ปี 2559 และปี 2560 เป็น 2 ปีติดที่ “หนี้ครัวเรือน” ของไทยลดลงติดต่อกัน

แต่หลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันหนี้ครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด

ปี 2563 ปิดสิ้นปีด้วยจุดสถิติสูงสุดในรอบ 18 ปี ระดับหนี้ครัวเรือนทะลุ 14 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 89.3% เมื่อเทียบกับ GDP

แต่หากมองในมุมของอัตราการเติบโตของหนี้ ปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตต่ำสุดในรอบ 4 ปี ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 3.9%

ชะลอลงจากที่ในปี 2562 เติบโต 5.1%

ซึ่งก็เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งผู้กู้และผู้ปล่อยกู้ต่างก็เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

 

แต่ละไตรมาสของปี 2563 หนี้ครัวเรือนจากกู้ยืมมากขึ้นแค่ไหน

Q1 :  13,502,395 ล้านบาท

Q2 : 13,594,591 ล้านบาท

Q3 : 13,775,172 ล้านบาท

Q4 : 14,020,730 ล้านบาท

 

ที่มา-ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยข้อมูลและผลสำรวจที่น่าสนใจ พบว่า  สินเชื่อภาคครัวเรือนที่ยังเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจได้นั้น สะท้อนสถานะของผู้กู้และวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมที่แตกต่างกัน ระหว่างผู้กู้ 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก เป็นการกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือรถยนต์ ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อปานกลางค่อนไปทางสูง และรายได้ไม่ได้ถูกกระทบมากจากสถานการณ์โควิด

และกลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องก่อหนี้ เพื่อใช้เสริมสภาพคล่อง หรือ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน และสถานะทางการเงินอ่อนแอลงตามทิศทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลจากสำรวจภาวะหนี้สินและเงินออมของศูนย์วิจัยกสิกรไทย สะท้อนว่า ภาระหนี้สินและเงินออมของผู้กู้รายย่อยที่ประกอบธุรกิจ และผู้กู้รายย่อยที่มีปัญหาด้านรายได้ ถดถอยลงมากจากผลกระทบของโควิด-19

มีภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio–DSR) ต่อเดือนในช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่ 44.1% และ 43.8% ตามลำดับ

โดยภาระหนี้ของผู้กู้ทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย DSR ของผู้ตอบแบบสอบถามในผลสำรวจฯ ซึ่งอยู่ที่ 42.8%

ขณะที่ข้อมูลการออมของภาคครัวเรือน สะท้อนว่า ระดับการออมของครัวเรือนทุกกลุ่ม ลดต่ำลงจากผลกระทบของโควิด 19 ด้วยเช่นกัน

สัดส่วนเงินออมต่อรายได้ของครัวเรือนลดลง 3.6%

จากที่ในปี 2562 มีสัดส่วนเงินออมประมาณ 16.1% ของรายได้ต่อเดือน

ในปี 2564 นี้ ลดลงมาอยู่ที่ 12.5% ของรายได้ต่อเดือน

ส่วนทิศทางในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวขึ้น น่าจะทำให้เงินกู้ยืมของภาคครัวเรือนมีโอกาสเติบโตขึ้นสูงกว่าปี 2563

ส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ขยับสูงขึ้นมาอยู่ในกรอบประมาณ 89.0-91.0% ต่อ GDP



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer