุด?

ปัจจุบันตัวเลือกอย่างรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ดูเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีตัวเลือกที่น่าสนใจ จับต้องได้และใช้งานได้จริงในตอนนี้

รถปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถที่ถูกพัฒนาจากรถไฮบริดแบบเดิม มีแบตเตอรี่เก็บไฟที่มากขึ้น ชาร์จไฟได้เหมือนกับ EV รวมถึงมีมอเตอร์ที่มาพร้อมกำลังขับที่สูงขึ้นจนผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวในการขับขี่ได้ แต่ยังคงมีเครื่องยนต์ใช้น้ำมันเพื่อรองรับการเดินทางที่ไกลขึ้น ออกต่างจังหวัดหรือทริปไกล ๆ ก็หมดกังวลเรื่องจุดชาร์จไฟที่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในปัจจุบันได้ ด้วยการปรับมาใช้น้ำมันควบคู่การปั่นกำลังไฟชาร์จให้แบตเตอรี่ระหว่างขับขี่

Mitsubishi Outlander SUV ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่คิดมาเพื่อให้เป็นได้มากกว่ารถยนต์

ค่าย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถยนต์ใหม่ พร้อมจำหน่าย ในชื่อรุ่น Mitsubishi Outlander PHEV ซึ่งเป็นรถ SUV ปลั๊กอินไฮบริด รุ่นแรกของโลก และเป็นรถ PHEV ที่ขายดีที่สุดในโลก เริ่มสร้างตำนานบทใหม่บนเส้นทางของยานยนต์ไฟฟ้าแต่ยังคงไม่ทิ้ง DNA ของรถ SUV ในระดับตำนานที่ถ่ายทอดมาจาก Mitsubishi Pajero และ Mitsubishi Lancer Evolution เจ้าแห่งสนาม “เวิลด์แรลลี่แชมเปียนชิพ” รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายจริงแล้วอย่าง Mitsubishi i-MiEV จนกลายมาเป็นรถ SUV แบบปลั๊กอินไฮบริด PHEV ขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุดของมิตซูบิชิในปัจจุบัน

เทคโนโลยีที่ใช้ได้จริง

พอขึ้นชื่อว่า SUV ความคาดหวังและความต้องการของคนที่จะซื้อรถประเภทนี้คืออเนกประสงค์ในการใช้งาน จันทร์ถึงศุกร์ขับไปทำงานได้ทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ยังต้องพาที่บ้านออกไปตั้งแคมป์เล่นน้ำตก เดินเล่นริมหาด พักผ่อนออกต่างจังหวัด

“ดังนั้น รถ Outlander PHEV จะไม่ใช่รถ SUV แบบคุณหนูที่วิ่งไปต้องมองหาที่ชาร์จไฟ วิ่งไปก็กลัวแบตเตอรี่หมดขับต่อไม่ได้ เพราะระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จะช่วยให้ผู้ขับลืมความกังวลเรื่องเหล่านี้ไปได้”

โดยรายละเอียดคร่าว ๆ ของ Mitsubishi Outlander ที่ได้ออกมาอวดโฉมแล้วครั้งนี้ เป็นรถยนต์ SUV ที่น่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากตลาดในบ้านเราไม่น้อย

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ดีที่สุดจาก ‘มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน’ มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ อัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน ด้วย “พลังงานสองรูปแบบ” ที่ได้จากการชาร์จกระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง

อีกจุดที่น่าสนใจของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ คือ สามารถผลิตและจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ หรือเทียบกับการใช้เครื่องดูดฝุ่นในบ้าน เพียงแค่เสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ ก็สามารถทำหน้าที่จ่ายไฟได้ สิ่งนี้ถือเป็นอีกไฮไลท์สำคัญสำหรับมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คันนี้

และระบบชาร์จไฟภายในที่พักอาศัยที่มิตซูบิชิพัฒนาขึ้น ชื่อว่าระบบ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ เป็น Vehicle-to-Home หรือ V2H ซึ่งผสานการทำงานร่วมกันของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เครื่องอัดและจ่ายประจุไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำรองกระแสไฟฟ้าในที่พักอาศัย

โดย เดนโด ไดร์ฟ เฮาส์ จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากที่พักอาศัยได้เอง เพื่อนำไปใช้ในการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่ยานพาหนะ และในทางกลับกันยังสามารถดึงกระแสไฟฟ้าออกจากยานพาหนะเพื่อนำกลับมาใช้ในที่พักอาศัยได้อีกด้วย แสดงให้เห็นถึงอีโคซิสเต็มที่พึ่งพากันระหว่างเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ที่พักอาศัย และรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในอนาคต

(อ้างอิง* ข้อมูลคาดการณ์จาก SCB EIC รายงานเรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า…เปลี่ยนความท้าทายในธุรกิจน้ำมันให้กลายเป็นโอกาส, สิงหาคม 2019 / ** งานวิจัยธนาคารยูบีเอสชี้ รถยนต์ไฟฟ้าจะราคาเท่ารถใช้น้ำมันในอีก 4 ปีข้างหน้า, ตุลาคม 2020)

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer