MINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ยังคงบาดเจ็บไม่เลิก จากผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2564 ที่มีรายได้จากการดำเนินงานหด 44%

ขาดทุนเพิ่มขึ้น 64%

รายได้ที่ลดลงของ MINT ที่เจ็บหนักสุดมาจากการลดลงของรายได้กลุ่มธุรกิจโรงแรม ที่มีรายได้ลดลงเหลือเพียง 6,624 ล้านบาท จาก 15,770 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ในไตรมาสแรกปี 2563 ช่วงเวลาที่ทั่วโลกส่วนใหญ่ยังคงเดินทางท่องเที่ยวได้อยู่

รายได้ของ MINT ในกลุ่มโรงแรมมาจากรายได้ของโรงแรมที่ลงทุนเอง-เช่าบริหาร, โรงแรมที่ร่วมทุน และโรงแรมที่รับจ้างบริหาร

สิ้นไตรมาส 1/64 MINT มีโรงแรมที่ลงทุนเองและร่วมทุนจำนวน 373 แห่ง และมีโรงแรมที่รับจ้างบริหาร 154 แห่งใน 55 ประเทศ

มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 75,168 ห้อง แบ่งเป็นห้องที่ลงทุนเอง 56,368 ห้อง และห้องที่รับจ้างบริหาร 18,800 ห้อง

 

แบ่งเป็นห้องพักในประเทศไทย 4,809 ห้อง และห้องพักในต่างประเทศ 70,359 ห้อง ใน 54 ประเทศในเอเชีย โอเชียเนีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา

 

หายไปในกลุ่มโรงแรมมาจาก

1. รายได้ที่ลดลงของธุรกิจโรงแรมทั้งลงทุนเองและรับจ้างบริหาร

เมื่อเทียบรายได้หารกับจำนวนห้องพักทั้งหมดที่มีอยู่ในมือ MINT มีรายได้ต่อห้องเฉลี่ยจาก 1,929 บาทต่อห้อง ในไตรมาส 1/63 เหลือเพียง 774 บาทต่อห้องต่อคืน

การลดลงที่ว่านี้นอกจากจำนวนการเข้าพักที่ลดลงจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 48% จากจำนวนห้องทั้งหมด เหลือเพียง 21% ยังมีค่าห้องที่ลดลงจากราคาเฉลี่ย 5,662 บาทต่อคืน เหลือเพียง 3,242 บาทต่อคืนเท่านั้น

 

2. โรงแรมที่ลงทุนเองประสบกับสภาวะผู้ใช้บริการต่ำ

สำหรับโรงแรมที่ MINT ลงทุนเอง และเช่าบริหาร มีอัตราลดลงของการเข้าพัก จาก 46% ในไตรมาส 1/63 เหลือเพียง 14% เท่านั้น

และนอกจากนี้ราคาเฉลี่ยโรงแรมทั้งหมดที่ MINT ลงทุนและเช่าบริหารลดลงจากคืนละ 3,810 บาท ในไตรมาส 1/63 เหลือ 2,880 บาท ในไตรมาส 1/64

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้รายได้ของ MINT จากกลุ่มโรงแรมที่ลงทุนเองและเช่าบริหาร หารจำนวนห้องทั้งหมด เหลือค่าเฉลี่ยเพียงห้องละ 415 บาทต่อคืน จาก 1,752 บาทในช่วงเดียวกันปี 63

 

ส่วนกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักอันดับสอง ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่เป็นการบาดเจ็บที่น้อยกว่าธุรกิจโรงแรมมาก

กลุ่มธุรกิจอาหารมีรายได้ลดลง 10% จากไตรมาส 1/63 จาก 5,664 ล้านบาท เหลือเพียง 5,123 ล้านบาท จากจำนวนร้านอาหาร 2,365 สาขา ทั้งร้านอาหารที่ลงทุนเอง และสาขาแฟรนไชส์

การลดลงของรายได้ธุรกิจอาหารมาจาก

1. ในไตรมาส 1/64 มีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยต่อร้านที่ลดลง 15.3% จากช่วงเดียวกันปี 63 ที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยต่อร้านที่ลดลง 10.5% แม้จะมีกลุ่มร้านอาหารในประเทศจีนและออสเตรเลียซึ่งเป็นสองประเทศที่มีการเติบโตด้านยอดจำหน่ายมาถัวเฉลี่ยให้ก็ตาม

2. ส่วนธุรกิจร้านอาหารในไทยมียอดขาดทุนทุกสาขารวมกันลดลง 24.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/63 และมียอดขายต่อร้านลดลง 27.5% จากการแพร่ระบาดระลอก 2 ที่ทำให้รัฐบาลจำกัดเวลาเปิดปิดร้าน และการเว้นระยะห่างของที่นั่งในร้านอาหาร และการปิดสาขาร้านอาหารบางแห่งเป็นการชั่วคราว

ส่วนการขายแบบ Drive through มีการเติบโต

 

ส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายและจ้างผลิต มีรายได้ลดลง 24% จากยอดขายที่ลดลงของธุรกิจกลุ่มแฟชั่น ที่ชะลอตัวจากกำลังซื้อของผู้บริโภค และการท่องเที่ยว

 

ทั้งหมดนี้ทำให้ MINT มีรายได้ที่ลดลงและขาดทุนถึง 64% จากการดำเนินงาน และเมื่อนำสินทรัพย์ด้อยค่าจากสถานการณ์แพร่ระบาดจำนวน 2,349 ล้านบาท มาคิดคำนวณ จะทำให้ MINT ขาดทุนมากถึง 309% จากไตรมาส 1/63 เลยทีเดียว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน