ยอด Like จะเพิ่มไม่หยุด ถ้าไม่สะดุดที่เรื่องเหล่านี้

ไม่กี่ปีมานี้ผลสำรวจมากมาย ระบุข้อมูลตรงกันว่า ผู้บริโภคใช้เวลากับ Social Media เพิ่มขึ้น พร้อมคาดการณ์ด้วยว่าอนาคตข้างหน้า คงเลื่อนขั้นเป็นแหล่งรับข้อมูลข่าวสารหลักแซงหน้าสื่อเก่าอย่าง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และวิทยุ เค้าลางเหล่านี้ส่งผลสืบเนื่องให้แบรนด์ปรับตัว หันหาสื่อสังคม Online ตั้งแต่ Facebook Twitter Instagram ไปจนถึงที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอย่าง Snapchat กันมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดที่ถูกมองข้าม จนฉุดให้ความสำเร็จของ Campaign ต่างๆ บน Platform เหล่านี้ไม่ดังดั่งหวังหรือยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) และการส่งต่อ (Share) น้อยเกินคาด

Post น้อยเกินไป : เหตุผลแรกที่ฉุดให้บัญชีผู้ใช้ (User Account) มีระดับ ‘ความปัง’ บน Social Media ของแบรนด์ไม่ถึงที่ตั้งไว้คือ มีความเคลื่อนไหว ทั้งข้อมูลข่าวสารและเนื้อหา (Content) ต่างๆ น้อยเกินไป ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งทำความรู้จักกันแต่นานๆ ครั้งจึงจะเห็นหน้าอีก โดยความผิดพลาดจุดนี้จะทำให้ User Account ของแบรนด์ ไม่ค่อยปรากฏขึ้นบน Newsfeed ของกลุ่มเป้าหมาย จนถูกลืมในที่สุด ดังนั้นควรหมั่น Post เป็นประจำและไม่หายหน้าตาไปนานเกินไป

ยังไม่เจอเวลาที่ใช่ : จริงอยู่ที่คนเราทุกวันนี้ก้มหน้ามองจอ Mobile Device กันบ่อยขึ้น จนมีคำเชิงเสียดสีว่า “สังคมก้มหน้า” ซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากการดูความคืบหน้าบน Social Media นั่นเอง แต่บ่อยแค่ไหนก็ยังไม่ถึงขั้นตลอดเวลา นี่จึงเป็นผลว่าทำไม เมื่อจะ Post อะไร ต้องคำนึงถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมด้วย เช่นถ้าเป็นแบรนด์อาหารที่ทำ Campaign เวลา Post ที่เหมาะสมอาจเป็นช่วงใกล้เที่ยงหรือใกล้เคียงกับมื้ออาหารของกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นถ้าอยากมียอดการ Engagement และ Share รวมถึงยอดผู้ติดตาม (Follower) มากตามเป้าควรหาช่วงที่ ‘ใช่’ ให้พบเสียก่อน

ไม่มีอะไรให้จดจำ : สิ่งไหนก็ตามที่มีผู้ใช้มากๆ ปริมาณอาจแซงหน้าคุณภาพ แต่ความจริงข้อนี้กลับถูกมองข้าม โดยในบริบทของ Social Media แสดงให้เห็นผ่านการหลงผิดของแบรนด์ โดยเฉพาะที่มียอด Fanpage หลักหมื่นขึ้นไปที่คิดว่า ฐานแฟนเหล่านี้จะตอบรับกับทุก Post เพื่อปิดจุดบอดดังกล่าว ควรใส่ใจในทุก Content ไม่ลืมสอดแทรกสิ่งที่สร้างความแตกต่าง เพื่อทำให้เกิดการจดจำ เช่น Content ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) หรือเสริมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เข้าไป ถ้าทำได้อย่างนี้การถูกมองผ่านบน Newsfeed ก็จะลดลง

ทำผ่านระบบอัตโนมัติมากเกินไป : หากมีวิธีได้เมื่อใช้และทำแล้ว ช่วยเรื่องการบริหารและประหยัดเวลา แน่นอนว่าไม่ควรมองข้าม กับบริบทของ Social Media นี่คือการตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า รวมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างๆ ทว่าก็ไม่ควรพึ่งพาระบบอัตโนมัติเหล่านี้มากเกินไป จนดูเย็นชา มองข้ามการสื่อสารอย่างใส่ใจ เช่น ควรตอบกลับข้อสงสัยในกล่องข้อความของ Facebook จาก Fanpage บ้างหรือขอบคุณผู้ที่ Retweet เรื่องที่ Brand ได้ Post ไป โดยสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือยอด Engagement ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ไม่ได้ปรับตาม Platform ที่ใช้ : ทุกอย่างมีข้อจำกัดและต้องคำนึงความเหมาะสมเมื่อใช้ สัจธรรมที่ถูกมองข้ามข้อนี้ในบริบทของ Social Media ปรากฏให้เห็นกับการคิดว่ารูปแบบ Content และการนำเสนอแบบเดียวกันจะใช้ได้ทุก Platform ซึ่งผิดถนัด ผลที่ตามมาคือ Campaign ร่วงแทนที่จะรุ่ง ดังนั้นควรปรับให้เหมาะกับละ Platform เช่น Content ที่เหมาะกับ Facebook ควรเป็นภาพที่เตะตาพร้อมข้อความไม่มากเกินไป ส่วน Instagram ต้องใช้ภาพที่สื่อเรื่องราวได้ทันเมื่อเห็น

ไร้เหตุผลที่ต้อง Share : ในความเป็นจริงองค์ประกอบหลักที่เชื่อมต่อและขับเคลื่อนสังคมคือการติดต่อสื่อสาร ทำนองเดียวกัน Social Media ก็มีการสื่อสารซึ่งคือข้อมูลที่ Shareให้เหล่าสมาชิกได้ทราบนั่นเอง ดังนั้นควรปรับแต่งให้ Content ที่แบรนด์สร้างขึ้นไม่ให้ถูกมองผ่านและมีเหตุผลให้ต้องส่งต่อ เช่นเป็นข้อมูลเป็นประโยชน์ คลายข้อข้องใจ (Pain Point) บอกให้รู้ความถึงความเคลื่อนไหวสำคัญ หรือข่าวด่วนทันสถานการณ์ที่ต้องรู้

มองข้ามพลังของภาพ : อย่างสุดท้ายที่ถูกมองข้ามในการสร้าง Social Media Content ของแบรนด์ คือใส่ข้อความมากเกินไป จนลืมว่าภาพหรือการแปลงข้อมูลเป็นภาพ (Infographic) ต่างหากที่สมองของมนุษย์เข้าใจได้ง่ายและเร็วกว่า ดังนั้นหากอยากให้ Content กลุ่มที่เป็นข้อมูลเชิงสถิติหรือตัวเลข หรือการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ต่างๆ ได้รับความสนใจ Infographic คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ขณะเดียวกันถ้าทีมงานมีศักยภาพในการเปลี่ยนชุดข้อมูลเป็นภาพเคลื่อนไหว (Motion Graphic) จะยิ่งทำให้ Content โดดเด่นยิ่งขึ้น / entrepreneur


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer