สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่โจมตีมาตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบทุกภาค หนึ่งในธุรกิจที่โดนกระทบอย่างหนักหนีไม่พ้นธุรกิจโรงหนัง และภาพยนตร์

ที่ต้องปิดโรงหนังชั่วคราวตามมาตรการของการล็อกดาวน์ของแต่ละประเทศ ภาพยนตร์ที่เคยวางแพลนไว้ว่าจะถ่ายทำ และเข้าฉายก็มีอันต้องเลื่อนออกไป

แม้จะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต่าง ๆ ปรับตัวเปิดโมเดลใหม่ ๆ หารายได้ อย่างเช่นการดูหนังแบบไดรฟ์ทรู

แต่การระบาดระลอกใหม่ในหลาย ๆ ประเทศก็ทำให้ธุรกิจโรงหนังและภาพยนตร์ต้องเจ็บหนักอีกครั้ง

ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ย่อมส่งผลให้การขายตั๋ว box office ลดน้อยลงไปด้วย

ซึ่งไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่า ภาพรวมปีที่ผ่านมา Box Office ทั่วโลกมีรายได้ลดลงถึง 70% มีรายได้อยู่ที่ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว ๆ 3.74 แสนล้านบาท

ที่น่าสนใจคือเมื่อเจาะลงไปในแต่ละภูมิภาคพบว่า “ตลาดเอเชีย” กลับเป็นตลาดที่เติบโตสวนทางกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เพราะสัดส่วนยอดขายตั๋วภาพยนตร์จากเอเชียถึงมี 51.5% ขณะที่ในปี 2019 สัดส่วนจากตลาดเอเชียอยู่ที่ 41%

ขณะเดียวกันรายได้จาก Box Office ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจากที่มีสัดส่วน 30.6% ในปีก่อนหน้า กลับลดลงมาอยู่ที่ 18.3% เท่านั้น

 

สัดส่วนรายได้ของ Box Office

เอเชีย 51.5%

สหรัฐและแคนาดา 18.3%

ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 25.4%

ลาตินอเมริกา 5%

 

เหตุผลที่ทำให้ตลาดเอเชียเติบโต และฟื้นกลับมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เร็วนั้น  Paul Dergarabedian นักวิเคราะห์สื่ออาวุโสของ Comscore มองว่ามาจาก 2 ปัจจัย

ข้อแรกคือ การควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีของกลุ่มประเทศเอเชีย มาตรการที่เข้มงวดต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ส่วนอีกข้อคือ ฝั่งเอเชียมีภาพยนตร์ใหม่ ๆ เข้าใหม่ที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ขณะที่ในฝั่งอเมริกาแม้จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ แต่หนังที่ฉายก็ไม่ใช่หนังใหม่ มีแต่หนังเก่า ๆ อย่างเช่น Star Wars และ Jaws

อย่างในญี่ปุ่นเอง นับเป็นการสร้างสถิติใหม่ของ Box Office เมื่อมังงะแอนิเมชั่นอย่าง “ Demon Slayer” หรือ ดาบพิฆาตอสูร กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1  มีรายได้ขายตั๋วถึง 322 ล้านดอลลาร์ ทำลายสถิติของ“ Spirited Away” ของ Hayao Miyazaki ที่อยู่ในฐานะแชมป์ตั้งแต่ปี 2001

รายได้จาก Box Office ญี่ปุ่น ลดลง 46%  แต่ในขณะที่รายได้จากอเมริกาลดลงถึง 80%

ขณะที่จีนเองมีภาพยนตร์ถึง 2 เรื่อง ที่ทำรายได้เกิน 400 ล้านดอลลาร์ คือ :“The Eight Hundred” ที่เกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930  และ“ My People, My Homeland”  ที่เป็นภาพยนตร์ตลก ที่ทั้งสองเรื่องนั้นลงจอฉายในช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว

ส่วนในอเมริกาเองภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดของปีคือ “Bad Boys for Life” ที่ลงจอฉายตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

10 อันดับหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลก ปี 2020

อันดับ 1: The Eight Hundred  461 ล้านดอลลาร์
อันดับ 2: Bad Boys for Life 426 ล้านดอลลาร์
อันดับ 3: My People, My Homeland 422 ล้านดอลลาร์
อันดับ 4: Tenet 363 ล้านดอลลาร์
อันดับ 5: Demon Slayer the Movie: Mugen Train 340 ล้านดอลลาร์
อันดับ 6: Sonic the Hedgehog 313 ล้านดอลลาร์
อันดับ 7: Dolittle 245 ล้านดอลลาร์
อันดับ 8: Legend of Deification 240 ล้านดอลลาร์
อันดับ 9: Birds of Prey 201 ล้านดอลลาร์
อันดับ 10: The Sacrifice 161 ล้านดอลลาร์

ที่มา: boxofficemojo

cnbc  statista



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer