เวลากาแฟ /วิรัตน์ แสงทองคำ

อย่างที่ว่าไว้ …“คอกาแฟ” เป็น “..นักผจญเผชิญ มักมีมุมมองโลกในแง่ดี” จะขอเติมอีกช็อตให้หนักแน่นขึ้น “มีมุมมองที่แตกต่าง” ด้วย

“ช่วงปลายปี ผู้คนเคลื่อนไหว เดินทางขวักไขว่มากที่สุดช่วงหนึ่ง แม้ว่าปีนี้มีข้อจำกัดในเชิงภูมิศาสตร์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งแห่งโลกาภิวัตน์ ภายใต้ Great Lockdown กำลังจะเป็นไปหนึ่งปีเต็ม ๆ นั้น  อย่างไรเชื่อว่า โลกกำลังจะค่อย ๆ เปิดกว้างอีกครั้งในไม่ช้านี้ (จากตอนที่แล้ว) สรุปความขมวดปมตอนท้าย ยังเชื่อจะเป็นเช่นนั้น แม้ว่าสถานการณ์จะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง  โลกจะเปิดกว้างขึ้นอย่างไม่มิพักสงสัย แม้ว่าจะช้ากว่าที่คาดไว้เดิม

ส่วนท่อนแรก ๆ ที่ว่า ช่วงปลายปี ผู้คนเคลื่อนไหว เดินทางขวักไขว่..”  เป็นเช่นนั้นจริง ที่เป็นไปได้เฉพาะภายในประเทศ

หนึ่งในนั้น Road trip เดินทางท่อง(เกือบ)ทั่วอีสาน เติมเต็มประสบการณ์ กับฉากตอนใหม่ๆ ตื่นเต้น และเร้าใจไปอีกแบบ

 

เราตั้งใจเดินทางออกนอกเส้นทาง “ธรรมทัวร์” ยอดนิยม และคลาสสิก ไม่ได้เดินตามรอยตำนานอีสานดั้งเดิม เรื่องราวพญานาคแห่งแม่น้ำโขง และตั้งใจไม่ขึ้นหอคอยสูงที่เพิ่งสร้างกัน ณ ใจกลางเมืองหลายจังหวัดอีสาน ดูจะเป็นความพยายามสะท้อนกระแส และย้ำ “จุดขาย” วนเวียนและสืบสานกับตำนาน กับอดีต อย่างไรก็อย่างนั้น

Road trip ที่ว่า พยายามแสวงหาสิ่งเล็ก ๆ หลากหลายซึ่งซ่อนอยู่ เป็นไปอย่างเป็นจริง พยายามแสวงหาสีสันและพลังใหม่ ๆ หวังจะขยายจินตนาการอีสานให้ดูกว้าง เป็นไปอย่างยืดหยุ่น และยั่งยืนยิ่งขึ้น

พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯ นครพนม

เส้นทางเลียบริมแม่น้ำโขงไหลเลาะคดโค้งเป็นมาและเป็นไป  ตั้งต้นที่ตัวเมือง นครพนม ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็น แขวงคำม่วน ประเทศ ลาว จนถึง มุกดาหาร ตรงข้ามเป็น แขวงสะหวันนะเขต  ชุมชนเมืองฝั่งไทยดูสงบในยามเช้าตรู่หน้าหนาว  พึงสังเกตวิถีชีวิตผู้คนสนใจสุขภาพ ออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน อย่างคึกคักพอควร  มองไปอีกฝั่งดังฉากหลังซึ่งตัดกัน ผืนป่า เทือกเขา เขียวครึ้ม  สะท้อนซึ่งความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์แบบพึ่งพา ระหว่างชุมชนเมืองที่มีแสงสี กับชุมชนท่ามกลางธรรมชาติป่าเขา หวังว่าจะรักษาความสัมพันธ์ด้วยจังหวะช้า ๆ ไว้นาน ๆ

โบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง นครพนม
คาเฟ่ริมฝั่งโขง นครพนม

เรื่องราวผู้คนกับแม่น้ำโขงมีมากมายเหลือเกิน เฉพาะ “ไปมาหาสู่กัน” จากดินแดนทั้งสองฟากฝั่งยังคงอบอวล ตัดฉากประวัติศาสตร์สำคัญไม่ช้าไม่นานซึ่งเชื่อมโยง จากยุคที่เรียกกว่า “อินโดจีนแห่งฝรั่งเศส” (Indochine française หรือ French Indochina)  ในช่วงปี 2430-2473 อาณานิคมฝรั่งเศสยึดครองเวียดนามและลาว  จนถึงยุคสมัยผู้คนหลากหลายในภูมิภาคหลอมรวมอย่างเป็นเอกลักษณ์  ด้วยวิถีและวัฒนธรรม การอยู่การกินเฉพาะตัว กลมกลืนลื่นไหลตามกาลเวลา ด้วยความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างและเข้าถึงกันมากยิ่งขึ้น ๆ  แม้สิ่งที่คงทนอย่างอาคารยุคอาณานิคม แม้รักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ แต่ได้เปลี่ยนหน้าที่ตามบริบทใหม่ ๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และคาเฟ่  ทั้งที่ริมฝั่งโขง นครพนม-มุกดาหาร  จนลึกเข้าไปในแผ่นดินถึง ยโสธร ที่มีชุมชน เมืองเก่า ในยุคเดียวกันคงเหลือร่องรอยอิทธิพลอย่างผสมผสานไว้

เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ยโสธร

อีสานซ่อนความหลากหลายเชิงคุณค่า ทรัพย์สินสังคมไทยที่มีค่ายิ่งอย่างหนึ่งคือ ข้าวหอมมะลิ แม้ช่วงเดินทางผ่านทุ่งนาอันกว้างใหญ่ในทุ่งกุลาร้องไห้ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผ่านไปแล้ว แต่ตั้งใจค้างแรมที่พักกลางทุ่งนา สุรินทร์  สัมผัสวงจรต่อจากนั้น กับข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในวิถีเกษตรสมัยใหม่ที่เติบโต และพัฒนาอนุพันธ์แปรรูปหลากหลาย

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านช้าง สุรินทร์
หอคอย หมู่บ้านช้าง สุรินทร์–“สะพานเชื่อมต่อระหว่างผืนดิน ป่า และหมู่บ้าน เป็นสัญลักษณ์แห่งความพยายามรักษาวัฒนธรรมและทรัพยากรทางธรรมชาติ”

อีสานซ่อนความหลากหลายชาติพันธุ์และประเพณี อย่างเชื้อสายกูยแห่งอีสานใต้ (นอกจากเชื้อสายลาวและเขมร) มีเรื่องราวตำนานสัมพันธ์ดั่งครอบครัวกับช้างมาช้านาน 3-4 ศตวรรษ  ด้วยภารกิจแห่งตำนาน เรื่องเล่า กับบันทึกประวัติศาสตร์ เมื่อบริบทคลี่คลาย กลายเป็นกระแสแห่งยุคสมัย เรื่องราว ช้างกับสังคมไทย ใกล้ชิดผู้คนมากขึ้น ยิ่งเข้าถึงและเชื่อมโยง เมื่อมองเรื่องราวเบื้องล่างจากหอคอยสูงโดดเด่นแห่งเดียวในหมู่บ้านเล็กๆ

หมู่บ้านทอผ้าไหม สุรินทร์

งานฝีมือมีคุณค่าอีกอย่างที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์  การ ทอผ้าไหม ตามฝีมือและประเพณีโบราณ ประสานกับยุคสมัย เยือนหมู่บ้านอันเงียบสงบและร่มรื่น วิถีชีวิตกับงานในชนบทห่างไกล มีชื่อเสียงขจรขจาย ด้วยผลงานทอเสื้อผ้าไหมให้ผู้นำ APEC ซึ่งมาประชุม ณ กรุงเทพฯ เมื่อเกือบ ๆ สองทศวรรษที่แล้ว

ตามเส้นทาง Road trip อย่างไม่รีบร้อน มีโอกาสมองเห็นสีสันที่แตกต่าง สัมผัสบางกระแสอีสาน พลังซึ่งขับเคลื่อนโดยพวก Startup หนุ่มสาว

ร้านอาหารฟิวชั่นอีสาน
โรงแรมเล็ก ๆ สไตล์ Tropical Modern

ตึกสถาปัตยกรรมอิทธิพลอาณานิคมฝรั่งเศส ที่เป็นทั้งโรงแรม ผับและร้านอาหาร

มื้อค่ำ-ร้านอาหารฟิวชั่นอีสาน (ภาพ 10) โดยเชฟหนุ่มสองพี่น้องผู้พกประสบการณ์เกือบ ๆ 10 ปีจากสหรัฐฯ และพัก โรงแรมเล็ก ๆ สไตล์ Tropical  Modern (ภาพ 11) ผลงานสถาปนิกรุ่นใหม่ ใน อุดรธานี  มื้อเที่ยงอีกวัน ณ ริมฝั่งโขง ที่ มุกดาหาร มองเห็นสะพานมิตรภาพและฝั่งสะหวันนะเขต ใน ตึกสถาปัตยกรรมอิทธิพลอาณานิคมฝรั่งเสศ ที่เป็นทั้งโรงแรม ผับและร้านอาหาร (ภาพ 12-13)  หนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งผ่านประสบการณ์ธุรกิจร้านอาหาร ผันตัวจากกรุงเทพฯ มาที่นี่  วันท้าย ๆ ปลายทางทริป พักค้างแรม ฟาร์มสเตย์ (ภาพ 14-15) กลางทุ่งนาข้าวหอมมะลิ สุรินทร์  มื้อค่ำเป็นอาหารพื้นถิ่นอีสานใต้ ชิมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแปรรูปจากข้าว และยามค่ำชมหิ่งห้อยริมห้วย  ตามมาด้วยเรื่องเล่ายามดึก เกี่ยวกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่เชื้อสายกูย ผู้มีประสบการณ์กิจการโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวภาคใต้พักใหญ่ ก่อนจะกลับบ้านเกิด

ฟาร์มสเตย์

มีอีกสิ่ง คือ “ชิ้นส่วน” เล็กมาก ๆ ที่ขาดไม่ได้ มีพลังบางอย่างที่เหลือเชื่อ ในปรากฏการณ์สีสันอีสานใหม่

คือเรื่องราวที่จะว่าต่ออีกตอน

อ่านทุกตอนของ “เวลากาแฟ”


วิรัตน์ แสงทองคำ คอลัมนิสต์ ธุรกิจอิสระ ด้วยวัตรปฏิบัติ 4 ทศวรรษกับผลงานนับพันชิ้น งานบางส่วนปรากฏใน https://viratts.wordpress.com/และ https://www.facebook.com/วิรัตน์-แสงทองคำ เบื้องหลังฉาก “เวลากาแฟ” ดำเนินไปเป็นกิจวัตร ด้วยเรื่องราวและความคิดที่แตกต่าง เพิ่งจะเปิดสู่วงกว้างครั้งแรก @Marketeer online



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน