เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวได้แข็งแกร่งในปีนี้

แต่จะมีความแตกต่างกันระหว่างประเทศต่าง ๆ ค่อนข้างมาก

ขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาด ความเร็วของการฉีดวัควีน และขนาดของมาตรการภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกในปี 2564 จะขยายตัว 5.8% ดีกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 5.6%

โดยการฟื้นตัวจะนำโดยเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน จนทำให้สามารถควบคุมการระบาดได้ดี และผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองได้ก่อน

กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะได้แรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐขนาดใหญ่ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้นจะทำให้ภาคครัวเรือนนำเงินออมส่วนเกินบางส่วนที่สะสมไว้ในช่วงปีที่แล้วมาทยอยใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย

อ่าน : GDP ไทยปีนี้ อาจขยายตัว 1.9% ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว  5.8%

ขณะที่การฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ส่วนใหญ่ยังคงช้ากว่า เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างช้า ๆ ทำให้ภาครัฐยังต้องบังคับใช้มาตรการควบคุม (lockdown) ที่เข้มงวดยาวนานกว่า

อีกทั้ง มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐจะมีขนาดที่เล็กกว่าตามข้อจำกัดเชิงนโยบายเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ EIC มองว่า อุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่อุปทานยังคงมีข้อจำกัดจากการขาดแคลนสินค้าและปัจจัยการผลิตบางกลุ่ม

ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในหลายประเทศ โดยการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อโลกที่ผ่านมามีแรงผลักดันจาก

1.ความต้องการในการซื้อสินค้าและบริการที่ถูกอั้นไว้ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นวงกว้าง และการใช้จ่ายจากปริมาณเงินเก็บส่วนเกินที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าและบริการเร่งขึ้นหลังเริ่มมีการเปิดเมือง

2.การเร่งตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญให้ต้นทุนของผู้ผลิตสูงขึ้น

3. การขยายตัวต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยโลกส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งราคาบ้านที่เพิ่มขึ้นจะมีผลให้อัตราค่าเช่าที่อยู่อาศัยสูงขึ้นตามไปด้วย

4.อัตราค่าจ้างแรงงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยตลาดแรงงานในบางประเทศ (เช่น สหรัฐฯ) ยังคงตึงตัวจากการที่แรงงานกลุ่มรายได้ต่ำที่ยังไม่กลับสู่ตลาดแรงงานทั้งหมด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่ให้เงินชดเชยสูงจนลดแรงจูงใจต่อการกลับเข้ามาทำงาน

5.ปัจจัยเชิงเทคนิคที่มาจากฐานต่ำในปีก่อน

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน