สมาคมสปาไทย (Thai Spa Association) จัดงานแถลงข่าว TSPA NEXT 2026 ยุทธศาสตร์ 5 ปี โดยในงานได้มีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ ‘พลิกเกมธุรกิจ Spa & Wellness ฝ่าวิกฤตโลก’

ดำเนินรายการโดย คุณสุนัย วชิรวรการ นายกสมาคมสปาไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำหลากภาคส่วน ดังนี้ คุณสถิตย์ แถลงสัตย์ จากธนาคารยูโอบี ประเทศไทย, คุณเอิบลาภ ศรีภิรมย์ จาก Executive Director of the Tourism Products Department Tourism Authority of Thailand, ดร. ภัทราพร เขียวสนั่น จาก Asia Pacific Spa & Wellness Coalition, คุณเปรมจิต โพธิวราพรรณ จาก MSPA, Minor Hotels, พญ. วรรณวิภู สรรพสิทธิ์วงศ์ จาก Vitallife Scientific Wellness Center

Trends Wellness Economy

ปี 2026 ท่ามกลางกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ขยายตัวสู่คนทุกเจนเนอเรชัน ตลาดเวลเนสไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้สูงวัยอีกต่อไป แต่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z (อายุประมาณ 14-29 ปี) จนตลาดกลายเป็นขุมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท การปรับตัวของกลุ่มธุรกิจสปา-นวด ที่มีสัดส่วนมูลค่าตลาดราว 70,000 ล้านบาท จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอบริการแบบเดิม แต่ต้องพลิกกลยุทธ์เพื่อดึงดูดเม็ดเงินในกลุ่มที่คุ้มค่าที่สุด

พลิกเกมรุกมัดใจ ‘Primary Wellness Traveler’

เป้าหมายสำคัญของธุรกิจเวลเนสยุคใหม่ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยว จากกลุ่มที่แวะใช้บริการสปาเป็นเพียงกิจกรรมเสริม (Secondary Wellness Traveler) ให้กลายเป็นกลุ่มที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อรับบริการเวลเนสโดยตรง (Primary Wellness Traveler)

เม็ดเงินและกำลังซื้อไม่ได้หายไปไหน แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Primary มีอัตราการใช้จ่ายสูงถึงราว 61,380 บาทต่อทริป เมื่อเทียบกับกลุ่ม Secondary ที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 28,050 บาทต่อทริป

แม้สัดส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่ม Primary ในไทยจะลดลงจาก 18.32% ในปี 2019 เหลือเพียง 6.37% ในปี 2023 แต่นี่คือโอกาสสำคัญที่องค์กรและผู้ประกอบการต้องเร่งช่วงชิงกลับมา

จาก Functional สู่ Emotional Value ยกระดับสู่ Experience Economy

การทำโปรโมชันลดแลกแจกแถมอาจดึงดูดลูกค้าได้ชั่วคราว แต่การสร้างมูลค่าที่แท้จริงคือการก้าวข้ามการบริการแบบ Functional Value หรือการนวดเพื่อผ่อนคลายร่างกาย ไปสู่การสร้าง Emotional Value ที่มอบคุณค่าทางอารมณ์

แบรนด์ต้องนำสินทรัพย์ของชาติ ทั้งธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรม มาออกแบบให้เป็นประสบการณ์การเยียวยา

การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น กระบวนการซักและอบผ้าปูเตียงนานถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือการเสิร์ฟชาสูตรพิเศษ เพื่อสร้างความแตกต่าง คือหัวใจสำคัญสู่ Premium Economy

Authentic Intelligence

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างรวดเร็ว โลกของธุรกิจบริการไทยไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี แต่เลือกที่จะให้ความหมายและผสานมันเข้ากับจุดแข็งที่มนุษย์ชาติอื่นลอกเลียนแบบได้ยาก

นิยามใหม่ของ AI ไม่ใช่แค่ระบบ แต่คือ ‘Authentic Intelligence’

เมื่อทุกคนสามารถเข้าถึง AI ได้เหมือนกันหมด ประเทศไทยจึงสร้างความแตกต่างด้วยการให้นิยาม AI สำหรับอุตสาหกรรมบริการใหม่ว่า ‘Authentic Intelligence’ หรือ ปัญญาในการดูแลบริการด้วยความจริงใจ

สิ่งนี้คือ Soft Power และ DNA แม้เครื่องมืออย่าง AI จะช่วยให้การเรียนรู้และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่า แต่จิตวิญญาณแห่งการบริการและการดูแลเอาใจใส่ ยังคงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และไม้ตายสำคัญที่อัลกอริทึมเข้ามาแย่งไปไม่ได้

ผสาน Data และนวัตกรรม ยกระดับภูมิปัญญาไทย

ทิศทางการใช้เทคโนโลยี คือการนำ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสริมความแม่นยำ โดยการรู้ข้อมูลสถิติจาก AI เป็นเพียงฐาน เพื่อให้สถานประกอบการสามารถนำข้อมูลนั้นมาออกแบบบริการให้ตรงจุด และเหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างเฉพาะเจาะจง ถือเป็นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาไทย เพื่อส่งมอบคุณค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภค

ความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ

โลกของการทำงานถูกบีบให้สร้างผลงานที่สูงขึ้น ปัญหาหลักของธุรกิจสปาไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนคนเก่งในด้านการบริการ แต่คือคุณภาพด้านการบริหารจัดการที่ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด

อุดรอยรั่ว ‘Management Gap’ เลิกเป็นแค่คนเก่งเฉพาะทาง

ผู้จัดการสปาส่วนใหญ่มักเติบโตมาจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือพนักงานนวด ซึ่งมีความเก่งกาจและเชี่ยวชาญในทักษะเฉพาะทาง แต่ยังขาดทักษะการบริหารจัดการธุรกิจแบบองค์รวม ทำให้เกิดรอยรั่วที่เรียกว่า ‘Management Gap’

การยึดติดกับหลักสูตรอบรม 100 ชั่วโมงแบบเดิมที่เรียนเพียงครั้งเดียว ไม่เพียงพอต่อความก้าวหน้าและการแข่งขันในโลกอนาคตอีกต่อไป

องค์กรต้องยกระดับคนทำงาน เลิกมองบุคลากรเป็นแค่สายปฏิบัติการ แต่ต้องติดอาวุธให้พวกเขาก้าวขึ้นเป็นนักบริหารจัดการตัวจริง

ทักษะการเงิน อาวุธลับที่ AI ทำแทนไม่ได้

ผู้จัดการสปายุคใหม่ คือฮีโร่ของธุรกิจและเป็น ‘เดอะแบก’ ที่ต้องบริหารพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ สิ่งที่ผู้จัดการสปาต้องมีคือ ‘ความรู้ทางการเงิน’

บุคลากรต้องวิเคราะห์ต้นทุนเป็น คาดการณ์สัดส่วนการดึงดูดลูกค้าได้ และประเมินประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานได้อย่างแม่นยำ

การบริหารจัดการพื้นที่และเวลาที่ชาญฉลาด สามารถพลิกให้สปาสร้างรายได้สูงกว่าค่าห้องพักโรงแรมต่อวันเสียอีก รวมไปถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดการขาย ซึ่งเป็นการตัดสินใจของมนุษย์ที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้องค์กร

บริการดีมีคนรัก บริหารดีทำให้แข่งขันได้

ผู้บริหารระดับสูงต้องไม่หยุดอยู่แค่การพอใจในความสำเร็จเดิม หรือการเป็นแค่ศูนย์กลางส่งออกแรงงานฝีมือ แต่ต้องสร้างและส่งออก ‘ระบบการบริหารจัดการ’ ที่แข็งแกร่ง

ความจริงที่ว่า ‘การบริการที่ดี’ จะทำให้ประเทศไทยมีคนรัก แต่ ‘การจัดการที่ดี’ จะทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้ คือบทสรุปที่จะชี้ขาดความสำเร็จในโลกธุรกิจยุคใหม่

Trust and Ecosystem

การก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจและการอยู่รอดในระยะยาว ไม่สามารถพึ่งพากลยุทธ์แบบโดดเดี่ยวได้อีกต่อไป องค์กรต้องรู้จักสร้างความไว้วางใจ และเปิดเกมบุกผ่านการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือ

สร้าง ‘Trust’ ด้วยมาตรฐานระดับสากล

สิ่งที่ผู้บริโภคระดับพรีเมียมให้ความสำคัญและมองหามากที่สุดในยุคปัจจุบันไม่ใช่ราคาที่ถูกลง แต่คือ ‘ความไว้วางใจ’ ที่สามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

ธุรกิจต้องเร่งบูรณาการและผลักดันให้เกิดมาตรฐานการรับรองสปาระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการันตีคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก

เลิกรอคอยชะตากรรม กำหนดทางรอดด้วยความร่วมมือ

เพื่อผลักดันเป้าหมายให้ถึงจุดหมาย สมาคมสปาไทยจึงเดินหน้าจับมือกับ 7 องค์กรพันธมิตรระดับประเทศ เพื่อวางรากฐานอีโคซิสเต็มให้แข็งแกร่ง

ตั้งแต่การทำงานร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในการยกระดับและประเมินมาตรฐานอาชีพ ไปจนถึงการจับมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่างธนาคารยูโอบี เพื่อรับการสนับสนุนด้านนวัตกรรม การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการเปิดตลาดต่างประเทศ

เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน คือเส้นทางเดียวที่จะช่วยยกระดับสปาไทยให้ก้าวขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียและของโลกได้อย่างแท้จริง